อนันดาฯ เสริมแกร่งสภาพคล่อง ตุนเงินสด 5 พันล. เปิด 7 โครงารใหม่รวมกว่า 2.8 หมื่นล้าน แตกแบรนด์เจาะคนเมือง

วันที่ 15 พ.ย. 2564 เวลา 15:51 น.
อนันดาฯ เสริมแกร่งสภาพคล่อง ตุนเงินสด 5 พันล. เปิด 7 โครงารใหม่รวมกว่า 2.8 หมื่นล้าน แตกแบรนด์เจาะคนเมือง
อนันดาฯ มั่นใจตลาดอสังหาฯฟื้น เปิดต่อ 7 โครงการใหม่ มูลค่ากว่า 2.8 หมื่นล้านบาท ผ่านกลยุทธ์ ANANDA NEW BLUE ตอบโจทย์ตลาดหลังโตวิตชีวิตคนเมืองหวนกลับ เพิ่มทุนหมุนเวียนอีก 5 พันล.รับเติบโตในอนาคต

นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เริ่มคลี่คลาย และมีทิศทางที่ดีขึ้น ประกอบกับการที่รัฐบาลได้ประกาศเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาได้ส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและผู้บริโภค รวมถึงตลาดอสังหาริมทรัพย์ก็เริ่มส่งสัญญาณการฟื้นตัวเช่นกัน

โดยสิ่งที่จะกลับมาอย่างแน่นอนก็คือวิถีชีวิตของคนเมือง เพียงแต่อาจปรับเปลี่ยนรูปแบบแตกต่างไปจากเดิมบ้าง ลูกค้าในแต่ละช่วงวัยจะมีความต้องการที่หลากหลายมากขึ้น โดยปัจจัยของช่วงอายุ และ Generation จะเป็นตัวกำหนดที่สำคัญ หน้าที่ของแบรนด์ในการพัฒนา ก็ต้องมีความเข้าใจ และมีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม และตรงกับความต้องการนั้นๆ เรามั่นใจ และเชื่อมั่น ในศักยภาพคอนโดติดรถไฟฟ้าที่ยังเป็นสินค้าที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการในการใช้ชีวิตคนเมืองได้เป็นอย่างดี และอย่างไร้ขีดจำกัด

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ทำการศึกษาถึงวิถีชีวิตของคนเมืองพบว่าในยุคหลังโควิดการใช้ชีวิตในเมืองยังคงเป็นความจำเป็น มีความสำคัญสำหรับกลุ่มคนในวัยทำงาน กลุ่มคนที่กำลังศึกษาเล่าเรียน กลุ่มครอบครัว ตลอดจนกลุ่มระดับลักชัวร์รี่ในเมือง กลุ่มคนเหล่านี้ยังต้องการที่พักอาศัยที่มีความสะดวกสบายในการเดินทาง การบริการและการดูแลที่พิเศษ ตลอดจนสิทธิพิเศษต่างๆ รวมถึงแวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก

"เพื่อทำให้การอยู่อาศัยเป็นเรื่องง่ายขึ้น และด้วยฐานข้อมูลดังกล่าวบริษัทฯ จึงได้นำเอากลยุทธ์ ANANDA NEW BLUE มาต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการต่างๆ ในปี 2565 ซึ่งบริษัทฯมั่นใจว่าจะสามารถนำเสนอความแตกต่างและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เป็นคนเมืองได้อย่างตรงจุด และและชัดเจน" นายชานนท์ กล่าว

โดย บริษัทฯ มีความพร้อมและความแข็งแกร่งทางด้านการเงิน มีศักยภาพในการลงทุนขยายโครงการต่างๆ ด้วยการตุนกระแสเงินสดกว่า 5,000 ล้านบาท และเมื่อเร็วๆนี้ผู้ถือหุ้นได้ให้ความเห็นชอบในการเพิ่มทุนของบริษัทฯ ประมาณ 1,300 ล้านบาท เพื่อรองรับจังหวะที่สำคัญในการเติบโตของบริษัทต่อไป ปัจจุบันบริษัทฯ มีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ 1.2 เท่า

