'PF-GRAND' มองตลาดบ้าน-คอนโดปีนี้ แข่งเดือดโปรโมชัน รับซัพพลายที่อยู่อาศัยราคาต่ำ 3 ล้านบาทล้นตลาด

วันที่ 12 ก.พ. 2563 เวลา 18:48 น.
'PF-GRAND' มองตลาดบ้าน-คอนโดปีนี้ แข่งเดือดโปรโมชัน รับซัพพลายที่อยู่อาศัยราคาต่ำ 3 ล้านบาทล้นตลาด
พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค มอง 3 ปัจจัยหลัก ไวรัสโคโรนา-นักท่องเที่ยวหด-บาทแข็ง ทรุดเศรษฐกิจไทยในครึ่งแรกปีนี้ แต่ยังมองบวกหลังสงกรานต์จีนเอาอยู่วิกฤตไวรัส นักท่องเที่ยวจีนคืนกลับไทย

นายชายนิด อรรถญาณสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทพร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 ยังต้องจับตา 3 ปัจจัยหลัก คือ 1.การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า ส่งผลกระทบตาออุตสาหกรรมท่องเที่ยวชะลอตัว 2.จำนวนนักท่องเที่ยวจีน ที่คาดว่าจะหายไปในขณะนี้ราว 10 ล้านราย และ 3.เงินบาทที่ยังแข็งค่าในปัจจุบันอยู่ที่ 30-31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมีผลต่อทั้งภาคการส่งออกและการท่องเที่ยว โดยปัจจัยดังกล่าว คาดจะส่งผลกระทบให้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยมีอัตรการเติบโตชะลอตัวในครึ่งแรกของปีนี้

"ประเมินว่าจีน จะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา ได้ในช่วงเดือนมีนาคม นี้ จากภาพรวมสภาพอากาศในจีนที่เริ่มอบอุ่น และคาดว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน จะเริ่มเดินทางกลับมายังประเทศไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต๋ในเดือนเมษายน ซึ่งไทยได้เข้าสู่ฤดูร้อนแล้ว นอกจากนี้หากรัฐบาลสามารถควบคุมเงินบาทให้อยู่ในอัตราแลกเปลี่ยนราว 32-33 บาทต่อดอลลาร์ฯได้ จะส่งผลดีดีทางเศรษฐกิจในประเทศฟื้นตัวขึ้น" นายชายนิดกล่าว

นายวงศกรณ์ ประสิทธิ์วิภาค กรรมการผู้จัดการ บริษัทพร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าในปี2563 นี้ บริษัทไม่มีแผนเปิดตัวโครงการแนวสูง (ไฮไรซ์) หรือ คอนโดมีเนียมแบรนด์ต่างๆ ของบริษัท เพื่อทำตลาด เนื่องจากประเมินว่าภาพรวมตลาดคอนโดมีเนียม ในปีนี้จะมีการแข่งขันรุนแรง โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ที่มีจำนวนมากเกินความต้องการของผู้บริโภค (โอเวอร์ ซัพพลาย) จากในปีที่ผ่านมา

ดังนั้นในปีนี้ คาดว่าจะได้เห็น กลยุทธ์ "โปรโมชัน ลีด" ต่างๆ ทั้ง การลดราคาผลิตภัณฑ์จากเจ้าของโครงการฯ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ปรับลดลง การลดค่าจดจำนองและค่าโอนเหลือ 0.01% ซึ่งมีผลบังคับใช้ไปจนถึง 24 ธ.ค.2563 รวมถึงมาตรการ LTV ของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ผ่อนคลายมากขึ้นในปีนี้

โดยในปีที่ผ่านมา มีโครงการฯทั้งบ้านเดี่ยวและคอนโด ที่มีราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท โดยเฉพาะในกลุ่มฐานราก ไม่ผ่านการอนุมัติสินเชื่อจากธนาคารมากกว่า 70% จากปัจจัยหลัก ด้านหนี้สินพัวพัน และเป็นสัดส่วนใกล้เคียงกับกลุ่มลูกบ้านในโครงการที่ร่วมกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ซึ่งพบว่าไม่สามารถขอสินเชื่อผ่านได้ราว 70% อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในปีที่ผ่านมา ธุรกิจอสงัหาริมทรัพย์ในภาพรวมจะได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย แตบ่ริษัทยังมีผลประกอบการที่ดี โดยปี 2562 สามารถทำกำาไรสูงสุด สร้างสถิติใหม่ในรอบ 16 ปี

สำหรับแผนงานปีนี้ จะเดินหน้าสร้างความเข้มแขง็ของกล่มุบริษัท ทั้งการทำกำไรและการลดภาระหนี้ รวมทั้งรักษาอตัราการเติบโตทั้ง จากการดำเนินงานปกติ และจากโครงการร่วมทุนกับพนัธมิตรต่างประเทศ ซึ่งมีแผนร่วมมือกันพัฒนาโครงการในระยะ ยาว โดยกับ ฮ่องกงแลนด์ มีความร่วมมือในการพฒันาโครงการ "เลค เลเจ้นด์" บ้านเดี่ยวระดบัไฮเอนด์ เปิดตัวในปีนี้ 2 โครงการ มลูค่ารวม 13,500 ล้านบาท ความร่วมมือกับ "ซูมิโตโม ฟอเรสทรี" นอกเหนอืจากคอนโดมิเนียม ไฮด์ เฮอริเทจ ทองหล่อ มลูค่าโครงการ 6,000 ล้านบาทแล้ว ในปีนี้ ยังจะร่วมกันพันาโครงการบ้านเดี่ยวในทำเล ราชพฤกษ์ตัดใหม่ 2 โครงการ มูลค่า 3,900 ล้านบาท

