สิงห์ เอสเตท ตั้งโจทย์หลัก "ไลฟ์สไตล์-โลเคชันต้องติดสวน" พัฒนา "ดิ เอ็กซ์โทร พญาไท-รางน้ำ"

วันที่ 22 ม.ค. 2563 เวลา 19:35 น.
สิงห์ เอสเตท ตั้งโจทย์หลัก "ไลฟ์สไตล์-โลเคชันต้องติดสวน" พัฒนา "ดิ เอ็กซ์โทร พญาไท-รางน้ำ"
ในปี 2562 ที่ผ่านมา ตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะตลาดคอนโดมีเนียมมีโปรดักส์ "ดีเลย์" เลื่อนการเปิดตัวโครงการและพรีเซลล์ มากกว่า 40 โครงการ จากปัจจัยเศรษฐกิจ มาตรการรัฐ ที่ออกมาควบคุมการซื้อที่อยู่อาศัย ไปจนถึงซัพพลายคอนโด ที่ล้นตลาด ล้วนกระทบต่อการตัดสินใจ ซื้อสินทรัพย์ทั้งเพื่ออยู่อาศัย และ ซื้อเพื่อการลงทุน ของผู้บริโภค

ณัฐวุฒิ มัธยมจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารพัฒนาธุรกิจพักอาศัย บริษัทสิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S

ณัฐวุฒิ มัธยมจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารพัฒนาธุรกิจพักอาศัย บริษัทสิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ กล่าวถึงภาพรวมตลาดอสังหาฯของไทยในปี 2563 จะสามารถคาดการณ์แนวโน้มการเติบโตของตลาดได้ราวกลางปี2563 นี้

ด้วยผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาฯ หลายราย โดยเฉพาะในกลุ่มคอนโดมีเนียม ที่เลื่อนเปิดตัวโครงการฯในปีก่อนทั้ง 40 ราย จะวางแผน/กลยุทธ์การทำตลาดออกมาอย่างไร เพื่อให้สอดคล้องกับ กำลังซื้อ หรือ กล่มเป้าหมาย ในกลุ่มโครงการต่ำกว่าหลักสิบล้านบาท ที่คาดว่าจะยังชะลอตัวอย่างต่อเนื่องจากปีก่อน

พร้อมมองว่าตลาดอสังหาฯ จะมีทิศทางที่ดีขึ้นจากปีก่อนได้นั้น มาจาก 3 ปัจจัย ประกอบกัน คือ 1.มาตรการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการโอนจากเดิม 2% เหลือ 0.01% 2.การลดค่าจดทะเบียนจดจำนองอสังหาริมทรัพย์จากเดิม 1% เหลือ 0.01% สำหรับการซื้อขายที่อยู่อาศัยที่ดิน พร้อมอาคารหรือห้องชุด ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อหน่วย สุดท้าย 3.มาตรการภาษีธุรกิจเฉพาะ

ด้วยทั้ง 3 มาตรการดังกล่าว คาดว่าจะเข้ามาช่วยผู้บริโภคประหยัดต้นทุนในการซื้ออสังหาฯ ได้ราว 5% ทีเดียว

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยสนับสนุน มาตรการ LTV ของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่มีคสามผ่อนปรนมากขึ้น เช่น การให้ธนาคารพาณิชย์ สามารถปล่อยสินเชื่อบ้านหลังแรกได้ถึง 110% ซึ่งเชื่อว่าจะเข้ามากระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ ในปีนี้ให้ฟื้นตัวขึ้นบ้างจากปีก่อน

สำหรับแผนงานของ "สิงห์ เอสเตท" ในปี2563 จะมี 2 โครงการใหม่ที่เตรียมพัฒนาและเปิดตัว คือ โครงการที่อยู่อาศัยบ้านเดี่ยว มูลค่าโครงการหลัก 150 ล้านบาทขึ้นไป ด้วยมองเห็นโอกาสจากความต้องการของกำลังซื้อในระดับลักซูรี หรือ ระดับบนที่ยังมีอยู่ ที่จะมองด้านทำเล หรือ โลเคชัน ที่ตอบโจทย์เป็นหลัก

ล่าสุด สิงห์ เอสเตท เปิดตัวคอนโด แบรนด์ใหม่ "ดิ เอ็กซ์โทร พญาไท-รางน้ำ" มูลค่าโครงการ 4,000 ล้านบาท วางกลุ่มเป้าหมายคนเมืองรุ่นใหม่ และ นักลงทุนต่างชาติ สัดส่วน 70% และ 30% ตามลำดับ ที่ชื่นชอบไลฟ์สไตล์แบบลักซูรี

