อสังหาฯไตรมาสแรกรายใหญ่ยึด ไตรมาส2 ไม่หวือหวา

  • วันที่ 06 เม.ย. 2554 เวลา 20:33 น.

ภาวะไตรมาสแรกของปีนี้คงย้ำภาพของตลาดอสังหาฯที่ชัดเจนมากขึ้น ผู้ประกอบการรายใหญ่ยึดครองส่วนแบ่งการตลาดในเชิงการเปิดตัวใหม่และในเชิงยอดขายได้มากขึ้น....

โดย...โชคชัย สีนิลแท้ / สุกัญญา สินถิรศักดิ์

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ผ่านพ้นไตรมาสแรกของปีกระต่ายไปอย่างไม่หวือหวาตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ ซึ่งมีการประเมินว่าตลาดเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว โดยในส่วนของการเปิดตัวโครงการใหม่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ยอดขายกลับพบว่ารายใหญ่ยังคงเติบโตได้ตามเป้าหมาย ส่วนรายกลาง รายเล็ก อาจต้องปาดเหงื่อเล็กน้อยกับยอดขายที่ต่ำกว่าคาดการณ์ ซึ่งล้วนแล้วเป็นผลจากการที่ค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

รายกลาง-เล็ก ยอดขายหด

สุนทร สถาพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฉลิมนคร ยอมรับว่า ตลาดอสังหาฯ ไตรมาสแรกต้องเผชิญหน้ากับหลายปัจจัยลบที่เหนือการควบคุม ทั้งภัยธรรมชาติในหลายประเทศ ทั้งเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าที่คาดการณ์ ที่กระทบต่อค่าครองชีพ และกำลังซื้อที่อยู่อาศัยที่ลดลง

ปัจจัยดังกล่าวได้ส่งผลให้ยอดขายของบริษัทในไตรมาสแรกปรับลดลงมากถึง 15% ซึ่งหวังว่าสถานการณ์ในไตรมาส 2 จะมีทิศทางที่ดีขึ้น โดยในส่วนของรายเล็กจะต้องหันมาเน้นเรื่องบริการทั้งก่อนและหลังการขายอย่างหนักเพื่อสู้กับคู่แข่งรายใหญ่ที่เข้ามากินส่วนแบ่งในตลาดของรายเล็กและรายกลางมากขึ้น

สอดคล้องกับความคิดเห็นของ วสันต์ เคียงศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธารารมณ์ เอ็นเตอร์ไพรส์ ที่ระบุว่าตลาดช่วงต้นปีไม่คึกคักเหมือนปีที่ผ่านมา แต่มาปรับตัวดีขึ้นในช่วงโค้งสุดท้ายของไตรมาสแรก ประกอบกับการเปิดตัวแบบบ้านใหม่ของบริษัทและการอัดแคมเปญร่วมกับธนาคารกสิกรไทย ส่งผลให้ยอดขายรวมทั้งไตรมาสขยับขึ้นใกล้เคียงกับเป้าหมายที่วางไว้ที่ 300 ล้านบาท

หวั่นลอยตัวดีเซลทุบตลาด

สำหรับในไตรมาส 2 ปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงนัก แต่สิ่งที่น่ากังวลมากขึ้นก็คือ นโยบายด้านพลังงานของรัฐที่อาจจะเปลี่ยนแปลงไป คือ การลอยตัวราคาน้ำมันดีเซล

เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการ บริหาร บริษัท เสนา ดีเวลลอป เม้นท์ กล่าวว่า ตลาดไตรมาส 2 ยังคงมีปัจจัยลบตามมาต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยเรื่องราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงสิ้นเดือน เม.ย.นี้จะเป็นช่วงสิ้นสุดการอุ้มราคาน้ำมันดีเซล ถ้าหากรัฐบาลปล่อยลอยตัวจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนราคาสินค้า ต่อเนื่องไปยังเงินเฟ้อ และท้ายที่สุดก็จะกลับมากระทบอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ซึ่งทุกปัจจัยมีผลโดยตรงต่อกำลังซื้อของคนซื้อบ้าน

