“เอสซีจี” เปิดเทรนด์ "Everything at Home" เศรษฐกิจติดบ้าน

วันที่ 21 ก.ค. 2563 เวลา 13:08 น.
“เอสซีจี” เปิดเทรนด์ "Everything at Home" เศรษฐกิจติดบ้าน
เอสซีจี สำรวจพฤติกรรมผู้คนเมื่อต้องอยู่ติดบ้านในช่วงสถานการณ์โควิค-19 จนเกิดดีมานด์ใหม่ในการอยู่อาศัย พร้อมครีเอท 5 ไอเดียปรับพื้นที่บ้าน รองรับการอยู่อาศัยในยุค New Normal

“Everything at Home” หรือ ‘เศรษฐกิจติดบ้าน’ อีกหนึ่งเทรนด์ที่กำลังมาแรงในยุคชีวิตแบบปกติใหม่ (New Normal) ที่เกิดขึ้นในช่วงสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 จากทุกคนต้องกักตัวเอง และทำทุกกิจกรรมภายในบ้าน

เจือ คุปติทัฬหิ Consult and Design Solution Business Lead เอสซีจี กล่าวว่า พฤติกรรมการอยู่อาศัยที่เปลี่ยนแปลงไปสู่ไลฟ์สไตล์แบบ New normal ทำให้เราพบว่า 5 อันดับพื้นที่บ้านที่มีการใช้งานสูงที่สุดในช่วงล็อกดาวน์ คือ ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องครัวและห้องทานอาหาร ห้องน้ำ และพื้นที่รอบบ้าน เช่นสวน หรือพื้นที่ระเบียงนอกบ้าน

เนื่องจากสมาชิกภายในบ้านจะจัดสรรพื้นที่ภายในห้องต่างๆ มาทำกิจกรรมอื่นๆ เอสซีจีจึงได้นำผลสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภค และการใช้พื้นที่ภายในบ้าน มาสร้างเป็น 5 ไอเดียในการปรับบ้าน เพื่อให้ทุกคนสามารถทำทุกกิจกรรมที่ต้องการภายในบ้านหลังเดิมได้อย่างมีความสุข พร้อมแนะนำการเลือกวัสดุก่อสร้างที่จะนำมาใช้ปรับบ้านให้ตอบโจทย์ และยังคงมีดีไซน์ที่สวยงาม ดังนี้

1. บ้าน คือ ออฟฟิศหลังใหม่ (Home as a New Office) ปรับเปลี่ยนพื้นที่ภายในบ้านให้เป็นห้องทำงานที่เหมาะกับการ Work From Home (WFH) โดยสามารถปรับได้ 2 รูปแบบ คือ จัดระเบียบห้องนอนสร้างมุมทำงานภายในห้อง และสร้างมุมทำงานขึ้นมาใหม่ โดยใช้ห้องว่าง หรือพื้นที่ว่างภายในบ้าน

โดยแนะนำให้หามุมจัดวางโต๊ะทำงานบริเวณที่มีแสงธรรมชาติเข้าถึง พร้อมติดตั้งระบบระแนงไวนิลหรือไม้ระแนง เอสซีจี บริเวณดังกล่าว เพื่อช่วยกรองแสง และลดความร้อนที่จะเข้าสู่ตัวห้อง ควรแบ่งสัดส่วนพื้นที่ทำงานและพื้นที่ส่วนตัวให้แยกออกจากอย่างชัดเจน

พร้อมเสริมฟังก์ชันให้พื้นที่ด้วยการติดตั้งแผ่นวัสดุ Cylence รุ่น Zoundblock ที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันเสียงโดยเฉพาะ ช่วยลดการส่งผ่านของเสียงระหว่างห้อง เพื่อป้องกันเสียงต่างๆ เข้ามารบกวนระหว่างทำงาน เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างประสิทธิภาพ และยังสามารถติดตั้งแผ่นดูดซับเสียง Cylence รุ่น Zandera ซึ่งเป็นแผ่นบุสำเร็จรูปมีคุณสมบัติดูดซับเสียง มีหลากหลายสีสัน น้ำหนักเบาและติดตั้งไม่ยาก ทั้งยังช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับผนังห้องได้เป็นอย่างดีด้วย นอกจากนี้ควรหาโต๊ะ และเก้าอี้ที่เหมาะสำหรับการนั่งทำงานเป็นเวลานานๆ ด้วย

2. มุมสงบในการพักผ่อน (Sanctuary-Like Space) สร้างมุมดีๆ ภายในบ้านไว้สำหรับพักสายตาจากการทำงาน และทำกิจกรรมยามว่าง เพื่อคลายความเครียด ช่วยให้การอยู่บ้านไม่น่าเบื่อ และสร้างสมดุลย์ระหว่างการทำงานกับการใช้ชีวิต เช่น มุมจิบกาแฟชิลๆ พร้อมต้นไม้เล็กๆสร้างเป็นมุมโปรดในบ้าน หรือบริเวณสวนนอกบ้าน จัดเป็นสวนพักผ่อนเล็กๆ โดยใช้บล็อกปูพื้น กระเบื้องปูพื้น หรือไม้สังเคราะห์มาปูและจัดเรียงลวดลายสวยๆ เป็นพื้นที่เล็กๆ ในสวน เสริมด้วยชุดโต๊ะ-เก้าอี้ไว้นั่งพักผ่อน

สำหรับมุมออกกำลังกาย หาพื้นที่ว่างภายในบ้าน หรือแบ่งพื้นที่บางส่วนของห้องนั่งเล่นมาใช้เป็นมุมออกกำลังกายเบาๆ เช่น โยคะ เต้นแอโรบิค หรือออกกำลังกายตามคลิปต่างๆ

