บ้านดูแลคน

วันที่ 19 เม.ย. 2554 เวลา 21:37 น.
ติดตั้งอุปกรณ์ดูแลรักษาความปลอดภัยครบถ้วนอย่างที่บอกข้างต้น รับรองไม่ต้องฝากบ้านไว้กับมนุษย์อีกต่อไป แถมยังสลับสับเปลี่ยนข้างให้ “บ้านเป็นผู้ดูแลคน” ได้อีกด้วย....

โดย...นคร มุธุศรี นายกก่อตั้งสมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย

เทศกาลสงกรานต์หรือประเพณีส่งท้ายปีเก่าต้อนรับศักราชใหม่แบบไทยๆ ผ่านพ้นไปเรียบร้อยด้วยความสนุกสนาน ผสมปนเปกับการบาดเจ็บล้มตายอันเนื่องมาจากขับรถเฉี่ยวชนบนท้องถนน

ปี 2553 เกิดอุบัติเหตุ 2,863 ราย เจ็บ 3,104 ราย และเสียชีวิต 257 คน ส่วนปีนี้สถิติ “7 วันอันตราย” นับตั้งแต่วันจันทร์ที่ 11 จนถึงอาทิตย์ที่ 17 เม.ย. มีผู้บาดเจ็บและล้มตายพอฟัดพอเหวี่ยงกับปีก่อน

เกิดเรื่องเกิดราวคราวใดมักจะโทษ “ดวง” ว่าไม่ดี แต่ลองปฏิบัติแบบนี้สิ

เมาไม่ขับ ง่วง (แวะจอดปั๊ม) งีบหลับ และร่างกายอ่อนเพลียเปลี่ยนให้เพื่อน ญาติ เป็นสารถีแทน

ทำได้อย่างนี้รับรองสถิติการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนตอนสงกรานต์คงไม่พุ่งสูงปรี๊ดหรอกครับ

พูดถึงการบาดเจ็บล้มตายอันเกิดจากการขับรถขับราแล้ว ช่วงวันหยุดลองวีกเอนด์บ้านอยู่อาศัยของหลายๆ ครอบครัวก็มักจะตกอยู่ในข่ายสุ่มเสี่ยงเช่นกัน เหตุเพราะนอกจากถูกงัดแงะขโมยทรัพย์สินแล้วยังมีภยันตรายอื่นๆ อาทิ น้ำท่วม ไฟไหม้ และต้นไม้ไล่โค่นล้มทับบ้านเรือนอันเนื่องมาจากกระแสลมแรง

ด้วยเหตุฉะนี้ จะจากเรือนชานไปไหนมาไหนแต่ละทีผู้เป็นเจ้าของเคหสถานมักนิยม “ฝากบ้าน” ไว้กับผู้คนรอบข้าง อย่างเช่น ฝากไว้กับคนรับใช้ ฝากพนักงานดูแลรักษาความปลอดภัยของโครงการ (หมู่บ้านและอาคารชุด) ฝากไว้กับญาติหรือเพื่อน และฝากบ้านไว้กับผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เป็นต้น

อดีตที่ผ่านมาหลายต่อหลายรายยังประสบกับปัญหาถูกไอ้พวกผู้ร้ายจับญาติจับอีแจ๋วมัดมือมัดเท้ายัดห้องสุขาและแบกขนทรัพย์สินขึ้นรถหายจ้อย ส่วนที่ฝากบ้านไว้กับตำรวจก็มีออกบ่อยที่ตีนแมวแอบล้วงคองูเห่า โดยมิได้มีความยำเกรงเจ้าหน้าที่สวมชุดสีกากีแต่อย่างใด

ยุคปัจจุบันนอกจากว่าจ้างผู้รับเหมาทำการติดตั้งเหล็กดัดประตูหน้าต่างอย่างแข็งแรงแน่นหนาแล้ว ผู้คนส่วนใหญ่ยังนิยมติดตั้งอุปกรณ์เทคโนโลยีสมัยใหม่เป็นผู้ดูแลบ้านแทนคน โดยเลือกเอาเฉพาะในส่วนที่ไอ้พวกมิจฉาชีพกริ่งเกรง

