ที่สุดอสังหาฯแห่งปีเสือ

  • วันที่ 21 ธ.ค. 2553 เวลา 19:03 น.

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ตลอดปีเสือ 2553ที่นับว่าเป็นปีที่ร้อนแรงที่สุดในรอบ 13 ปีหลังวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540....

โดย...โชคชัย สีนิลแท้ / สุกัญญา สินถิรศักดิ์

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ตลอดปีเสือ 2553ที่นับว่าเป็นปีที่ร้อนแรงที่สุดในรอบ 13 ปีหลังวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 และมีหลายความเคลื่อนไหวสำคัญที่ถือได้ว่าเป็นเหตุการณ์แห่งปี

มาตรการดันโอนบ้านทุบสถิติ

บรรยากาศไตรมาสแรกของปีนี้ไฮไลต์อยู่ที่การเร่งโอนกรรมสิทธิ์ เพื่อให้ทันมาตรการอสังหาริมทรัพย์ ลดค่าธรรมเนียมการโอนจาก 2% เหลือ 0.01% ลดค่าจดจำนอง จาก 1% เหลือ 0.01% และลดค่าภาษีธุรกิจเฉพาะจาก 3% เหลือ 0.11% โดยที่อยู่อาศัยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล มียอดโอนสูงถึง 151,377 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนประมาณ 48%

นอกจากนี้ ยังมียอดโอนจำนวนมากต่อเนื่องจากการที่รัฐยืดอายุมาตรการออกไปสิ้นสุดเดือน มิ.ย. แม้จะเกิดความวุ่นวายทางการเมือง ทำให้เดือน เม.ย.-พ.ค. ยอดจะตกลงไปมาก แต่ก็ถือว่ามาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีส่วนอย่างมากที่ทำให้ยอดโอนบ้านในปีนี้ถล่มทลาย

ม็อบแดงทำอสังหาฯกร่อย

ปัญหาการเมืองจากการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ลากยาวตั้งแต่ปลายๆ เดือนมี.ค. ไปสิ้นสุดเอาในเดือน พ.ค. ด้วยการจลาจลเผาเมือง ถือเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ตลาดไตรมาส 2 ชะลอตัวลงทั้งการโอนกรรมสิทธิ์ ยอดขาย ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นไตรมาสที่แทบไม่มียอดขายเลย ขณะที่การเปิดโครงการใหม่ก็จำต้องเลื่อนไปเปิดยังไตรมาสอื่นแทน

ประกอบกับการสิ้นสุดลงของมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ ทำให้เมื่อขึ้นไตรมาส 3 ในเดือน ก.ค. ยอดโอนกรรมสิทธิ์ลดลงฮวบฮาบถึง 62% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา มียอดโอนเพียง 50,665 ล้านบาทเท่านั้น อีกทั้งยังทำให้ยอดรับรู้รายได้และกำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปีนี้ของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ลดลงสูงกว่า 30%

คอนโดใหม่ทะลักตลาด

ตลาดที่อยู่อาศัยที่หวือหวามากที่สุดในปีนี้หนีไม่พ้น คอนโดมิเนียมที่มีการเปิดตัวใหม่จำนวนมาก โดยเฉพาะจากผู้ประกอบการ|รายใหญ่ที่ลงมาบุกตลาดคอนโดมิเนียมในทุกระดับราคาอย่างจริงจัง เฉพาะเดือน ต.ค. เพียงเดือนเดียวมีการเปิดตัวโครงการใหม่|สูงถึง 1.3 หมื่นยูนิต และเฉพาะครึ่งปีหลังตั้งแต่ความรุนแรงทางการเมืองยุติลงในเดือน ก.ค.เป็นต้นมา มีคอนโดมิเนียมเปิดใหม่มากกว่า 4 หมื่นยูนิต ซึ่งมากกว่ายอดการเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ทั้งปีของปที่ผ่านมาเสียอีก

ธปท.สกัดฟองสบู่ส่งท้ายปี

นอกจากการเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่จำนวนมากแล้ว จนบางทำเลเริ่มประสบภาวะล้นตลาด จนมีเสียงหนาหูถึงภาวะฟองสบู่ที่เกิดขึ้นจากการลงทุน เก็งกำไร ในตลาดคอนโดมิเนียม ถึงขั้นที่วิตกกันว่าฟองสบู่กำลังจะแตกเหมือนปี 2540 ในไม่ช้า ยิ่งเมื่อผู้ประกอบการกับแบงก์จับมือกันทำแคมเปญดอกเบี้ยต่ำ 0% และให้ปล่อยกู้ได้เต็ม 100% ก็ยิ่งทำให้ซื้อง่ายขายคล่องยิ่งขึ้น

