แคปปิตอล จีฯ ปั้นแบรนด์เฉพาะ “MONTE RSU” เจาะนักศึกษา ม.รังสิต

วันที่ 11 มี.ค. 2563 เวลา 17:17 น.
แคปปิตอล จีฯ ปั้นแบรนด์เฉพาะ “MONTE RSU” เจาะนักศึกษา ม.รังสิต
แก้เกมคอนโดล้นตลาด รองรับศักยภาพกำลังซื้อที่อยู่อาศัยราคาหลัก 6 หมื่นบาทต่อตารางเมตร ติดแนวรถไฟฟ้า ที่ยังมีความต้องการอยู่

นายชัยรัตน์ พิรุฬหพัสต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แคปปิตอล จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด กล่าวว่า แม้ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียมในปี 2563 จะไม่ดี โดยเฉพาะกลุ่มสินค้า Luxury ระดับราคาตั้งแต่1.5 แสนบาทต่อตารางเมตร(ตร.ม.)ขึ้นไป ที่พบว่าในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา มีสินค้ากลุ่มนี้ออกมาสู่ตลาดค่อนข้างมากและเป็นทำเลที่อยู่ในเมือง

อย่างไรก็ตาม ยังมีกลุ่มคนไทยที่มีเงินมีกำลังซื้อที่พร้อมจะซื้อในระดับราคาขายไม่เกิน 1 แสนบาทต่อตารางเมตร(ตร.ม.) ซึ่งเชื่อว่าตลาดกลุ่มนี้ยังไปได้เพียงแต่ผู้ประกอบการพัฒนาที่ดินจะต้องเลือกทำเลให้ถูกจุดตรงกับความต้องการของตลาดผู้บริโภค

จากแนวโน้มดังกล่าว บริษัทมองเห็นโอกาสเปิดตัวโครงการ “MONTE RSU (มอนเต้ รังสิต)”ราคาขายเฉลี่ย ต่อ ตร.ม. เพียง 60,000 บาท ทำเลใกล้รถไฟฟ้าสถานีหลักหก และมหาวิทยาลัยรังสิต ดชื่อว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และเป็นโครงการ RARE PROJECT ในย่านนี้ มีความเหมาะสมทั้งเพื่ออยู่เองและการลงทุน โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มดังนี้

กลุ่มลูกค้าที่อยู่ในพื้นที่หรือ Local demand ประมาณ 50 % เช่น นักศึกษา กลุ่มผู้ปกครอง กลุ่มผู้บริโภคที่อาศัยอยู่ หรือทำงานในย่านรังสิต,เมืองเอก, สรงประภา และแจ้งวัฒนะ เป็นต้น กลุ่มผู้ประกอบการเจ้าของอพาร์ตเม้นท์ในพื้นที่ใกล้เคียง เจ้าของธุริจขนาดใหญ่และเล็ก ฯลฯ ประมาณ 20 %

นอกจากนี้ยังมี กลุ่มนักลงทุน (Investors) ที่แท้จริงที่ชอบลงทุนทั้งระยะสั้นและระยะยาว ที่ต้องการย้ายเงินลงทุนจากการลงทุนอื่นๆ เช่น จากพันธบัตร จากตลาดหุ้น ฯลฯ มาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงนักลงทุนหน้าใหม่ประมาณ 30 %

โดยคาดว่า จากจุดเด่นของโครงการ เชื่อว่าจะให้ผลตอบแทนที่ดี ทั้ง Capital gain กำไรที่ได้จากการขาย, Rental yield กำไรจากการปล่อยเช่า โดยคาดว่าจะได้มากถึง 5-7% อัตราค่าเช่าประมาณ 7,000-12,000 บาทต่อเดือน

โครงการตั้งอยู่บนเนื้อที่ 3 ไร่กว่า พัฒาเป็นคอนโดมิเนียมสูง 8 ชั้น 566 ยูนิต (รวมห้องพักเพื่อการพาณิชย์ 1 ยูนิต) ราคาขายเฉลี่ย 60,000 บาท/ตร.ม. หรือ ราคาเริ่มต้นประมาณ 1-1.5 ล้านบาท รวมมูลค่าโครงการ 900 ล้านบาท ประกอบด้วย 3อาคาร อาคารA จำนวน 210 ยูนิต , อาคาร B จำนวน 224 ยูนิต ,อาคารC จำนวน 132 ยูนิต มีห้องชุด 3 แบบให้เลือก ดังนี้ แบบ Studio Suited ขนาด 22 ตารางเมตร จำนวน82 ยูนิต แบบ 1 Bedroom Extra Bedroom Extra ขนาด 25 -26 ตารางเมตร จำนวน343 ยูนิต และแบบ1 Bedroom Exclusive ขนาด 29 ตารางเมตร จำนวน 140 ยูนิต มีที่จอดรถ 181 คัน เริ่มเปิดขายในเดือนมี.ค.นี้ คาดจะเริ่มก่อสร้าง ไตรมาสที่ 2 ปี 2564 กำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จไตรมาสที่ 3 ปี 2565 (ปัจจุบันอยู่ระหว่างยื่นขอ EIA )

พร้อมกันนี้ บริษัท ยังมีแผนขยายการพัฒนาที่อยู่อาศัยไปยังแนวราบ ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการศึกษารายละเอียดและเจรจาที่ดินอยู่ 2-3 แปลง