LPN ยกเครื่องวางยุทธศาสตร์ 3 ปี ปักธงรายได้เฉียด 2 หมื่นล.

วันที่ 25 ก.พ. 2564 เวลา 16:36 น.
LPN ยกเครื่องวางยุทธศาสตร์ 3  ปี ปักธงรายได้เฉียด 2 หมื่นล.
LPN จัดทัพใหม่ลุยตลาดอสังหาฯเจาะตลาดบ้านแนวราบตอบโจทย์ลูกค้า เร่งระบายสต๊อกคอนโด เตรียมออกหุ้นกู้ 3 พันล้าน เสริมสภาพคล่อง

นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริ หารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด(มหาชน) (LPN)  เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานของบริษั ทในปี  2564-2567 ว่า บริษัทได้วางยุทธศาสตร์แผน 3 ปี ให้เป็นปีของการขับเคลื่อนองค์ กรไปสู่การเป็นองค์กรที่มีอั ตราการเติบโตในด้านของรายได้ และความสามารถในการทำกำไรอย่ างยั่งยืน

ทั้งนี้จะบริหารต้นทุนให้มีประสิ ทธิภาพ การใช้ข้อมูล (Big Data) มาวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้ า (Customer Insight) เพื่อการพัฒนาทั้งบ้านพักอาศัย และอาคารชุดพักอาศัย ให้มีฟังก์ชั่นการใช้งาน ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลู กค้าในทุกมิติในระดับราคาที่ เหมาะสม (Affordable Price) สำหรับผู้ซื้อในทุกกลุ่มภายใต้ แนวคิด “ความพอดีที่ดีกว่า : The Better Balance”    

นอกจากนี้ในปี 2564 ได้ ปรับโครงสร้างองค์กร จากโครงสร้างการทำงานตามหน้าที่ (Functional Organization) สู่การบริหารงานในรูปแบบของหน่ วยธุรกิจ (Business Unit) รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ดิจิทัลในการปรับปรุ งกระบวนการทำงาน (Digital Transform)  เพื่อให้การทำงานมีความคล่องตั วในการตัดสินใจ และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริ หารค่าใช้จ่ายและต้นทุ นในการดำเนินงาน

อย่างไรก็ตามในช่วง3ปี มีเป้าหมายที่จะสร้างรายได้ ไม่น้อยกว่า 1.6 หมื่นล้านบาทหรือผลักดันให้ทำสถิติสูงสุด 2 หมื่นล้านบาทภายในปี 2567  หลังจากได้ผ่านความเสี่ยงทางธุรกิจที่เกิดขึ้ นในปี 2563  และเผชิญกับการแพร่ ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้ทุกภาคธุรกิจต้องปรับตั วรวมทั้งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

สำหรับแผนธุรกิจในปีนี้ กำหนด 4 ไว้ยุทธศาสตร์หลักได้แก่ การรุกตลาดบ้านพักอาศัยตอบโจทย์ความต้องการของผู้ซื้ อในปัจจุบันทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์เฮ้าส์ เตรียมเปิด 6 โครงการ มูลค่า 5,500 ล้านบาทเจาะตลาดพรีเมี่ยม ภายใต้แบรนด์ “บ้าน 365” 1 “บ้านลุมพินี ทาวน์เพลส” และ “บ้านลุมพินี ทาวน์วิลล์หวังเพิ่มสัดส่วนรายได้บ้านพักอาศัยจาก 20% เป็น 30% ในปี 2564 และมีแผนเป็น 50% ภายในปี 2567 

นอกจากนี้จะชะลอแผนการซื้อที่ดินใหม่เพื่ อนำมาใช้ในการพัฒนาอาคารชุดพั กอาศัย เนื่องจากบริษัทมีที่ดินที่ซื้ อเก็บไว้ในปี 2563 ทั้งสิ้น 6-8 แปลง  ประกอบกับปัจจุบันมี โครงการอาคารชุดพักอาศัยที่อยู่ ระหว่างการก่อสร้างและที่สร้ างเสร็จพร้อมขายรองรับกับการเติ บโตของธุรกิจได้ต่อเนื่องในปี 2564-2567 

ขณะเดียวกันบริษัทมีแผนที่ จะออกหุ้นกู้ประมาณ  3,000 ล้านบาท  เพื่อนำมาใช้ในการชำระคืนหุ้ นกู้ที่จะครบกำหนดชำระคืนในปี 2564 จำนวน 2,000 ล้านบาท และเพื่อลงทุนซื้อที่ดินสำหรั บการพัฒนาโครงการบ้านพักอาศัยใช้งบลงทุน 4,000 ล้านบาทในปี 2564

อย่างไรก็ตาม บริษัทมีแผนที่จะนำเอาทรัพย์สิ นที่มีอยู่ เช่น อาคารชุดพักอาศัยที่สร้างเสร็ จรอขายแล้วนั้นมาปล่อยเช่าเพื่ อสร้างรายได้และรวมถึงการสร้าง Backlog เพื่อขายในอนาคต ทั้งนี้บริษัทมีแผนนำที่ดินที่รอการพั ฒนาบางส่วนมาพัฒนาในรูปแบบที่ แตกต่างออกไป เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับที่ ดินที่บริษัทถือครองอยู่

นายโอภาส  กล่าวว่า ตั้งเป้าหมายมีรายได้ จากการขาย (Presale) ประมาณ 10,000 ล้านบาท ในปี 2564 ใกล้เคียงกับปี 2563 ที่มีรายได้จากการขายและบริการ 7,362 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 734 ล้านบาท    ทั้งนี้  ณ สิ้นปี 2563 บริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) ประมาณ 2,200 ล้านบาท ที่จะรับรู้รายได้ในปี 2564 และมีสินค้าคงเหลือที่พร้ อมขายประมาณ 11,000 ล้านบาท