ในส่วนการร่วมทุนกับ "เซกิซุย เคมิคอล" ปีที่ผ่านมามีการ ร่วมมือกันใน 4 ทำเล ปีนนี้ จะขยายเพิ่มอีก 1 ทำเล คิดเป็นมลูค่ารวม 3,100 ล้านบาท ซึ่งภาพรวมการร่วมทุนของกลุ่มบริษัทขณะนี้ มีมูลค่าทั้งสิ้น 26,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับกล่มุบริษัท

โดยปีที่ผ่านมา บริษัท ยังประสบความสำเร็จจากโครงการ "ยูคิโรโระ" คอนโดมิเนียมในประเทศญี่ป่นุ ทำให้มีรายได้เข้า มา 1,700 ล้านบาท ปัจจุบัน โครงการมียอดขายแล้ว 2,600 ล้านบาท หรือ 70% ของจำนวนยูนิตทั้งหมด และคาด ว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีต่อเนื่อง สามารถโอนกรรมสิทธิ์ปิดโครงการได้ภายในปีนี้

ขณะที่ ในปีนี้ พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค วางเป้าขายไว้ที่18,000 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 10,000 ล้านบาท โครงการร่วมทุน 1,500 ล้านบาท คอนโดมิเนียมใน ประเทศ 4,500 ล้านบาท และคอนโดมิเนียมประเทศญี่ป่นุ 2,000 ล้านบาท พร้อมมีแผนเปิดโครงการใหม่ อีก 12 โครงการ มลูค่ารวม 18,560 ล้านบาท โดยเป็นบ้านเดี่ยว 10 โครงการ มลูค่า 17,110 ล้านบาท และ ทาวน์เฮ้าส์ 2 โครงการ มลูค่า 1,450 ล้านบาท โครงการเปิดตวัใหม่จะเป็นแนวราบทงั้หมด ซึ่งเป็นตลาดที่ยงัเติบโต

ด้านนาย นายวิทวัส วิภากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แกรนด แอสเสท โฮเทลล์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ เปิดเผยว่าในส่วนธุรกิจอสงัหาริมทรัพย์ปีนี้ วางเป้าขาย ไว้ 3,000 ล้านบาท เป็นโครงการคอนโดมิเนียม 2,500 ล้านบาท และ โครงการวิลล่าในจังหวัดระยอง 500 ล้านบาท ซึ่งกำหนดพรีเซลส์เฟสแรกในชว่งไตรมาส 2 เป็นวิลล่าหรู 103 ยนูิต มลูค่าโครงการ 2,307 ล้านบาท โดยกล่มุเป้าหมาย จะเป็นตลาดทั้งในและต่างประเทศ รองรับการเติบโตของระยองที่จะเกิดขึ้น

สำหรับธุรกิจโรงแรม ในปีที่ผ่านมาได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระต้นุการท่องเที่ยวของภาครัฐ ทำให้รายได้โรงแรมเติบโตจากการท่องเที่ยว ภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น ใน ปีที่ผ่านมายังเปิดดำเนินการโรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ สขุุมวิท เต็มปี ทำให้รายได้ในปี 2562 เติบโต 47.7% ในขณะที่ไตรมาสแรกของปีนี้ จากสถานการณ์ไวรัสระบาดมีผลกระทบอย่างมากกับตลาด นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะโรงแรมที่มีฐานลูกค้าหลักที่เป็นชาวจีนและธุรกิจไมซ์

บวกกับปีนี้ บริษัทมีแผนปรับปรุงโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ส่งผลให้ประมาณการรายได้ปีนี้ลดลง คาดว่าธุรกิจโรงแรมภายในประเทศ ปีนี้จะมีรายได้รวม 2,000 ล้านบาท หรือลดลง 22.1% เมื่อเทียบกับปี 2562 สำหรับรายได้ในปีนี้ ของกล่มุบริษัทยังคงมีอัตราเติบโต โดยประมาณการ รายได้รวมไว้ที่ 22,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขนึ้ 6.3% เทียบกับปีก่อน โดยประกอบด้วย รายได้จากธุรกิจ อสงัหาริมทรัพย์ 16,400 ล้านบาท ซึ่งเป็นของ พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค 15,400 ล้านบาท รวมโครงการในประเทศ ญี่ปุ่น และเป็นของ แกรนด์ แอสเสทฯ 1,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ จะมีรายได้จากธุรกิจโรงแรม 3,300 ล้านบาท เป็น โรงแรมในประเทศ 2,000 ล้านบาท โรงแรมในญี่ป่นุ 1,300 ล้านบาท อีกทั้งยังจะมีรายได้จากการขายที่ดินและการ ลงทุน 2,000 ล้านบาท และธุรกิจให้เช่า 300 ล้านบาท

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต