เยี่ยมบ้านสไตล์คลาสสิกของ 3 สาว ดุรงค์เดช

วันที่ 21 พ.ย. 2553 เวลา 17:14 น.
อดีตมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ปี 2552 ไข่มุก-ชุติมา ดุรงค์เดช ควงคุณแม่เพชรา และพี่สาว เฟย์ อรชุมา พาไปเยี่ยมบ้านของ 3 สาว ที่มีสัมพันธ์อันแสนอบอุ่น

เรื่อง : วราภรณ์ ภาพ : ณัฏฐ์ฐิติ อำไพวรรณ

อดีตมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ปี 2552 ไข่มุก-ชุติมา ดุรงค์เดช ควงคุณแม่เพชรา และพี่สาว เฟย์ อรชุมา นักบริหารสาวสวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอช ทู โอ ไฮโดร บริษัทนำเข้าน้ำแร่ธรรมชาติระดับพรีเมียม ไอซ์แลนด์ สปริง จากไอซ์แลนด์ พาไปเยี่ยมบ้านของ 3 สาว ที่มีสัมพันธ์อันแสนอบอุ่น เพราะทั้งบ้านมีสาวๆ อยู่ด้วยกัน 3 คน นอกนั้นเป็นผู้ชายล้วนอีก 4 คน ลูกๆ บ้านนี้หน้าตาดีกันทุกคน คุณแม่เพชราถ่อมตัวเล่าถึงบ้านหลังสวยย่านประชาชื่น ปลูกบนเนื้อที่ประมาณ 1.5 ไร่ ที่อยู่มานานกว่า 30 ปีแล้ว แต่ทุกๆ 10 ปี จะมีการตกแต่งทาสีใหม่อยู่เสมอๆ

ทั้งสามสาวรักกันแน่นแฟ้น เพราะค่าที่เป็นผู้หญิงจึงชอบคุยกันกุ๊กกิ๊กประสาแม่ๆ ลูกๆ อยู่เสมอๆ มุมที่ทั้งสามสาวชอบมานั่งคุยอัพเดตชีวิตกันคือ ห้องนั่งเล่นตรงสวนหน้าบ้าน ที่แต่เดิมทำไว้เป็นศาลากลางแจ้ง และมีสระว่ายน้ำตั้งอยู่ แต่เมื่อลูกๆ ทั้ง 5 โตเป็นหนุ่มเป็นสาว ไม่ค่อยได้ว่ายน้ำ จึงทุบบ่อน้ำทิ้ง และตกแต่งศาลา 6 เหลี่ยม โดยกรุกระจกโดยรอบและติดแอร์คอนดิชันเนอร์จนอากาศเย็นฉ่ำ มองออกไปเห็นต้นไม้สนามหญ้าร่มรื่น ลูกๆ จึงชอบมานั่งเล่นอยู่ที่มุมนี้ วันดีคืนดีก็ลากทีวีมาร้องคาราโอเกะกันสนุกสนาน

“ลูกๆ ของแม่ไปเรียนต่างประเทศกันหมด ไปทีนาน 9–10 ปี บ้านเราจึงไม่ค่อยตกแต่งใหม่เท่าไหร่ ตกแต่งเมื่อ 30 ปีอย่างไรก็คงอยู่แบบนั้น แต่จะทาสีใหม่ทุกๆ 10 ปี ปัจจุบันบ้านก็ยังตกแต่งสไตล์เดิมคือสไตล์คลาสสิก เรียบหรูอยู่สบาย แต่เดิมบ้านเคยทำเป็นร้านอาหาร แต่แม่ตกแต่งทำใหม่ทั้งหมด” คุณแม่เล่าอย่างอารมณ์ดีต่อว่า จากบ้านหลังใหญ่ๆ หลังเดียวดูจะใหญ่เกินไป จึงจัดการทำบ้านใหม่ให้เป็น 2 หลังติดกัน หลังแรก ชั้นล่างแบ่งเป็นห้องรับแขก ห้องบรรพบุรุษ ห้องว่าง 1 ห้อง และห้องน้ำ ส่วนชั้นบนแบ่งเป็นห้องนอนของคุณย่า และห้องของอรชุมา ส่วนอีกหลัง แบ่งเป็นห้องหนังสือ ห้องนอน ห้องน้ำ ส่วนชั้นบนแบ่งเป็น 2 ห้องนอน 2 ขนาด ห้องใหญ่เป็นห้องของคุณพ่อคุณแม่ ส่วนอีกห้องเป็นห้องนอนของลูกสาวอดีตมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส

5 มุมโปรดของบ้าน

ชิงช้าในสวน : “เฟย์อายุห่างจากน้องไข่มุก 7 ปี เราจึงเหมือนเป็นพี่ใหญ่ ตอนเด็กๆ ด้วยความเป็นเด็กและเป็นผู้หญิงจึงเล่นกันอยู่ 2 คน เฟย์ชอบเล่นเป็นกัปตันขับเครื่องบิน ส่วนน้องเป็นผู้โดยสาร ด้วยความที่เราตัวโต ก็สามารถดันน้องให้เหินอยู่บนอากาศได้ ยิ่งดูภาพตอนเด็กๆ เมื่อก่อนตรงบริเวณสวนจะเป็นสระว่ายน้ำเราก็ชอบมาว่ายน้ำเล่นกัน ยิ่งชิงช้าในสวนหลังนี้เป็นหลังเก่าตั้งแต่เด็กๆ และทาสีอยู่เรื่อยๆ มุมตรงนี้จึงเป็นมุมที่เฟย์กับน้องผูกพันมาก” อรชุมา เล่า

ชุติมา เล่าเสริมว่า ตอนเด็กๆ พี่เฟย์จะชอบสอนทุกอย่าง ทั้งเรื่องการแต่งตัว การวางตัว โดยเฉพาะด้านการเรียน เมื่อก่อนมุกไม่ค่อยชอบเรียน แต่พี่เฟย์เรียนเก่งมาก โดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์ พี่เฟย์จะสอนโดยการวาดเป็นกราฟ มีมุกอยู่จุดต่ำกว่าเพื่อนๆ พี่สอนว่าถ้าอ่านหนังสือและเตรียมตัวก่อนสอบที่ดี มุกก็จะสามารถเรียนทันเพื่อนและทำคะแนนได้ดี สอนจนมุกซึมซับและกลายเป็นเด็กเรียนหนังสือเก่ง จบปริญญาตรีด้วยรางวัลเกียรตินิยมอันดับ 2 สองพี่น้องจึงรักและผูกพันกันมาก

ศาลา 6 เหลี่ยม : “ตอนนี้ลูกๆ ทุกคนกลับมาเมืองไทยกันหมดแล้ว พี่ๆ แต่งงานก็แยกครอบครัวออกไป แต่เฟย์กับมุก และน้องชายยังอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ มุมที่เราชอบมานั่งเล่นกันคือมุมศาลา นั่งคุยไปกินอาหารไป อัพเดตเรื่องชีวิตประจำวัน บางวันถ้ามีเพื่อนมาเยี่ยมบ้านก็นั่งเล่นกันที่มุมนี้” อรชุมา เล่า

ห้องพระ : “ทั้งมุก คุณแม่และพี่เฟย์ชอบปฏิบัติธรรมมาก มุกเคยไปนั่งวิปัสสนานานเป็น 10 วัน เคยไปตามร้อยพระพุทธเจ้าที่อินเดียกับคุณแม่ ดังนั้นห้องภายในบ้านที่เราชอบไปนั่งสวดมนต์ไหว้พระก็คือ ห้องพระของเราเอง” ชุติมา เล่า

มุมเปียโน : “มุมที่พวกเรามักใช้ชีวิตรวมกันพร้อมหน้าพร้อมตาคือโต๊ะกินข้าวที่บ้านหลังที่ 2 ข้างๆ จะมีเปียโนตั้งอยู่หนึ่งหลัง ไข่มุกเป็นคนชอบร้องเพลงและร้องเพลงเพราะ เวลาเรารับประทานอาหารร่วมกันเสร็จ ไข่มุกก็จะมาอยู่ตรงมุมเปียโน เล่นเปียโนแล้วก็ร้องเพลง สนุกสนาน”

ห้องรับแขกและมุมนั่งเล่นสวนหย่อม : “อีกมุมที่เวลามีเพื่อนๆ มาเที่ยวที่บ้าน ถ้าไม่นั่งตรงศาลา 6 เหลี่ยม ก็ชอบมานั่งเล่นกันในห้องนี้ การตกแต่งก็เรียบๆ สไตล์คลาสสิก ชอบสไตล์นี้เพราะอยู่แล้วสบาย ไม่ล้าสมัยง่ายๆ ส่วนอีกมุมหนึ่งที่ชอบคือมุมโต๊ะอัลลอย ตรงสวนหย่อมหน้าบ้าน นั่งดูธรรมชาติช่วงหน้าหนาวชิลมากๆ”