3.พื้นที่สีเขียว แหล่งโอเอซิสของบ้าน (Greenery Space: An Oasis at Home) การปลูกต้นไม้ และตกแต่งสวนกลายเป็นหนึ่งในกิจกรรมยามว่างช่วงกักตัว ที่ไม่เพียงใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ แต่ยังช่วยเติมความสดชื่น มีชีวิตชีวา สร้างบรรยากาศบ้านให้ร่มรื่น และผ่อนคลายยิ่งขึ้น โดยการเติมพื้นที่สีเขียวสามารถทำได้ทั้งภายใน และรอบๆ บ้าน ดังนี้

การตกแต่งสวนภายในบ้านโดยนำกระถางต้นไม้เล็กๆ มาประดับตกแต่งไว้ตามมุมต่างๆ ซึ่งต้นไม้ที่แนะนำให้เน้นไม้ประดับที่ดูแลง่าย ชอบแสงรำไร ช่วยดักผุ่น และฟอกอากาศให้กับบ้าน เช่น ต้นลิ้นมังกร ยางอินเดีย เบญจมาศ พลูด่าง เป็นต้น

ส่วนการตกแต่งสวนรอบบ้าน เจ้าของบ้านสามารถเลือกวัสดุตกแต่งภูมิทัศน์ เช่น กระเบื้องปูพื้น บล็อกปูพื้น กระเบื้องตกแต่งผนัง หรือหญ้าเทียม มาตกแต่งเป็นทางเดิน หรือจุดนั่งพัก พร้อมผสมผสานการปลูกต้นไม้ที่ให้ร่มเงา หรือไม้ประดับที่มีสีสันสวยงาม หรือหากบ้านมีพื้นที่ไม่มากนัก แนะนำให้ติดตั้งระบบสวนแนวตั้ง Modular Green Hive สวนสำเร็จรูปแทน ติดตั้งง่าย ดูแลง่าย พร้อมให้ปรับเป็นสวนผนังบังแดดไม่ให้บ้านร้อนได้อีกด้วย

4.บ้านสะอาด และปลอดเชื้อโรค (Home Hygiene and Sanitization) ความสะอาด และปลอดภัย เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เจ้าของบ้านยุค New Normal ให้ความสำคัญ เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีให้การอยู่อาศัย ซึ่งจากการสำรวจพบว่าเจ้าของบ้านเริ่มหันมาสนใจนวัตกรรมวัสดุก่อสร้าง รวมถึงอุปกรณ์และของใช้ภายในบ้าน ที่มีฟังก์ชันการใช้งานที่ทันสมัย สะดวกสบาย สามารถใช้งานโดยไม่ต้องใช้มือสัมผัส (Touchless) เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากเชื้อโรคที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

5.พื้นที่ใหม่สำหรับฟังก์ชันการใช้งานใหม่ (New Spaces for New Functions) เอสซีจี ขอนำเสนอ 2 พื้นที่ ที่สร้างขึ้นเพื่อเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานให้ตอบพฤติกรรมใหม่ที่เกิดขึ้น ได้แก่ ต่อเติมโรงจอดรถ เพราะเมื่อต้อง WFH เจ้าของบ้านต้องจอดรถไว้ที่บ้าน ทำให้รถโดนแดด และฝนตลอดเวลา โรงจอดรถจึงเป็นโซลูชันที่สามารถช่วยแก้ปัญหาดังกล่าว

โดยการติดตั้งสามารถทำได้ 2 รูปแบบ คือ ติดตั้งแบบมีโครงสร้างเหล็กรองรับ และติดตั้งแบบระบบกันสาดที่ยื่นต่อมาจากตัวบ้าน ส่วนวัสดุหลังคาสามารถเลือกใช้ได้ทั้งแบบทึบ และแผ่นโปร่งแสง พร้อมแนะนำแบ่งมุมหนึ่งของโรงจอดรถมาติดตั้งชั้นวางของ เพื่อใช้เป็นจุดรับพัสดุจากการช้อปปิ้งออนไลน์

อีกหนึ่งพื้นที่ที่น่าสนใจ คือ ห้องครัวสำหรับเจ้าของบ้านที่ชอบทำอาหารทานเองที่บ้าน ก็สามารถเพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้ง่ายๆ ด้วยการต่อเติมเคาน์เตอร์ครัว และปูเคาน์เตอร์ท็อปด้วยด้วยกระเบื้อง เพื่อไว้รับประทานอาหาร หรือนั่งชิลยามว่าง ก็ช่วยเพิ่มบรรยากาศให้สวยขึ้นได้

ทั้งนี้ ก่อนที่จะปรับพื้นที่บ้านสิ่งแรกที่ต้องทำ คือ สังเกตรูปแบบการใช้ชีวิตของตัวเอง และทุกคนในครอบครัว เพื่อที่จะได้รู้ ว่าต้องการพื้นที่ หรือฟังก์ชันอะไรเพิ่มเติม เมื่อได้สิ่งที่ต้องการแล้ว สามารถไปขอรับคำปรึกษา หรือคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับปรุงที่อยู่อาศัย เพื่อให้สามารถปรับพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม รวดเร็ว และตรงใจ พร้อมกับออกแบบให้เข้ากับรูปแบบการใช้ชีวิตของทุกคนและทุกวัยได้อย่างลงตัว

"เอสซีจี มีบริการเซอร์วิส โซลูชันแบบครบวงจร ที่พร้อมมอบบริการแบบครบวงจร ตั้งแต่ให้คำปรึกษา วางแผน บริการออกแบบ ประเมินราคา สำรวจพื้นที่หน้างาน ดำเนินการติดตั้ง และดูแลหลังการขาย ซึ่งทุกขั้นตอนดูแลโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ” นายเจือกล่าวเสริม