ส่วนยอดขายไตรมาสแรกของบริษัทนั้นต่ำกว่าเป้าหมายเล็กน้อย จากที่วางไว้ที่ 400 ล้านบาท เพราะมีหลายปัจจัยลบ ทั้งเงินเฟ้อ ราคาน้ำมัน ที่ทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคชะลอตัวลง ประกอบกับช่วงปลายไตรมาสยังมีกระแสข่าวเรื่องแผ่น ดินไหวมาช็อกความต้องการซื้ออาคารชุดไว้ชั่วคราวด้วย

รายใหญ่ยิ้มโตสวนปัจจัยลบ

ขณะที่ฝั่งผู้ประกอบการรายเล็ก และรายกลาง ต้องปาดเหงื่อกับการทำตลาดไตรมาสแรก แต่ผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ปัจจุบันแทบจะกลืนกินในทุกเซ็กเมนต์ของตลาดที่อยู่อาศัยกลับยังคงมียอดการเติบโตที่ดี โดย เศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท แสนสิริ กล่าวว่า ส่วนหนึ่งที่รายใหญ่ยังคงมียอดขายที่ดี อาจเป็นผลจากแบรนด์ที่แข็งแกร่งด้วย

ในส่วนของแสนสิริเองได้ปรับเป้ายอดขายเพิ่มขึ้นจาก 4,000 ล้านบาท เป็น 5,000 ล้านบาท และหากยังคงมีแนวโน้มที่ดีต่อเนื่องอาจพิจารณาปรับเป้ายอดขายทั้งปี

เช่นเดียวกับกลุ่มพร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ที่ยอดขายไตรมาสแรกเป็นไปในทิศทางที่ดี ชายนิด |โง้วศิริมณี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค กล่าวว่า บริษัทมียอดขายไตรมาสแรกที่ประมาณ 2,900 ล้านบาท|ซึ่งเพิ่มขึ้นมากถึง 66% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำยอดขายได้เพียง 1,750 ล้านบาทเท่านั้น ถือว่าดีขึ้นมากแม้จะยังไม่มีการเปิดโครงการใหม่เพิ่มเติม โดยในช่วงไตรมาส 2 นี้เตรียมแผนรุกตลาดบ้านระดับบนต่อเนื่อง

ด้าน วิทการ จันทวิมล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์การตลาด บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ กล่าวว่า ยอดขายของบริษัทในช่วงไตรมาสแรกมีมูลค่าอยู่ที่ 2,850 ล้านบาท แบ่งเป็น คอนโดมิเนียม 1,050 ล้านบาท และแนวราบ 1,800 ล้านบาท และมั่นใจว่ารายได้ปีนี้จะเติบโตตามเป้าที่ 25% หรือมีเป้าหมายยอดขายรวม 2 หมื่นล้านบาท และรับรู้รายได้อยู่ที่ 1.7 หมื่นล้านบาท

ชี้ตลาดคอนโดยังร้อนแรง

สำหรับภาพรวมตลาดคอนโด มิเนียมในช่วงไตรมาส 1 ฝ่ายวิจัยการตลาด เซ็นจูรี 21 ไทยแลนด์ ประเมินว่า การแข่งขันยังคงดุเดือด โดยกำลังซื้อหลักยังคงมาจากกลุ่มคนไทยในตลาดระดับกลาง-ล่าง และมีการซื้อขายต่อเนื่อง สะท้อนได้จากการที่ 10 รายใหญ่ที่เป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์มียอดขายคอนโดมิเนียมรวมกันแล้วประมาณ 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

ส่วนใหญ่แล้วจะมีราคาขายที่ขยับสูงขึ้น เช่น ย่านราชดำริ สาทร และสุขุมวิท ที่มีบางโครงการเปิดราคาขายสูงถึง 2 แสนบาทต่อตารางเมตร ส่งผลให้ห้องชุดในย่านอื่นๆ ที่เกาะแนวรถไฟฟ้าเหมือนกันได้รับความสนใจมากขึ้น เพราะมีต้นทุนที่ต่ำกว่า

ภาวะไตรมาสแรกของปีนี้คงย้ำภาพของตลาดอสังหาฯที่ชัดเจนมากขึ้น ผู้ประกอบการรายใหญ่ยึดครองส่วนแบ่งการตลาดในเชิงการเปิดตัวใหม่และในเชิงยอดขายได้มากขึ้น ขณะที่ตลาดสำหรับผู้ประกอบการรายกลางและรายเล็ก เหลือพื้นที่น้อยลงทุกขณะ

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