‘คอตโต้’หวังอสังหาฯฟื้นดันยอดขายปี’65 โต 5% อั้นปรับราคาสู้ต้นทุนพลังงานพุ่ง

วันที่ 26 ม.ค. 2565 เวลา 18:23 น.
‘คอตโต้’หวังอสังหาฯฟื้นดันยอดขายปี’65 โต 5% อั้นปรับราคาสู้ต้นทุนพลังงานพุ่ง
‘‘คอตโต้’ เชื่อตลาดเซรามิกฟื้นตัว หวังรายได้โต 5% ชูสินค้าตอบโจทย์เมกะเทรนด์ทั้งสุขอนามัยและไลฟ์สไตล์ พร้อมปรับกลยุทธ์รับมือต้นทุนพลังงานเพิ่ม 10%

นายนำพล มลิชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายกระเบื้องภายใต้แบรนด์  “คอตโต้” (COTTO) โสสุโก้ (SOSUCO) และ คัมพานา (CAMPANA)   เปิดเผยว่า   ในปี 2565 บริษัทฯตั้งเป้ายอดขายเติบโต 5% เมื่อเทียบกับปีก่อน 11,194 ล้านบาท โดยประเมินเศรษฐกิจภาพรวมเริ่มมีสัญญาณที่เริ่มดีขึ้น แม้จะมีปัจจัยการแพร่ระบาดไวรัสโอมิครอน

“การเติบโตในปีนี้น่าจะดีกว่าปีที่แล้ว เนื่องจากเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส4 ที่ผ่านมา แม้จะเจอกับโอมิครอนช่วงต้นปี แต่ก็ยังมีผลกระทบน้อยกว่าช่วง 2 ปี  สิ่งที่ต้องติดตามคือปัจจัยเงินเฟ้ออาจมีผลต่อกำลังซื้อ และมาตรการภาครัฐที่กำลังจะออกมาจะส่งผลบวกต่อกำลังซื้อได้ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ปีนี้คาดว่าจะมีการเปิดตัวโครงการใหม่ในช่วงครึ่งปีหลังเป็นต้นไป และส่วนใหญ่จะเป็นโครงการแนวราบ ประกอบกับยังคงมีการรีโนเวทอย่างต่อเนื่องทุกพื้นที่ ทำให้จะส่งผลดีต่อตลาดเซรามิก”

สำหรับปัจจัยสำคัญในเรื่องราคาพลังงานนั้น ส่งผลต่อต้นทุนเพิ่มขึ้น 10 %  แต่ยังพยายามไม่ปรบขึ้นราคาสินค้า เน้นการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องจักร เพื่อบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น และควบคุมปริมาณสินค้าคงคลังให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ด้วยการปรับสัดส่วนการขายสินค้าไปยังตลาดที่ได้รับผลกระทบน้อยทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่ไปกับการปรับระดับการผลิตและการนำเข้าสินค้าให้สอดคล้องกับปริมาณความต้องการ

อย่างไรก็ตามผลประกอบการปี  2564  บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 11,194  ล้านบาท เพิ่มขึ้น จากปี 2563  ร้อยละ 10 โดยมีกำไรสุทธิรวม 584  ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 164  ล้านบาท  เป็นผลจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นและจากการขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมหนองแค

นายนำพล กล่าวว่า ปีนี้บริษัทฯยังมุ่งเน้นการสร้างแบรนด์ควบคู่ไปกับการพัฒนาสินค้าและบริการให้ตรงต่อความต้องการและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลันจากสถานการณ์โควิด-19 และส่วนหนึ่งจากภาวะโลกร้อน ซึ่งผู้บริโภคมีความต้องการและมีความพยายามที่จะสร้างพื้นที่ใหม่ในบ้าน หรือ Dream Space เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์และการใช้งานที่แตกต่างหลากหลายของสมาชิกภายในบ้าน ภายใต้วิถี New Normal

ทั้งนี้ในยุคสถานการณ์โควิด ฝุ่น PM 2.5 เชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียสร้างความกังวลให้กับผู้บริโภค ทำให้ต้องการที่อยู่อาศัยหรือต่อเติมและปรับปรุงที่อยู่อาศัยให้เป็นมากกว่า “บ้าน” ในแบบเดิม คือ มีทั้งความปลอดภัย สุขอนามัย เอื้อต่อการสร้างเสริมสุขภาพที่ดี สะดวกสบาย ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ที่ผ่านมาเราได้นำเสนอสินค้าและบริการโดยชูจุดเด่นตามเมกะเทรนด์เรื่องการรักษาสุขภาพและสุขอนามัย ตอบโจทย์ตามความต้องการของผู้บริโภคยุค New Normal และตอบสนองความต้องการต่อเติมและปรับปรุงที่อยู่อาศัย

นอกจากความพยายามในการมุ่งตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้ดีที่สุดแล้ว ในปีนี้ บริษัท ฯ ยังคงมุ่งสร้างการเติบโตของธุรกิจในระยะยาวผ่านกลยุทธ์หลักต่าง ๆ ทั้งการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดของสินค้าบริษัท ร่วมกับผู้แทนจำหน่าย ร้านค้า Modern trade และการขยายสาขาของธุรกิจร้านค้าปลีกกระเบื้องเซรามิก หรือ “คลังเซรามิค” ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง การเร่งพัฒนาเครือข่ายการจัดจำหน่ายในประเทศเพื่อนบ้าน ขยายช่องทางการขายในรูปแบบใหม่ทั้งออฟไลน์ออนไลน์ และเพิ่มความครอบคลุมพื้นที่ให้มากขึ้น ตลอดจนการขยายธุรกิจด้านพลังงานอย่างต่อเนื่อง และยกระดับการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมหนองแคสู่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศระดับ Eco-World Class ที่สำคัญ คือ มองหาโอกาสใหม่ เทคโนโลยีใหม่ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต เพื่อเตรียมรับมือกับต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนพลังงานที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและคงความเป็นผู้นำในธุรกิจเซรามิค นายนำพล กล่าวสรุป

________________________________________