นิปปอนเพนต์ มองปี 64 ตลาดสีทาบ้านมูลค่า 2.5 หมื่นล้านบาท แสนสดใส

วันที่ 28 ม.ค. 2564 เวลา 14:04 น.
นิปปอนเพนต์ มองปี 64 ตลาดสีทาบ้านมูลค่า 2.5 หมื่นล้านบาท แสนสดใส
นิปปอนเพนต์ ประเทศไทย เดินเกมดุตลาดสีทาบ้านปี64 มูลค่า 2.5 หมื่นล้านบาท แนวโน้มเป็นบวก เปิดตัวแคมเปญใหม่ สร้างการรับรู้-ใส่ใจระบบการทาสีที่ถูกต้องใช้ชีวิตที่อยู่อาศัยปลอดภัย ในช่วงโควิด ระลอกใหม่

นายวัชระ ศิริฤทธิชัย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟ โคทติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสีนิปปอนเพนต์ในประเทศไทย เปิดเผยว่า ในปี2564 บริษัทจะเดินหน้ารุกสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความสำคัญของการเลือกใช้สีและวัสดุเคลือบผิวที่มีคุณภาพ และขั้นตอนการทำงานที่ถูกต้อง

ทั้งนี้ บริษัทจะนำเสนอกิจกรรมทางการตลาดภายใต้แคมเปญโฆษณา “เครื่องสำอางเพื่อบ้านคุณ” เพื่อบอกเล่าเรื่องราว ของการแต่งเติมบ้านให้ยังคงความสวยสด งดงาม แม้เวลาจะผ่านไป พร้อมสื่อสารประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์เป็นหลัก โดยแคมเปญการตลาดในครั้งนี้ ต่อยอดจากความสำเร็จในปีก่อน เพื่อตอกย้ำความเป็น The Coatings Expert ที่ช่วยแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น แ

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังต้องการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องอย่างแท้จริงให้ผู้บริโภค ว่าสีและวัสดุเคลือบผิวแต่ละชนิด แต่ละประเภทมีความแตกต่างกัน การเลือกสี การใช้สี การเตรียมสี ก็แตกต่างกันขึ้นอยู่กับสภาพพื้นผิวของผนังหรือวัสดุนั้น ๆ เพื่อให้ได้ผลงานที่ดีและมีคุณภาพ

นายวัชระ กล่าวอีกว่า ด้วยประสบการณ์ที่สะสมมายาวนานกว่า 140 ปี ของนิปปอนเพนต์.บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นในการวิจัยและพัฒนา (R&D) ผ่าน R&D Center ที่มีอยู่หลายประเทศในเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และจีน ทำให้นิปปอนเพนต์มีความโดดเด่นในด้านนวัตกรรมสีและวัสดุเคลือบผิวที่มีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุมและรวดเร็ว เช่น นิปปอนเพนต์ แอร์แคร์ ด้วยเทคโนโลยีซิลเวอร์ไอออน (Silver Ion Technology)

ทั้งนี้ เพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์ยุค New Normal ที่มีความใส่ใจสุขภาพ หรือ Professional Series นวัตกรรมระบบสีคุณภาพสูงสำหรับงานโครงการคุณภาพและช่างสีมืออาชีพ (Professional Series) ที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการโครงการ (B2B) ได้อย่างลงตัว ซึ่งในปีนี้จะมีการนำนวัตกรรมต่างๆ ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทันกับความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม โดยเฉพาะการยกระดับคุณภาพชีวิตให้ปลอดภัยในยุค Covid-19 ที่กำลังระบาด ระลอกใหม่ในขณะนี้

อย่างไรก็ตาม พบว่า การแพร่ระบาดของ Covid-19 ในปีที่ผ่านมาส่งผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในตลาดสีและวัสดุเคลือบผิวอย่างมาก โดยพบว่าตลาดสีทาบ้านและสีทาอาคารซึ่งมีมูลค่าราว 25,000 ล้านบาท มีการเติบโตลดลงประมาณ 10- 15% ปัจจัยหลักเกิดจากการลดการใช้จ่ายของผู้บริโภค ที่ขาดความมั่นใจต่อสภาพเศรษฐกิจ ทำให้ลดหรือชะลอการปรับปรุงบ้าน อาคาร โรงงาน สำนักงานต่าง ๆ เป็นต้น

ขณะที่โครงการขนาดใหญ่ทั้งแนวราบ และอาคารสูงต่างชะลอหรือยกเลิกการขึ้นโครงการใหม่ รวมถึงการล็อกดาวน์ห้างค้าปลีกสมัยใหม่ ทำให้ต้องปิดร้านค้าในช่องทางโมเดิร์นเทรดเป็นระยะเวลาเกือบ 3 เดือน จึงส่งผลกระทบในวงกว้าง

“แม้วิกฤติโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อตลาดรวมสีทาบ้านและอาคาร แต่ก็พบว่า กลุ่มสีเพื่อสุขภาพ กลับมีการเติบโตแบบก้าวกระโดด ส่งผลให้มีมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 1,000-1,500 ล้านบาท รวมทั้งยังพบว่า ผู้ประกอบการสีหันไปลงทุนในธุรกิจอื่น เช่น เคมีภัณฑ์ ผนังบ้าน เป็นต้น ส่งผลให้ภาพรวมของธุรกิจยังคงเดินหน้าและมีการเติบโตต่อไป”

ขณะที่ในปีนี้เบื้องต้นประเมินว่า การแพร่ระบาดของ Covid-19 ระลอกใหม่ อาจจะส่งผลกระทบต่อตลาดรวมสีทาบ้านและอาคารบ้างหากสถานการณ์ไม่ยืดเยื้อ เชื่อว่าตลาดจะกลับมาคึกคักขึ้นส่งผลให้มีการเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อน หลังจากที่พบว่าในไตรมาสสุดท้ายของปี 2563 ธุรกิจเริ่มขยับตัวเดินหน้ามากขึ้น ขณะเดียวกันพบว่า กลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการโครงการต่างมุ่งที่จะเดินหน้าให้โครงการสำเร็จต่อเนื่อง การมองหาเทคโนโลยีใหม่ๆ มาเป็นตัวช่วยเสริมให้การทำงานเร็วขึ้น ลดการใช้แรงงานคน ลดต้นทุน

ขณะเดียวกันยังคงประสิทธิภาพของงานได้ดี ทำให้ส่งมอบงานได้เร็วยิ่งขึ้น จึงเป็นอีกหนึ่งโอกาสของนิปปอนเพนต์ที่โฟกัสกลุ่มลูกค้า B2B มาต่อเนื่อง