ที่พำนักของหนุ่มนักสร้างสรรค์ จตุภูมิ คลังวิจิตร

  • วันที่ 26 ธ.ค. 2553 เวลา 18:42 น.

เบื้องหลังบานประตูห้องสีน้ำตาล โลกใบไม่เล็กไม่ใหญ่ของ บอย-จตุภูมิ คลังวิจิตร เจ้าของบริษัทออร์แกไนเซอร์ชื่อดัง ฟีเวอร์ แก๊งค์สเตอร์....

เรื่อง ดวงสมร-ณัฐพล /ภาพ กิจจา อภิชนรจเรข

“บ้าน แสดงตัวตนของเรา” หนุ่มอารมณ์ดี เจ้าของห้องที่เราไปเยี่ยมเยือนบอกกับเรา

เบื้องหลังบานประตูห้องสีน้ำตาล โลกใบไม่เล็กไม่ใหญ่ของ บอย-จตุภูมิ คลังวิจิตร เจ้าของบริษัทออร์แกไนเซอร์ชื่อดัง “ฟีเวอร์ แก๊งค์สเตอร์” รอเราอยู่แล้ว... (อันที่จริงเข้าได้ 2 ประตู)

เหตุผลที่จตุภูมิเลือกคอนโด ฮาเว่น (Haven) ในซอยอินทามระ เป็นที่พักพิงหลังจากที่ย้ายจากลุมพินี ก็ด้วยไลฟ์สไตล์ชีวิตที่ติดกับเมืองและอยากอยู่กับบ้านมากขึ้น

“ออฟฟิศที่อยู่แถวดินแดง เดินทางสะดวกในวันทำงาน แถมยังเงียบสงบ ขนาดคอนโดมิเนียมที่ไม่ใหญ่มากนัก ทำให้แทบทุกคนรู้จักกัน เป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกัน ตอนนี้ห้องยูนิตเก่าที่ลุมพินีผมก็เปิดให้เช่าไป นอกจากนั้นผมยังมีบ้านอีก 2 หลัง หลังแรกอยู่ที่รามอินทรา ตอนนี้ก็มีแม่กับน้องสาวอยู่ที่นั่น ส่วนอีกหลังอยู่ที่สุวรรณภูมิ หลังนี้เป็นบ้านเปล่าๆ ไม่มีคนอยู่ ตกแต่งยังไม่เสร็จดี ที่มาอยู่ที่นี่เพราะว่าผมยังทำงานในเมืองอยู่”

ด้วยพื้นที่ภายในกว่า 100 ตารางเมตร แต่เดิมเป็นห้องแบบหนึ่งห้องนอนใหญ่กับห้องสตูดิโอ ถูกนำมาเชื่อมต่อกัน 2 ยูนิต ส่วนสตูดิโอเดิมกลายเป็นห้องครัวและห้องเก็บของ ด้วยเนื้อที่ขนาดนี้นับว่ากว้างขวางกำลังดีสำหรับอยู่สองคน บ้านอายุปีกว่าๆ เขากับเพื่อนร่วมชีวิต น้ำ-วริทธิ์ธร ศรีใส ที่นอกจากจะช่วยดูแลความเรียบร้อยของบ้านแล้ว ยังเป็นเชฟมือหนึ่งที่จตุภูมิและก๊วนเพื่อนๆ ติดใจ

เจ้าของบ้านอารมณ์ดี

การตกแต่งเป็นแบบมิกซ์แอนด์แมตช์ พื้นไม้สีน้ำตาลอ่อนถูกคลุมทับด้วยพรมขนาดต่างๆ เป็นระยะ ทั้งไหมพรม หนังสัตว์ ขนสัตว์ เพิ่มความอบอุ่นให้กับห้องและดูไม่น่าเบื่อ ที่สะดุดตาคือโคมไฟหลากหลายแบบที่เจ้าของบ้านเข้าใจประดับ ทั้งเล็กใหญ่ แชนเดอเลียร์เหนือโต๊ะรับประทานข้าวและเตียงนอน ก็เพิ่มความหรูหราและอ่อนหวานได้ในคราวเดียวกัน