นอกจากนี้บริษัทมีแผนในการออกหุ้นกู้มูลค่าประมาณ 5,000 ล้านบาท ในเดือนมกราคม 2565 อีกด้วย ในส่วนของการสนับสนุนจากพันธมิตรเรายังคงได้รับการสนับสนุนที่แข็งแกร่งและต่อเนื่องจากพันธมิตรชั้นนำระดับอินเตอร์เนชั่นแนล เช่น มิตซุย ฟูโดซัง, บีทีเอส กรุ๊ป, เพรซิเดนท์ ดี เวนเจอร์, ดุสิตธานี, สแครทช์ เฟิร์สท์ และดิ แอสคอทท์ เป็นอย่างดีด้วยเช่นกัน

นายชานนท์ กล่าวต่อในส่วนของเซอร์วิสอพารท์เม้นท์คาดว่ารายได้ประจำสม่ำเสมอ (Recurring Income) จะกลับมาดีขึ้นในไตรมาส 4/64 ภายหลังจากการเริ่มเปิดประเทศและรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าปี 2565 โครงการเซอร์วิสอพารท์เม้นท์จะสามารถเปิดดำเนินการได้ทั้ง 5 โครงการ คือ โครงการซัมเมอร์เซ็ต พระราม 9 โครงการแอสคอทท์ แอมบาสซี่ สาทร โครงการแอสคอทท์ ทองหล่อ บางกอก โครงการไลฟ์ สุขุมวิท 8 บางกอก และโครงการซัมเมอร์เซ็ต พัทยา

“หลังจากนี้ จะเห็นประเทศไทยเดินหน้าไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน ทั้งภาคธุรกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาแม้อยู่ในสถานการณ์ที่ผันผวนแต่ก็ยังคงมีดีมานด์หรือความต้องการที่อยู่อาศัยอยู่เพียงแค่รอจังหวะเวลาที่เหมาะสม โดยขณะนี้ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีของลูกค้าที่จะเลือกซื้อที่อยู่อาศัยในราคาที่สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ ซึ่งอนันดาฯ มั่นใจว่า ตลาดอสังหาฯ กลับมาแน่นอน! และตลาดอสังหาฯ ในเมืองจะกลับมาเร็วกว่าที่คิด (URBAN LIFE IS BACK)" นายชานนท์ กล่าวทิ้งท้าย

โค้งสุดดท้ายปี64 คาดเโต 2หลัก นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แม้ว่าช่วงที่ผ่านมาของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะอยู่ในช่วงเวลาที่ท้าทาย แต่ในส่วนของ อนันดาฯ ก็ยังสามารถสร้างการเติบโตได้ทั้งในส่วนของยอดขายและยอดโอนมีสัญญาณที่ดีขึ้นที่ชัดเจน โดยในช่วง 3 เดือน (กรกฎาคม – กันยายน) เติบโต 20% มาโดยตลอด

และคาดว่าสามารถเติบโตได้ถึงดับเบิลดิจิทใน 3 เดือนสุดท้ายของปี 64 โดยมียอดขาย 4,104 ล้านบาท และยอดโอนกว่า 2,557 ล้านบาท โดยเติบโตจากโครงการคอนโดมิเนียมและโครงการแนวราบ และบริษัทฯ มียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog)กว่า 12,821 ล้านบาท เพื่อรองรับการโอนในระยะ 2 ปีข้างหน้า

โดยบริษัทฯ มีแผนเปิดโครงการใหม่ในปี 2565 จำนวน 7 โครงการ มูลค่ากว่า 28,000 ล้านบาท โดยเป็นโครงการคอนโดมิเนียม 5 โครงการ และโครงการแนวราบ 2 โครงการ ภายใต้ 7 โครงการใหม่นี้ อนันดาฯ เตรียมเปิดโครงการคอนโดมิเนียม 2 แบรนด์ใหม่ ครั้งแรก ได้แก่

1แบรนด์ โคโค่ พาร์ค พัฒนาเป็นโครงการ โคโค่ พาร์ค (COCO PARC) มูลค่าโครงการ 4,622 ล้านบาท ครั้งแรกในการจับมือเพื่อสร้างสรรค์แบรนด์ใหม่ระหว่าง ANANDA X DUSIT เกิดเป็นประสบการณ์โครงการที่อยู่อาศัยพร้อมบริการสุดพิเศษจากโรงแรมดุสิตธานี ด้วยมาตรฐานระดับโรงแรมห้าดาวเฉพาะโครงการ COCO PARC Managed by DUSIT คอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่ก่อนเปิดขาย วางตำแหน่งเป็นคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ เอกสิทธิ์เพียง 486 ครอบครัว ซึ่งเป็นครั้งแรกของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยสำหรับความร่วมมือครั้งนี้ เพื่อสร้างจุดแข็งด้านมาตรฐานที่พักอาศัยเหนือระดับให้กับลูกค้าในโครงการ

