AWC ยังมั่นใจอนาคตท่องเที่ยวไทย ดึง Nobu Hospitality ผุดมิกซ์ยูสไฮเอนด์ ดูดนักธุรกิจ-นักท่องเที่ยวกะเป๋าหนัก

วันที่ 30 มิ.ย. 2564 เวลา 13:47 น.
AWC ยังมั่นใจอนาคตท่องเที่ยวไทย ดึง Nobu Hospitality ผุดมิกซ์ยูสไฮเอนด์ ดูดนักธุรกิจ-นักท่องเที่ยวกะเป๋าหนัก
แอสเสท เวิรด์ฯ ลงทุนร่วม Nobu Hospitality ลุยมิกซ์ยูสไฮเอนด์ เปิดเฟสแรก ร้านอาหาร Nobu Restaurants แห่งแรก-แห่งเดียวในไทย บนRooftop เอ็มไพร์ ทาวเวอร์ เสริมแกร่งจุดหมายปลายทางระดับโลก

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)  หรือ AWC ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ เปิดเผยว่า บริษัทลงนามในกรอบความร่วมมือกับ Nobu Hospitality แบรนด์ไลฟ์สไตล์หรูระดับโลก ก่อตั้งโดยเชฟโนบุ มัตสึฮิสะ, เมียร์ เทเปอร์ และ โรเบิร์ต เดอ นิโร ในการร่วมพัฒนาและเปิดตัว Nobu Hotels and Restaurants ในประเทศไทย 

โดยในเฟสแรกจะเริ่มด้วยการเปิดร้านอาหาร Nobu Restaurants แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย บน Rooftop อาคารเอ็มไพร์ ทาวเวอร์  อาคารสำนักงานมิกซ์ยูส (Mixed-Use) แนวไลฟ์สไตล์ที่ใหญ่สุดในประเทศไทย  ซึ่งตั้งอยู่บนศูนย์กลางธุรกิจชั้นนำของกรุงเทพฯ คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ภายในปลายปีนี้ ต่อด้วยการลงทุนสร้างโรงแรม Nobu Hotels อีก 1-2 แห่ง ภายใน 5-6 ปีข้างหน้า โดยจะเป็นการลงทุนของ AWC ทั้งหมด

สำหรับ Nobu Hospitality เป็นที่ยอมรับในฐานะแบรนด์ไลฟ์สไตล์สุดหรูระดับโลก โดยโรงแรมและร้านอาหารในเครือ Nobu มีการออกแบบที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ทั้งการใช้วัตถุดิบและการให้บริการที่ผสมผสานลงตัวกับท้องถิ่น ในแต่ละเมืองใหญ่ทั่วโลกที่ Nobu ไปตั้งอยู่ และนำเสนอลูกค้าด้วยร้านอาหารที่มีบรรยากาศผ่อนคลาย ด้วยแนวคิด Kokoro ในภาษาญี่ปุ่นที่แปลว่า "ความรัก" 

ทั้งนี้ เป็นปัจจัยสำคัญของแบรนด์ ในการให้บริการโรงแรมและร้านอาหารในเมืองใหญ่ใน 5ทวีปทั่วโลก และได้สร้างชื่อในฐานะจุดหมายปลายทางที่สามารถดึงดูดนักธุรกิจและนักเดินทางจากทั่วโลก ทั้งที่นิวยอร์ค ลาสเวกัส มะนิลา ไมอามี่ มาลิบู ลอนดอน และอิบิซ่า และยังต้องจองคิวล่วงหน้าเพื่อมาใช้บริการร้านอาหารของ Nobu ในทุกสาขา เนื่องจากได้รับความนิยมอย่างมากและได้รับเกียรติจากผู้มีชื่อเสียงระดับโลกมาใช้บริการ

“เอ็มไพร์ ทาวเวอร์ จะไม่ได้เป็นเพียงศูนย์รวมของผู้บริหาร นักธุรกิจ พนักงานออฟฟิศ และคู่ค้าของบริษัทชั้นนำของไทยและบริษัทข้ามชาติที่มาตั้งสำนักงานอยู่ในอาคารเท่านั้น แต่เราจะเนรมิตให้สถานที่แห่งนี้เป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกในใจกลางกรุงเทพฯ ที่มีชีวิตชีวา ผสมผสานทั้งธุรกิจและไลฟ์สไตล์ พร้อมเปี่ยมด้วยพลังดึงดูดให้ทั้งชาวไทยและผู้คนจากทั่วโลกเข้ามากินดื่ม พบปะสังสรรค์ หรือเฉลิมฉลองความสำเร็จร่วมกัน” นางวัลลภา กล่าว

สำหรับความร่วมมือทางธุรกิจกับ Nobu Hospitality ในครั้งนี้จะช่วยผลักดันความมุ่งมั่นและแผนการพัฒนา เพื่อให้เอ็มไพร์ ทาวเวอร์ เป็นมิกซ์ยูสที่มีบริการระดับไฮเอนด์ที่ครบครัน เพื่อตอบโจทย์และเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกในทุกด้าน ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับอาหารและบริการที่เป็นเลิศ ตลอดจนช่วยตอกย้ำและส่งเสริมภาพลักษณ์ ให้กรุงเทพมหานครเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกที่ทุกคนอยากมาสัมผัสมากยิ่งขึ้น ซึ่ง AWC จะมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อาหารและบริการ และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทย

นางวัลลภา กล่าวเพิ่มเติมว่า AWC มีความเชื่อมั่นต่อการลงทุนในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย จึงยังคงเดินหน้าขยายการลงทุนตามแผนธุรกิจระยะยาว ด้วยการจับมือกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ จากทั่วโลกเข้ามาร่วมสร้างคุณค่าและความแตกต่างที่โดดเด่นให้กับธุรกิจบริการ โรงแรมที่พักและร้านอาหารของไทย แม้ในช่วงเกิดวิกฤตโควิด-19 AWC ก็ยังไม่หยุดนิ่งโดยพัฒนาศักยภาพของพนักงาน ลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานเพื่อเตรียมความพร้อมเมื่อสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งจะสามารถเดินหน้าธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องทันที

ทั้งนี้ AWC ยังมองหาและเลือกสรรพันธมิตรทางธุรกิจที่มีมาตรฐานและความเชี่ยวชาญระดับโลก พร้อมกับมีจุดแข็งที่แตกต่างและโดดเด่นที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ความร่วมมือระหว่าง AWC และ Nobu Hospitality จะช่วยส่งเสริมศักยภาพซึ่งกันและกันในทุกด้าน ซึ่งมั่นใจว่าการปักหมุด Nobu Restaurants บน Rooftop อาคารเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ จะดึงดูดให้นักธุรกิจและนักเดินทางจากทั่วโลกมาเช็คอินร่วมสร้างประสบการณ์บนยอดตึกแห่งนี้ และทำให้กรุงเทพฯ และประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่เต็มไปด้วยความน่าสนใจยิ่งขึ้น