จึงเป็นที่มาของการสกัดดาวรุ่งโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกมาตรการคุมการปล่อยสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ สำหรับคอนโดมิเนียมปล่อยได้ไม่เกิน 90% หากปล่อยเกินกว่าสัดส่วนดังกล่าว แบงก์จะต้องตั้งค่าความเสี่ยงเพิ่มจากเดิม 35% เป็น 75% เริ่มวันที่ 1 ม.ค. 2554 เป็นต้นไป และที่อยู่แนวราบที่โดนหางเลขไปด้วย แต่จะบังคับใช้ในอีก 1 ปีถัดไป

ที่ดินทุบสถิติตร.ว.ละ 1.5 ล.

อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่พลาดไม่ได้ในปีนี้ คงเป็นเรื่องราคาที่ดินใจกลางเมืองที่ทุบสถิติจากสูงสุด 1.2 ล้านบาทต่อ ตร.ว. เป็น 1.5 ล้านบาทต่อ ตร.ว.แล้ว โดยเริ่มจากกลุ่มแสนสิริที่คว้าที่ดินขนาด 800 ตร.ว. บริเวณถนนวิทยุ ด้านหลังธนาคารกรุงศรีอยุธยา สำนักงานเพลินจิต เดิมเป็นสถานทูตสเปนของตระกูลสุทัศน์ ณ อยุธยา ในราคาตร.ว.ละ 1.5 ล้านบาท

เช่นเดียวกับกลุ่มโนเบิลที่ได้ซื้อที่ดินเพลินจิต อาเขต ซึ่งเดิม ตัน โออิชิ ได้มาครอบครองและขายต่อให้กลุ่มไรมอนแลนด์ในราคาสูงถึง 1.2 ล้านบาทต่อ ตร.ว. ต่อมากลุ่มไรมอนแลนด์ได้ขายที่ดินบางส่วนให้กับตระกูลจึงรุ่งเรืองกิจ และได้มีการขายต่อให้กลุ่มโนเบิลในราคา 1.5 ล้านบาทต่อ ตร.ว. ซึ่งจะทำให้เกิดแรงกระเพื่อมไปยังที่ดินไพรม์เอเรียแปลงอื่นๆ ที่ราคาอาจจะสูงได้มากกว่านี้ในปีหน้า

ทองมาแชมป์เศรษฐีหุ้น

กลายเป็นแชมป์เศรษฐีหุ้นไทยคนใหม่ล่าสุดในปีนี้ สำหรับ ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ จากค่ายพฤกษา เรียลเอสเตท ที่รวยหุ้นสูงสุดถึง 3.1 หมื่นล้านบาท ตามด้วยอันดับ 2 คีรี กาญจนพาสน์ จากบีทีเอส กรุ๊ป ครองหุ้นรวม 1.78 หมื่นล้านบาท ด้านอนันต์ อัศวโภคินจากแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ที่ร่วงจากอันดับ 1 มานั่งอยู่ที่ 3 ด้วยความรวย (หุ้น) 1.76 หมื่นล้านบาท

ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท เคยครองตำแหน่งเศรษฐีหุ้นไทยอันดับ 2 ติดต่อกันมาถึง 4 ปี ปีนี้ทองมาถือครองหุ้นมูลค่ารวม 31,422.25 ล้านบาท ด้วยกลยุทธ์บุกตลาดแบบไม่ยั้งมือในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา

บิ๊กอสังหาฯกินรวบตลาด

ถือเป็นปีที่ผู้ประกอบการรายใหญ่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์กินรวบตลาดได้ทั้งหมดอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นโครงการที่มีราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท จนไปถึงบ้านราคาแพง ด้วยความจำเป็นที่ทุกค่ายต้องขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้ต้องขยายอาณาเขตการลงทุนให้กว้างขึ้น ลึกขึ้น แม้กระทั่งรายใหญ่ระดับบิ๊กอย่างแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ยังต้องขยับด้วยการส่งแบรนด์ใหม่ 3 แบรนด์ ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ และคอนโดมิเนียมมาแข่งในตลาดระดับกลาง ดีกรีความร้อนแรงจากการแข่งขันของรายใหญ่จึงร้อนระอุขึ้นทุกขณะ

และนี่คือเหตุการณ์เด่นของวงการอสังหาริมทรัพย์ในรอบปีนี้

ข่าวอื่นๆ