อสังหาฯปาดเหงื่อ เร่งคุมต้นทุน หลังศึกลิเบียปะทุ

  • วันที่ 22 มี.ค. 2554 เวลา 21:16 น.

ไม่ว่าสงครามที่ลิเบียกระทบสั้นหรือลากยาว ก็เป็นเรื่องที่ประมาทไม่ได้ กลยุทธ์รัดเข็มขัดเพื่อคุมต้นทุนในทุกด้าน จึงเป็นสิ่งจำเป็นยิ่งขึ้นของทุกบริษัทในเวลานี้...

โดย...โชคชัย สีนิลแท้ / สุกัญญา สินถิรศักดิ์

พลันที่ชาติพันธมิตรเปิดศึกโจมตีลิเบียอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมๆ กับความวุ่นวายจากการชุมนุมในประเทศผู้ค้าน้ำมันอีกหลายประเทศที่ยังไม่มีข้อยุติ ทำให้สถานการณ์น้ำมันในตลาดโลกน่าวิตกยิ่งขึ้นทุกขณะ

เหมือนหลายๆ ครั้งที่ได้เกิดวิกฤตขึ้นในกลุ่มประเทศผู้ค้าน้ำมัน ราคาน้ำมันย่อมพุ่งสูงขึ้นและส่งผลกระทบกระจายไปทั่วโลก แม้ว่ารัฐบาลไทยจะยังคงยืนยันการตรึงราคาดีเซลเอาไว้ แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนทำให้ความไม่แน่นอนเท่านั้นที่แน่นอนที่สุด

เชื่อสงครามลิเบียกระทบสั้น

ในภาคอสังหาริมทรัพย์แม้ว่ามีการกะเก็งตั้งรับกับราคาน้ำมันที่ผันผวนขึ้น-ลงมาตลอดในระดับหนึ่งแล้ว แต่ถ้าราคาน้ำมันเกิดพุ่งแรงจากภัยสงครามที่ลิเบีย ผลกระทบที่แรงขึ้นก็ย่อมสร้างความปั่นป่วนให้เกิดขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้แน่นอน

ธำรง ปัญญาสกุลวงศ์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย เห็นว่าสถานการณ์ในลิเบียคงจะไม่ยืดเยื้อ ทำให้ราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มแพงขึ้นอาจจะเกิดขึ้นในช่วงสั้นๆ แต่ถึงอย่างไรหากราคาน้ำมันปรับขึ้นก็ย่อมส่งผลต่อภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างแน่นอน ทั้งในเรื่องต้นทุนวัสดุก่อสร้าง ค่าขนส่ง ขณะเดียวกันก็จะส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคด้วยเช่นกัน

โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมที่ใช้เวลาก่อสร้างยาวนานกว่าที่อยู่อาศัยแนวราบ ความเสี่ยงจึงมากขึ้นตามไปด้วย หากต้นทุนสูงขึ้นระหว่างทางย่อมกระทบกับการพัฒนาโครงการอย่างเลี่ยงไม่ได้

อย่างไรก็ตาม นายกสมาคมอาคารชุดไทย ยังเห็นว่าปัจจุบันการพัฒนาคอนโดมิเนียมล้วนแล้วแต่อยู่ในมือผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีความแข็งแกร่งทางการเงินอยู่แล้ว จึงไม่น่าจะกระทบมาก แต่สำหรับผู้ประกอบการรายกลาง รายเล็กที่มีทุนน้อยกว่าเมื่อต้นทุนสูงขึ้นจากราคาน้ำมันก็ย่อมถูกกระทบจากราคาน้ำมันแน่นอน

ล็อกต้นทุนวัสดุลดความเสี่ยง

เช่นเดียวกับ เบน เตชะอุบล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท คันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเม้นท์ ที่มองว่าผลกระทบจากสงครามในลิเบียจะทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น แต่เชื่อว่าจะเป็นปัญหาระยะสั้น โดยขณะนี้บริษัทได้มีการล็อกราคาวัสดุก่อสร้างไว้ล่วงหน้าผ่านบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้าง จึงไม่มีปัญหากับแผนการดำเนินงานของบริษัท

“สงครามที่เกิดขึ้นในประเทศลิเบียนั้น เชื่อว่าจะส่งผลให้ต้นทุนในการก่อสร้างของผู้ประกอบการสูงขึ้นอย่างแน่นอน การตั้งรับของเรา คือ ล็อกราคาซื้อไว้ล่วงหน้าผ่านผู้รับเหมาก่อสร้าง โดยเฉพาะวัสดุก่อสร้างที่จำเป็นอย่างปูนซีเมนต์และเหล็กเส้น แต่เชื่อว่าปัญหาราคาที่ขยับขึ้นนั้นจะเป็นแค่ปัญหาระยะสั้นเท่านั้น” เบน กล่าว

