เอสซีจีอัดงบ3หมื่นล้านลงทุนนอก

วันที่ 24 มี.ค. 2554 เวลา 16:11 น.
เอสซีจี ซิเมนต์ กางแผนลงทุน  5 ปี อัดงบลงทุน 3 หมื่นล้าน โดย  70%  ลงทุนในต่างประเทศ อินโดนีเซีย กัมพูชา เวียดนามและพม่า  รับดีมานต์ใช้ปูนซีเมนต์พุ่ง

นายปราโมทย์ เตชะสุพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย หรือเอสซีจี ซิเมนต์ เปิดเผยว่าแผนการลงทุนในธุรกิจปูนซีเมนต์ ช่วง 5 ปี  (2554-2558) จะใช้เงินลงทุน 3 หมื่นล้านบาท ซึ่ง 70% ของเม็ดเงินลงทุนจะเป็นการลงทุนในตลาดต่างประเทศ ประกอบด้วย อินโดนีเซีย  กัมพูชา เวียดนามและพม่า อีก 30% นั้นจะใช้ลงทุนเมืองไทย  เช่น ขยายกำลังการผลิตปูนมอร์ต้า ซึ่งเป็นปูนสำเร็จรูป โดยตั้งเป้า 3 ปีข้างหน้าจะขยายกำลังการผลิตเพิ่ม 40%  เป็น 3 ล้านตัน เป็นต้น

ปราโมทย์

สำหรับตลาดต่างประเทศนั้น บริษัทได้ประเมินตลาดในระยะยาวแล้วพบว่าความต้องการใช้ปูนซีเมนต์ในประเทศอาเซียนจะมีเพิ่มสูงขึ้น โดยประเทศแรกที่จะเข้าไปลงทุนคือ อินโดนีเซีย  ซึ่งจะใช้เงินลงทุนมากที่สุดประมาณ 1  หมื่นล้านบาท โดยจะตั้งโรงงานอยู่บนเกาะชวา   โดยจะใช้เวลาศึกษาความเป็นได้  ภายใน 6 เดือน  และคาดว่าจะเป็นการลงทุนโดยการก่อสร้างโรงงานใหม่  โดยจะใช้เวลา 2  ปีครึ่ง จึงจะเริ่มเดินสายการผลิตได้

ขณะที่ประเทศเวียดนามนั้นการเข้าไปลงทุนอาจจะใช้วิธีการเข้าไปซื้อกิจการจากผู้ประกอบการรายเดิม  แต่ทั้งนี้การจะเข้าไปลงทุนในเวียดนามต้องพิจารณาเรื่องเศรษฐกิจภายในประเทศให้ดี เนื่องจากเวียดนามกำลังเผชิญปัญหาทางเศรษฐกิจเหมือนในไทยเมื่อปี 2540   ส่วนประเทศกัมพูชา นั้นได้มีการลงทุนตั้งโรงงานไปก่อนหน้านี้ ปัจจุบันมีกำลังการผลิตอยู่ 1  ล้านตัน โดยอยู่ระหว่างพิจารณาเพิ่มกำลังการผลิต   ขณะที่พม่านั้น บริษัทฯได้มีการส่งออกไปทำตลาดปีละ 1 ล้านตัน  และหากมีความชัดเจนทางด้านการเมืองก็พร้อมจะเข้าไปลงทุนในทันที

ส่วนประเทศญี่ปุ่นหลังจากที่ต้องเผชิญภัยพิบัติในประเทศ ครั้งใหญ่นั้น บริษัทฯ คงยังไม่ส่งปูนซีเมนต์เข้าไปทำตลาด เนื่องจาก ญี่ป่นถือเป็นผลิตและส่งออกปูนซีเมนต์รายใหญ่ และโรงงานผลิตปูนในประเทศญี่ปุ่นนั้นไม่ได้รับผลกระทบมากนัก

นายปราโมทย์ กล่าวถึง อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ในประเทศ ว่าปีนี้จะเติบโตขึ้น 5% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยที่การเติบโตส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงครึ่งปีแรก และจะชะลอตัวในช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากอยู่ในช่วงหน้าฝน  ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ผลิตปูนซีเมนต์ จำนวน 7 ราย มีกำลังการผลิตรวมอยู่ที่ 53-54 ล้านตัน  ขณะที่ความต้องการใช้ในประเทศ ทั้งปีอยู่ที่ประมาณ   23 ล้านตัน  ซึ่งถือว่าสูงกว่าความต้องการใช้ภายในประเทศ 40% โดยผู้ผลิตได้มีการส่งออกต่างประเทศ 14 ล้านตัน    ขณะที่บริษัท มีกำลังการผลิตรวม 23  ล้านตันมีส่วนแบ่งการตลาดในประเทศ 40%  โดยส่งออกไปขายต่างประเทศ 7 ล้านตัน

“ตลาดปูนซีเมนต์ในประเทศปีนี้จะเติบโตขึ้น เนื่องจากภาครัฐบาลได้มีการเดินหน้าโครงการไทยเข้มแข็ง เพื่อก่อสร้างถนน โรงพยาบาล และโรงเรียน ขณะที่สินค้าในภาคเกษตรก็มีราคาดีขึ้น  แม้ว่าต้นทุนในการผลิตจะปรับสูงขึ้นจากต้นทุนราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ยังไม่ปรับราคาขายปูนซีเมนต์ขึ้น แม้ว่าราคาขายจะอยู่ใกล้กับเพดานราคาที่รัฐบาลควบคุม” นายปราโมทย์กล่าว

ล่าสุดได้เปิดตัวปูนเสือสูตรใหม่ ซึ่งเป็นปูนก่อและฉาบเนื้อแน่น ที่มีคุณสมบัติ ยึดเกาะดี และมีความทนทาน  เจาะกลุ่มเป้าหมายไปยังช่าง และผู้รับเหมาก่อสร้าง โดยจะใช้งบการตลาดสำหรับปูนสูตรใหม่ไว้  100 ล้านบาท