สงสัยล่ะซิไอ้วายร้ายกลัวอะไร ทุบโต๊ะฟันธงได้เลยว่ามหาโจรทุกยุคทุกสมัย ไม่อยากเลือกเป้าหมายที่ติดตั้งอุปกรณ์ “สามสอเสือ” เอาไว้ในบ้านแน่นอน

สิ่งแรกที่ผู้ร้ายหวาดกลัว “ส.แสง” เจอะเจออาคารสถานที่ติดดวงไฟสว่างไสว หลีกได้เป็นหลีก เลี่ยงได้เป็นเลี่ยง เพราะอุปนิสัยผู้ร้ายก็คล้ายๆ กับ “ผี” คือชอบออกอาละวาดในยามค่ำคืนหรือพื้นที่อับสายตาคน

ส.ที่สอง หมายถึง “ส.สี” หรือรูปพรรณสันฐานตอนแอบย่องโจรกรรมที่กลัวจะไปปรากฏในจอทีวีวงจรปิดนั่นเอง

ส.ที่สาม คือ “ส.เสียง” หรือสัญญาณเตือนภัยที่แผดดังสนั่นเมืองยามไอ้ตีนแมวงัดแงะประตูหน้าต่าง

เมื่อรู้ซึ้งถึงอุปนิสัยสันดานของมหาโจร ผู้พักอาศัยทั้งประเภทติดพื้นดินและห้องชุดลอยฟ้ายุคนี้จึงเลิกฝากบ้านไว้กับ “มนุษย์” หันไปพึ่งพาเทคโนโลยีสมัยใหม่แทน โดยเลือกติดตั้งอุปกรณ์ “สัญญาณเตือนภัย” ตรงบริเวณที่ไอ้พวกวายร้ายชอบงัดแงะและอีกจุดสำหรับตรวจจับอุณหภูมิ “กลิ่นอายตัว” ของคนแปลกปลอม

ส่วนอุปกรณ์ที่สองติดตั้งกล้อง “CCTV” หรือโทรทัศน์บันทึกภาพความเคลื่อนไหวเอาไว้ตามจุดสำคัญๆ โดยส่วนใหญ่จะติดตั้งด้านหน้า ด้านหลัง และห้องรับแขกของบ้าน

มีอุปกรณ์ทั้งสองรายการเรียบร้อยแล้ว ยังเชื่อม CCTV และสัญญาณเตือนภัยให้เข้ากับโทรศัพท์มือถือเอาไว้เฝ้าระวังผู้บุกรุกครัวเรือน โดยทันทีที่มีสิ่งผิดปกติจะทำหน้าที่บอกกล่าวบนหน้าจอโมบายภายใน 1 นาที พร้อมแจ้งขอความช่วยเหลือไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจจุดที่ใกล้ที่สุดทันที
ระบบเฝ้าระวังผ่านมือถือยังสามารถครอบคลุมกรณีไฟไหม้และน้ำท่วมจากท่อแตกได้อีกด้วย และถ้าจะให้ดีไปยิ่งกว่านี้ มีการเซตโปรแกรมในคอมพิวเตอร์ ตั้งเวลาเปิดปิดน้ำประปา ไฟฟ้า และแอร์คอนดิชัน ก็จะทำหน้าที่ดูแลบ้านแทนคนได้เกินคาดเชียวแหละ

ติดตั้งอุปกรณ์ดูแลรักษาความปลอดภัยครบถ้วนอย่างที่บอกข้างต้น รับรองไม่ต้องฝากบ้านไว้กับมนุษย์อีกต่อไป แถมยังสลับสับเปลี่ยนข้างให้ “บ้านเป็นผู้ดูแลคน” ได้อีกด้วยแน่ะ เชื่อ นคร มุธุศรี ซี...!!!