ที่อยู่อาศัยในยุค 5จี

  • วันที่ 19 พ.ย. 2561 เวลา 13:00 น.

ที่อยู่อาศัยในยุค 5จี

เรื่อง...อนุกูล  รัฐพิทักษ์สันติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (anukul_r@plus.co.th)

ในปี 2562 หลายประเทศจะเริ่มทดลองใช้ 5จี โดยเฉพาะญี่ปุ่น เพื่อเตรียมพร้อมรับมือโอลิมปิก 2020 ซึ่งการมาของ 5จี จะเปลี่ยนโลกและพฤติกรรมผู้บริโภคไปอย่างสิ้นเชิง เพราะไม่เพียงแต่จะเป็นเครือข่ายที่ใช้กับอุปกรณ์สื่อสารเท่านั้น แต่ 5จี จะถูกนำมาใช้กับรถ บ้าน และโรงงานอุตสาหกรรม และอุปกรณ์ต่างๆ อย่างแพร่หลาย ยกตัวอย่างเช่น รถแบบไร้คนขับ หรือรถที่เชื่อมคนขับเข้ากับซอฟต์แวร์ของรถ รวมถึงอุตสาหกรรมการแพทย์ที่จะมีการผ่าตัดทางไกล

บ้านในยุค 5จี เองก็มีความแตกต่างจากยุคปัจจุบัน เพราะเทคโนโลยีสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ทุกอย่างในบ้านให้ส่งข้อมูลถึงกัน เจ้าของบ้านเองสามารถเช็กเรื่องพลังงาน การใช้น้ำ ใช้ไฟฟ้า กลายเป็นบ้านอัจฉริยะที่ช่วยลดความสูญเสียให้กับเจ้าของบ้านได้อย่างมหาศาลทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่สูญเปล่า ค่าใช้จ่ายด้านระบบรักษาความปลอดภัย และยังช่วยลดปัญหาด้านอัคคีภัยได้อย่างมาก เพราะเจ้าของบ้านสามารถมอนิเตอร์ได้จากระยะไกล และสามารถสั่งการระบบแก้ไขปัญหาเบื้องต้นผ่านเทคโนโลยีได้อย่างรวดเร็ว เทรนด์นี้จะทำให้บ้านกลายเป็นสมาร์ทโฮม และนี่เองทำให้ค่ายโทรศัพท์กำลังมุ่งเน้นพัฒนาสมาร์ทโฟนเพื่อรองรับ Internet of Things (IoT) อย่างจริงจัง เพราะสมาร์ทโฟนจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของสมาร์ทโฮม เป็นศูนย์กลางควบคุมการทำงานบ้านอัจริยะ

สมาร์ทโฮมไม่เพียงแต่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้อยู่อาศัยเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับอสังหาริมทรัพย์ได้โดยเฉพาะอาคารใหม่ๆ อาคารสำนักงานให้เช่าและอาคารมิกซ์ยูสที่ปัจจุบันมีลักษณะเป็น Smart Building มากขึ้น มีการใส่เทคโนโลยีและเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารจำนวนมาก นอกจากจะช่วยในเรื่องประสิทธิภาพในการบริหารอาคารแล้ว เทคโนโลยียังเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างภาพลักษณ์และเพิ่มมูลค่าให้กับอาคารอีกด้วย อีกทั้งมีผลต่อภาพลักษณ์ของบริษัทหรือองค์กรที่มาเช่าพื้นที่เช่นกัน ทำให้อาคารใหม่เหล่านี้สามารถเพิ่มราคาค่าเช่าและดึงดูดความต้องการใหม่ๆ ได้ จากที่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมามีอาคารสำนักงานเปิดใหม่เพิ่มขึ้นไม่มาก ข้อมูลจากการสำรวจของฝ่ายวิจัยและพัฒนาของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ พบว่าโครงการใหม่เหล่านี้สามารถเก็บค่าเช่าได้มากกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดในทำเลเดียวกันสูงถึง 20-30% และมีอัตราการเช่าที่สูงมากกว่า 90%

ผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ก็เริ่มนำเทคโนโลยี IoT มาใช้ในโครงการอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น เช่น แสนสิรินำ IoT มาใช้ในหลายระดับเริ่มจากระดับพื้นฐานคือการใช้เทคโนโลยี IoT เข้ามาควบคุมระบบส่วนกลางของโครงการ ระดับปานกลางคือการใช้เทคโนโลยี IoT เข้ามาควบคุมระบบพร้อมด้วยระบบ Building Automation System (BAS) ในการสั่งการระบบพื้นที่ส่วนกลาง ระดับสูงสุดคือ Smart Condo ที่นำเทคโนโลยี IoT เข้ามาร่วมบริหารจัดการอาคารในการคาดการณ์ความเสียหายของอุปกรณ์ต่างๆ (Preventive Maintenance) เพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หรือโครงการสามย่านมิตรทาวน์พัฒนาโดยโกลเด้นแลนด์เป็นโครงการมิกซ์ยูส อยู่บนมุมถนนพญาไทและพระราม 4 ที่ในส่วนของอาคารสำนักงาน มีคอนเซ็ปต์เป็นอาคารสำนักงานระบบอัจฉริยะ (Artificial Intelligence Building : AI) ซึ่งอาคารสามารถคิดและประมวลผลได้อย่างอัตโนมัติ ใช้งานโดยการเชื่อมต่ออุปกรณ์สมาร์ทโฟนผ่านอินเทอร์เน็ต รวมไปถึงนำสุดยอดเทคโนโลยีที่ยังคงความผูกพันกับลูกค้าด้วยมนุษย์มาใช้ (Hi-Technology with Human Touch) โดยได้วางแผนงานระบบบริหารอาคาร การให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ ลิฟต์ที่สามารถรองรับผู้โดยสารแบ่งโซนการใช้งานได้อย่างเหมาะสม ระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะ ระบบบริหารสื่อภายในอาคารอัจฉริยะ ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้ล้วนเป็นแค่จุดเริ่มต้นของการก้าวสู่ยุค 5จี และในอนาคตอันใกล้คงจะมีการต่อยอดที่สร้างมูลค่าให้กับทุกวงการรวมถึงอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างมหาศาล

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