2. แบรนด์ คัลเจอร์ โครงการแนวคิดใหม่ของการอยู่อาศัยในสังคมร่วมสมัย แบรนด์ใหม่เพื่อเปลี่ยนนิยามชีวิตเมือง ANANDA X SUSTAINABILITY CONCEPTS BY SCRATCH, FROM THE CREATOR OF WONDERFRUIT ผู้นำวิถีชีวิตเมืองที่เน้นความยั่งยืนและเป็นมิตรกับธรรมชาติอย่างสร้างสรรค์ CULTURE การรวมตัวกันทางความคิดของกลุ่มคนเมืองที่มีความเชื่อในการมองหาทางเลือกการใช้ชีวิตแนวใหม่ เน้นใกล้ชิดกับธรรมชาติ ผสานความยั่งยืน สร้างแรงบันดาลใจ และสะท้อนตัวตนที่โดดเด่นในการอยู่อาศัย ใน 2 ทำเล คือ

โครงการ คัลเจอร์ ทองหล่อ (Culture Thonglor) มูลค่าโครงการ 3,383 ล้านบาท ทำเลใจกลางแหล่งธุรกิจและ LIFESTYLE ห่างจากสถานีทองหล่อ 230 เมตร โครงการ คัลเจอร์ จุฬา (Culture Chula) มูลค่าโครงการ 6,031 ล้านบาท ห่างจาก MRT สามย่าน 350 เมตร และ 240 เมตรจาก BTS ศาลาแดง นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัว 2 โครงการคอนโดมิเนียม New Series ใหม่ ภายใต้แบรนด์หลัก ด้วย ไอดีโอ ได้แก่

1. โครงการ ไอดีโอ พหล- สะพานควาย (Ideo Phahol-Saphan Khwai) มูลค่าโครงการ 7,521 ล้านบาท ทำเลติดบันไดทางขึ้นรถไฟฟ้าแบบ 0 เมตร 2.โครงการ ไอดีโอ รามคำแหง – ลำสาลี สเตชั่น (Ideo Ramkhamhaeng Lam Sali Station) มูลค่าโครงการ 2,085 ล้านบาท ทำเลจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้าถึง 3 สาย

สำหรับโครงการแนวราบมีแผนเปิดตัว 2 โครงการ ได้แก่ โครงการ อาร์เทล พระราม 9 (Artale Rama9) มูลค่าโครงการ 3,538 ล้านบาท และ ARTALE Ekkamai-Ramintra เป็นแบรนด์โครงการบ้านเดี่ยวระดับ Hi-End ได้รับการยอมรับอย่างดี และต่อยอดสู่ ARTALE RAMA 9 โครงการบ้านระดับ Luxury ใจกลางเมืองบนทำเลใจกลางพระรามเก้า ที่ออกแบบและพัฒนาโครงการด้วยความเข้าใจในความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า ARTALE

"บริษัทฯ มั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าที่กำลังมองหาบ้านหลังแรก หรือผู้ที่กำลังเริ่มต้นชีวิตครอบครัวกับ 2 รูปแบบที่อยู่อาศัยทั้งทาวน์โฮมและบ้านแฝดในราคาเริ่มเพียง 2 ล้านต้น ซึ่งทั้ง 7 โครงการคุณภาพที่อนันดาฯ ถือเป็นการนำเสนอให้ลูกค้า เพื่อตอบโจทย์การอยู่อาศัยของคนเมืองที่มีความหลากหลาย" นายประเสริฐ กล่าว นอกจากนี้ อนันดาฯ ยังให้ความสำคัญในการนำนวัตกรรม และเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาผสานในทุกองค์ประกอบของการดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ล่าสุด จับมือ COCORO (โคโคโระ) เปิดตัว COCORO APP แอปพลิเคชั่นที่พัฒนาจาก Tech Start Up รายใหม่ล่าสุด เพื่อการอยู่อาศัยที่ตอบโจทย์และแก้ปัญหาการบริหารจัดการด้านการดูแลลูกบ้านในวงการอสังหาริมทรัพย์