'แสนสิริ'ปั้นสมาร์ทคอนโดเจาะตลาดทุกเซ็กเมนต์ปี'62

  • วันที่ 20 ต.ค. 2561 เวลา 07:23 น.

'แสนสิริ'ปั้นสมาร์ทคอนโดเจาะตลาดทุกเซ็กเมนต์ปี'62

แสนสิริ ทุ่ม 200 ล้าน พัฒนาเทคโนโลยีด้านที่อยู่อาศัย เดินหน้าต่อยอดคอนโดอัจฉริยะทุกเซ็กเมนต์ เล็งปีหน้าใช้ทุกโครงการแนวสูง

นายทวิชา ตระกูลยิ่งยง ประธานผู้บริหารสายงานเทคโนโลยีและวิเคราะห์ข้อมูล บริษัท แสนสิริ เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัททุ่มงบกว่า 100 ล้านบาท เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีด้านที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง และในปี 2562 ก็ใช้งบประมาณใกล้เคียง คือราว 100 ล้านบาท สำหรับต่อยอดเทคโนโลยีนวัตกรรม ซึ่งนอกจากเทคโนโลยี ไอโอที (อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์) แล้วยังให้ความสำคัญนวัตกรรมเอไอ หรือปัญญาประดิษฐ์ รวมถึงการสร้างบิ๊กดาต้า เพื่อยกระดับความสะดวกสบายและปลอดภัยให้แก่ลูกบ้าน ซึ่งจะตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคยุคใหม่

ทั้งนี้ บริษัทได้วางแผนการพัฒนา สมาร์ทคอนโด ซึ่งเป็นการนำ 12 นวัตกรรมที่ครอบคลุม 3 ด้าน คือ ความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และประหยัดพลังงาน ทั้งนี้จะแบ่งการพัฒนาออกเป็น 3 ระดับ ตามเซ็กเมนต์ที่แตกต่างกันของโครงการในแต่ละโลเกชั่นที่จะแล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป ได้แก่ ระดับพื้นฐาน คือการใช้เทคโนโลยีไอโอทีเข้ามาควบคุมระบบส่วนกลางของโครงการ เช่น โครงการแบรนด์ดีคอนโด ที่ระดับราคา 7 หมื่นบาท/ตารางเมตร (ตร.ม.)

ด้านระดับปานกลาง คือการใช้เทคโนโลยีไอโอทีเข้ามาควบคุมระบบพร้อมด้วยระบบบิวดิ้ง ออโตเมชั่นซิสเต็มส์ (BAS) ในการสั่งการระบบพื้นที่ส่วนกลาง เช่น แบรนด์ เดอะ เบส ที่ระดับราคา 1.5 แสนบาท/ตร.ม.

สำหรับระดับสูงสุด คือ สมาร์ท คอนโด ที่นำเทคโนโลยีไอโอทีเข้ามาร่วมบริหารจัดการอาคารตั้งแต่การควบคุมระบบพื้นฐานไปจนถึงอาคารอัจฉริยะเต็มรูปแบบเต็มประสิทธิภาพโดยแบรนด์ที่จะใช้เช่น เดอะ ไลน์ ระดับราคา 2 แสนบาท/ตร.ม. เป็นต้น

อย่างไรก็ดี ล่าสุดบริษัทนำแผนพัฒนาระดับสูงสุดมาใช้ที่โครงการเดอะ ไลน์ อโศก-รัชดา เป็นที่แรกซึ่งเป็นโครงการภายใต้การร่วมทุนระหว่างแสนสิริและ บีทีเอส กรุ๊ป นับเป็นโครงการที่ 4 ที่สร้าง เสร็จพร้อมอยู่ ปัจจุบันปิดการขายทั้งโครงการแล้ว และอยู่ระหว่างโอนกรรมสิทธิ์ ซึ่งมีการโอนแล้วราว 40% คาดว่าถึง สิ้นปีนี้จะมียอดโอนที่ 80%

นอกจากนี้ ภายในไตรมาส 4 ปีนี้ เตรียมเปิดตัวระบบประมวลผลที่เชื่อมโยงการทำงานและการบริหารจัดการในทุกโครงการของแสนสิริ โดยมีสำนักงานใหญ่เป็นเซ็นเตอร์ ซึ่งจะเป็นศูนย์ประมวลผลในด้านต่างๆ เพื่อให้สามารถนำไปสู่การพัฒนาการบริการที่ตรงจุด

ขณะที่การบริหารจัดการอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยลดการใช้พลังงานเกินความจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสามารถช่วยคาดการณ์ความเสียหายของอุปกรณ์ต่างๆ ให้สามารถวางแผนการซ่อมแซมได้อย่างทันท่วงที และช่วยประหยัดต้นทุนในการบริหารจัดการได้ในระยะยาวด้วย

"บริษัทจะนำแนวคิดโครงการ ดิ เอดจ์ อาคารอัจฉริยะที่สุดในโลกของประเทศเนเธอร์แลนด์มาเป็นต้นแบบพัฒนาโครงการใหม่ในปี 2563 เพิ่มเติมจากโมเดลสมาร์ทคอนโด" นายทวิชา กล่าว

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