จตุภูมิมักเดินเลือกซื้อของแต่งบ้านจากร้านขายของเก่าด้วยตัวเอง เห็นบ้านก็รู้แล้วว่าโมเดิร์นไม่ใช่เขาแน่นอน เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวที่เคลื่อนย้ายได้ไม่ใช่บิลต์อิน เขามีความสุขทุกครั้งที่ได้จัดวางสิ่งต่างๆ ในห้องใหม่

จากประตูห้อง 809 จะเห็นห้องนั่งเล่นกับโซฟาสีดำขนาดใหญ่ ที่เอนตัวลงดูสารคดีหลังเลิกงาน ถัดไปคือเก้าอี้นวมที่วางเป็นคู่กับโต๊ะตัวกลางราคาเรือนแสน เป็นมุมสบายที่จะได้ความคิดโลดแล่น จากนิตยสารแฟชั่นและการตกแต่งบ้าน ที่หยิบได้จากแทบทุกมุมในบ้าน

“ตอนแรกผมอ่านแต่หนังสือแฟชั่น พี่ตือ-สมบัษร ถิระสาโรช (เจ้านายเก่า) ยังเคยบอกเลยว่า เดี๋ยววันหนึ่งเธอก็ต้องซื้อหนังสือแต่งบ้าน ผมก็ขำแล้วก็บอกว่าไม่หรอก ออกจะแก่ แต่วันหนึ่งก็เป็นแบบนั้นจริงๆ (หัวเราะ)”

การอ่านหนังสือ ดูหนัง และฟังเพลง เป็นกิจวัตรประจำวันที่เขาขาดไม่ได้ สิ่งเหล่านี้นอกจากจะช่วยผ่อนคลายความเครียดแล้ว ยังเป็นจุดกำเนิดของความคิดสร้างสรรค์ที่จะถูกนำไปใช้ในทุกส่วนของการทำงานที่ต้องใช้จินตนาการอยู่เสมอ จนเจ้าตัวยอมรับว่าบางทียุ่งจนไม่มีเวลาเสพพวกนี้ ก็คิดงานไม่ออกบ้างเหมือนกัน

ห้องรับประทานอาหารและโต๊ะกินข้าว

ส่วนวันพักผ่อน นอกจากดูแลร้านนวดที่อยู่ฝั่งตรงข้าม บางครั้งจะไปสวนจตุจักรซื้อหนังสือ เลือกต้นไม้และเฟอร์นิเจอร์เก่าตั้งแต่ยามสายของวัน หรือถ้าวันไหนอยู่บ้านก็จะนั่งเล่นคอมพิวเตอร์บนโต๊ะกินข้าวคลอเสียงเพลงแจ๊ซชิลชิล จากวิทยุตัวเก่าที่เจ้าตัวรักมากที่สุด ก่อนจะอิ่มอร่อยกับอาหารกลางวันฝีมือคุณน้ำที่ชำนาญอาหารไทยเป็นพิเศษ

ไม่นับการตกแต่งบ้านที่เป็นรูปปูนปั้น ตุ๊กตาทั้งทำจากผ้าและไม้ ตุ๊กตาไบลธ์ หมวกและกระเป๋า และปัจจุบันเขากำลังสนใจภาพเขียนฝีมือศิลปินชื่อดังอย่าง โลเล-ทวีศักดิ์ ศรีทองดี ซึ่งเจ้าตัวกะว่าจะเก็บสะสมไว้เป็นสมบัติทางใจ

“เดี๋ยวนี้ผมอยู่กับบ้านเยอะ เพราะไม่ได้เที่ยวแล้ว เบื่อ เลิกงานแล้วอยากกลับบ้าน ไม่รู้ว่าเป็นสัญญาณของความแก่หรือเปล่านะ” เขาพูดกลั้วเสียงหัวเราะ

“ควรทำบ้านให้เป็นตัวของตัวเอง ถ้าทำตามแบบคนอื่น ถึงวันหนึ่งของบางชิ้นมันก็จะกลายเป็นขยะไปเท่านั้น บ้านสะท้อนตัวตนของเรา ถ้าอยากจะรู้จักใคร ก็ต้องเห็นบ้านของคนคนนั้น” จตุภูมิ บอกเรา

ห้องทีวี

 

ห้องนอน

 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