ครึ่งหลังปี 2562 จังหวะของอสังหาฯ แนวราบ

  • วันที่ 30 ก.ย. 2562 เวลา 08:00 น.

ครึ่งหลังปี 2562 จังหวะของอสังหาฯ แนวราบ

ผ่านพ้นครึ่งปีแรกไปแล้ว แม้ภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับภาพเศรษฐกิจการคลังของประเทศ ยังไม่ได้การันตีชัดเจนว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียที่มีแนวโน้มทรงตัว รวมทั้งปัจจัยท้าทายทางด้านสงครามการค้าได้อย่างไร

ในฐานะที่อยู่ภาคอสังหาฯ เราจะเห็นได้ว่าบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่หลายรายได้ออกมาประกาศปักธงธุรกิจช่วงที่เหลือไปในตลาดแนวราบกันมากขึ้น ซึ่งทิศทางการมุ่งสู่ตลาดแนวราบนั้นได้เริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงครึ่งปีแรกมาแล้ว

ดังจะเห็นได้จากตัวเลขการสำรวจของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ที่พบว่าครึ่งปีแรกมีซัพพลายบ้านเดี่ยว16,369 ยูนิต เพิ่มขึ้น 2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และยังคาดการณ์ว่าในช่วงครึ่งปีหลังจะมีซัพพลายใหม่เข้ามาอีกประมาณ 6,000 ยูนิต

ซึ่งการที่ผู้ประกอบการหันมารุกตลาดบ้านเดี่ยวนั้นเนื่องจากต้องการเจาะกลุ่มที่ต้องการซื้ออยู่จริง (Real Demand) ซึ่งถือเป็นตลาดที่สำคัญในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว และมาตรการด้านการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดมากขึ้นเช่นในปัจจุบันอีกด้วย

จากการสำรวจของพลัสฯ ยังพบว่าบ้านในระดับราคา 3-5 ล้านบาท ยังคงเป็นตลาดหลักของบ้านเดี่ยว แต่มีแนวโน้มการเปิดโครงการใหม่ลดลง และบ้านในระดับราคา 5-7 ล้านบาท มีจำนวนเสนอขายเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของราคาที่ดินส่งผลให้ระดับราคาที่เสนอขายนั้นปรับตัวขึ้น จึงเป็นไปได้ว่าในอนาคตโครงการระดับราคา 5 -7 ล้านบาทจะเข้ามาเป็นตลาดหลัก

ดังนั้นผู้ที่มีความพร้อมการเลือกซื้อบ้านในช่วงนี้จึงถือเป็นโอกาสที่จะสามารถเข้าถึงโครงการที่มีต้นทุนราคาที่ดินที่ถูกกว่าโครงการในอนาคตที่มีแนวโน้มจะปรับตัวสูงขึ้นตามราคาที่ดินที่เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ยังพบว่าบ้านเดี่ยวระดับราคา 10-40 ล้านบาทมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยเพิ่มขึ้น แม้จะยังเป็นเซกเมนต์ที่มีสัดส่วนเพียงเล็กน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับระดับราคาอื่นๆ ในตลาดบ้านเดี่ยว แต่มีจำนวนเสนอขายเพิ่มขึ้นและมีการตอบรับที่สูงขึ้น

โดยอุปสงค์ในช่วง 6 เดือนแรกปี 2562 เพิ่มขึ้นราว 40% เมื่อเทียบกันช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการปรับกลยุทธ์มาพัฒนาโครงการที่จับกลุ่มลูกค้าเรียลดีมานด์ในระดับบนมากขึ้นเพราะเป็นกลุ่มที่ยังมีกำลังซื้อในภาวะเศรษฐกิจและมาตรการควบคุมการปล่อยสินเชื่อเช่นนี้ นอกจากนี้ สำหรับที่อยู่อาศัยแนวราบในระดับราคา 3-5 ล้านบาท นอกจากบ้านเดี่ยวแล้วปัจจุบันผู้ซื้อเริ่มหันมาพิจารณาที่อยู่อาศัยประเภททาวน์เฮาส์ด้วยเช่นกัน

เนื่องจากโครงการทาวน์เฮาส์มักมีพื้นที่ที่มีขนาดเล็กกว่าบ้านเดี่ยวและมีรูปแบบที่ง่ายต่อการดูแลรักษา ทั้งยังตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้อย่างหลากหลาย ทั้งเรื่องทำเลที่มักอยู่ในเมืองหรือใกล้กับศูนย์กลางความเจริญมากกว่า

อีกทั้งปัจจุบันโครงการทาวน์เฮาส์ได้ออกแบบมาให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ มีฟังก์ชั่นการใช้สอยที่คุ้มค่า เช่น ห้องอเนกประสงค์ที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบได้หลากหลายตามการใช้สอย หรือมีการตกแต่งที่หลากหลายสามารถสะท้อนสไตล์ของคนรุ่นใหม่

การที่ค่ายอสังหาริมทรัพย์ออกมาพัฒนาโครงการแนวราบเพื่อเจาะกลุ่ม Real Demand นั้นถือเป็นการปรับตัวรับมือสถานการณ์ที่ดีของผู้ประกอบการ เพราะทำให้อุตสาหกรรมยังขับเคลื่อนต่อไปได้ส่งผลให้การจ้างงานไม่เกิดการสะดุด และ ที่สำคัญยังส่งผลดีต่อกลุ่มผู้ซื้อ

เพราะแต่ละค่ายล้วนนำเสนอโครงการที่มีคุณภาพเพื่อให้เกิดความน่าสนใจกว่าคู่แข่ง เช่นการชูจุดขายด้านเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้อยู่ อย่างเทคโนโลยีบ้านปลอดฝุ่น (Dust-free House) หรือด้านการออกแบบที่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้สอยได้อย่างหลากหลาย

ด้านการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางที่สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตสำหรับครอบครัวทุกเพศทุกวัย เช่น มีสนามเด็กเล่นแบบ Educational Playground ที่ส่งเสริมการเรียนรู้ตามพัฒนาการ หรือ จะเป็นด้านทำเลศักยภาพที่มีการเชื่อมต่อการคมนาคมที่สะดวกใกล้กับแนวรถไฟฟ้าที่จะเปิดใช้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

นอกจากนี้หลายๆบริษัทยังทำโปรโมชั่นที่เรียกได้ว่าจัดเต็ม เช่น การให้ส่วนลดมากถึงหลักล้านบาท จังหวะนี้จึงเป็นโอกาสอันดีสำหรับคนที่วางแผนในการซื้อบ้านเพื่ออยู่อาศัยเอง เพราะไม่เพียงมีสินค้าให้เลือกหลากหลายเท่านั้น แต่ยังมีโอกาสต่อรองได้สูงอีกด้วย

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