ส่วน อนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ กล่าวว่า สงครามในลิเบียไม่ใช่ปัญหาหลักที่ทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น เพราะทุกวันนี้คนไทยต้องเผชิญกับราคาน้ำมันที่แพงขึ้นอยู่แล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ราคาเคยปรับสูงขึ้นกว่านี้มาก ทำให้บริษัทไม่ได้นำปัจจัยเรื่องสงครามในประเทศลิเบียมาพิจารณาถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้บริษัทได้ล็อกราคาวัสดุก่อสร้างไว้ล่วงหน้า คิดเป็นมูลค่าในเบื้องต้นประมาณ 1,000 ล้านบาท โดยพิจารณาจากแนวโน้มของสินค้าว่าประเภทใดจะปรับขึ้นบ้าง เช่น สุขภัณฑ์ เหล็กเส้น ซึ่งส่วนใหญ่ใช้กับงานก่อสร้างแนวราบ ส่วนการก่อสร้างโครงการแนวสูงนั้นให้ผู้รับเหมาก่อสร้างล็อกราคาไว้ล่วงหน้า 2 ปี ตั้งแต่โครงการเตรียมการก่อสร้างจนโครงการก่อสร้างเสร็จ

เร่งสาธารณูปโภค-พึ่งพรีแฟบ

ด้าน วสันต์ เคียงศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธารารมณ์ เอ็นเตอร์ไพรส์ เชื่อว่าในเมื่อรัฐบาลยังคงใช้มาตรการตรึงราคาดีเซลเอาไว้ ก็จะไม่กระทบต่อต้นทุนวัสดุและการขนส่งในภาคการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แต่ผู้บริโภคอาจจะได้รับผลกระทบจากราคาเบนซินที่เพิ่มขึ้น ทำให้มีภาระค่าใช้จ่ายประจำวันเพิ่มขึ้น แต่เชื่อว่าคงจะไม่มากนัก ที่สำคัญคือผลกระทบในแง่จิตวิทยาที่อาจจะทำให้ผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจซื้อไประยะหนึ่ง

แต่หลังการเลือกตั้งใหม่ไปแล้ว และราคาน้ำมันยังผันผวน ก็ยังไม่แน่ใจว่ารัฐบาลใหม่จะยังคงตรึงราคาดีเซลต่อไปหรือไม่ ทำให้ในเวลานี้บริษัทจึงเร่งการก่อสร้างสาธารณูปโภค ทั้งการถมดิน และการสร้างถนนในโครงการให้เสร็จพร้อมกันทั้งโครงการ เพื่อลดความเสี่ยงด้านต้นทุนก่อสร้าง ขณะเดียวกันจะมีการออกโปรโมชันเป็นระยะๆ เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจของผู้บริโภคด้วย

อธิป พีชานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย กล่าวยอมรับว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในลิเบียต้องส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันอย่างแน่นอน และส่งผลต่อเนื่องไปยังต้นทุนก่อสร้างที่อยู่อาศัย โดยตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาผู้รับเหมาขอขยับราคาก่อสร้างขึ้น 1-2% ทุกเดือน และมีแนวโน้มว่าตลอดปีนี้จะมีการปรับราคาขึ้นต่อเนื่อง

ทางด้านผู้ประกอบการที่สุดก็ต้องปรับราคาที่อยู่อาศัย โดยในส่วนของบ้านแนวราบที่จะก่อสร้างเป็นล็อตๆ จะปรับราคาขึ้น 2-3% สำหรับโซนที่มีการเปิดขายใหม่ หรือเปิดโครงการใหม่ ขณะที่คอนโดมิเนียมส่วนใหญ่จะเซ็นสัญญาล็อกราคาล่วงหน้าแล้ว จะมีการปรับราคาขึ้นเฉลี่ยเพียง 1,000-2,000 บาทต่อตารางเมตรเท่านั้น

สำหรับบริษัทได้เริ่มนำระบบก่อสร้างสำเร็จรูป หรือพรีแฟบ มาใช้กับที่อยู่อาศัยที่ราคาต่ำกว่า 2 ล้านบาทเป็นปีแรก เพื่อช่วยคุมต้นทุนการก่อสร้างในระยะยาวจากการลดระยะเวลาก่อสร้างลง ในเบื้องต้นจะเริ่มทดลองใช้กับ 3 โครงการนำร่อง ได้แก่ ทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น นโว วิลล์ ซึ่งเป็นไฟติงแบรนด์ ที่ติวานนท์-ปทุมธานี และลำลูกกา และโครงการทาวน์เฮาส์ 3 ชั้น

ไม่ว่าสงครามที่ลิเบียกระทบสั้นหรือลากยาว ก็เป็นเรื่องที่ประมาทไม่ได้ กลยุทธ์รัดเข็มขัดเพื่อคุมต้นทุนในทุกด้าน จึงเป็นสิ่งจำเป็นยิ่งขึ้นของทุกบริษัทในเวลานี้

ข่าวอื่นๆ