สำหรับโครงการ ดิ เอ็กซ์โทรฯ เป็นอาคารสูง 33 ชั้น จำนวน 41 ยูนิต ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 2.7 ไร่ จุดเด่นติดสวนสาธารณะสันติภาพ บน ถนนรางน้ำ มีห้องพักอาศัย 3 แบบ คือ 1ห้องนอน ขนาด 31.25-35 ตร.ม. 2 ห้องนอน ขนาด 48.25-71 ตร.ม. และแบบ ดูเพล็กซ์ ขนาด 82.5-111.75 ตร.ม. มีราคาขายเฉลี่ย 235,000 บาทต่อ ตร.ม. หรือ ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 5.99 ล้านบาท โดยโครงการฯ จะเปิดขายล้วงหน้า (พรีเซลล์) ในวันที่ 22-23 ก.พ.นี้

โดยโครงการฯ ในขณะนี้ มีกลุ่มนักลงทุนจากไต้หวันสนใจซื้อห้องพักอาศัยเพื่อการลงทุนไปแล้วไม่ต่ำกว่า 40 ยูนิต ด้วยมองเห็นโอกาสจากกำไรส่วนต่างจากการซื้อห้องพักแบบ บิ๊ก ล็อต เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม แม้ในขณะนี้ จะมีซัพพลายโครงการคอนโดในย่านรางน้ำมากถึง 80-70% โดยคู่แข่งปิดการขายไปแล้วประม60-70% ก็ตาม รวมไปถึงซัพพลายโครงการคอนโด ในแอเรียถัดไป อย่างย่าราชเทวี ก็ตาม

ณัฐวุฒิ มองว่า การที่ "สิงห์ เอสเตท" ตัดสินใจเข้ามาพัฒนาโครงการฯ ในพื้นที่ทำเลดังกล่าว ด้วยมองเห็นโอกาสทำตลาดใน 2 กลุ่มเป้าหมายหลัก 2 คือ 1.กลุ่มแพทย์ ที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัย และซื้อเก็บเพื่อการลงทุน ปัจจุบันย่านรางน้ำ ล้อมรอบไปด้วยโรงพยาบาล ต่างๆ อาทิ โรงพยาบาล ราชวิถี โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โรงพยาบาลพญาไท ฯลฯ และกลุ่มที่2 ผู้ปกครองที่ต้องการซื้อ ให้บุตรหลาน ที่มาเรียนพิเศษในย่านนี้ได้อยู่อาศัย เป็นต้น

นอจากนี้ เพื่อสร้างความแตกต่างให้กับโครงการให้แตกต่างๆไปจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัยพ์รายอื่น สิงห์ เอสเตท ได้ตั้งโจทย์หลักไว้ตั้งแต่แรกเริ่มพัฒนาโครงการตั้งแต่ 1 ปีที่ผ่านมา คือ การหาพื้นที่โครงการ จะต้องติดสวนสาธารณะ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ของผู้อยู่อาศัยในปัจจุบัน ให้สามารถออกกำลังกายได้ง่ายและสะดวก รวมถึงได้วิวสีเขียวจากสวนสาธารณะ ตลอดการอยู่อาศัย อีกด้วย

ด้วยแนวคิดดังกล่าว จะเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญในการพัฒนาโปรดักส์ของสิงห์ เอสเตทในโครงการต่างๆ ต่อไปในอนาคต เช่นกัน

สำหรับในปี2562 บริษัท มียอดการโครงการต่างๆ อยู่ที่ 5,000 ล้านบาท และในปีนี้จะมียอดการโอนเหลืออยู่ราว 7,500 ล้านบาท โดยในปี 2563 จะมีโครงการอยู่ระหว่งรอการโอน คือ เอส อโศก เอส สาทร และ เอส 36 และในปี 2564 จะมีโครงการ เอส 36 ในส่วนที่เหลือ เอส 43 อีกราว 5,000 ล้านบาท ที่จะสร้างแล้วเสร็จปลายปีนี้ ส่วนโครงการ ดิ เอ็กซ์โทรฯ คาดจะแล้วเสร็จพร้อมรอส่งมอบในปี 2564

จากแผนงานดังกล่าว บริษัทวางเป้าหมายการเติบโตธุรกิจในปี 2563 อยู่ที่ 10-15% และในปี 2564 ราว 10%

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต