คอนโดจ้องค้าน เกณฑ์กู้บ้านหลังที่2ต้องดาวน์20%

  • วันที่ 07 ต.ค. 2561 เวลา 07:41 น.

คอนโดจ้องค้าน เกณฑ์กู้บ้านหลังที่2ต้องดาวน์20%

ธนาคารพร้อมปรับตัวรับเกณฑ์ใหม่ แต่ห่วงคนกู้บ้านเพื่ออยู่จริง ถูกหางเลขเกณฑ์กำกับใหม่ เล็งขอความชัดเจนนิยามหลังแรก-หลังสอง

นายภัทรชัย ทวีวงศ์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายวิจัย บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ในวันที่ 11 ต.ค. ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะเปิดประชาพิจารณ์แนวนโยบายการกำกับดูแลสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ต้องวางเงินดาวน์ 20% บ้านหลังที่สองและที่อยู่อาศัยราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป เชื่อว่าผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่เน้นการพัฒนาโครงการคอนโดจะออกมาคัดค้าน เนื่องจากมีกลุ่มนักลงทุนที่ซื้อบางส่วนจะได้รับผลกระทบเนื่องจากต้องใช้เงินดาวน์ที่เพิ่มขึ้นเท่าตัว ปัจจุบันสิ่งที่ผู้ประกอบการทำได้คือต่างเร่งระบายสต๊อก

นักวิเคราะห์ บล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง ระบุว่า มาตรการ ธปท.คุมเพดานปล่อยกู้หลังที่สองและบ้านหลังละ 10 ล้านบาทขึ้นไปด้วย กำหนดให้วางเงินดาวน์ 20% เชื่อว่าเมื่อมีผลบังคับใช้ในปีหน้า จะทำให้ยอดพรีเซลของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ในปีหน้าเติบโตต่ำกว่าปีนี้ที่ตั้งเป้าว่ายอดพรีเซลจะโต 13% จากปีที่ผ่านมา และในส่วนของกำไรสุทธิคาดว่ามีผลกระทบเช่นกัน จากที่คาดว่าในปี 2561 และ 2562 กำไรสุทธิของกลุ่มจะเติบโต 13% และ 6% ตามลำดับ ซึ่งมีโอกาสที่กำไรสุทธิจะเติบโตต่ำ

น.ส.อรอนงค์ อุดมก้านตรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผลิตภัณฑ์สินเชื่อรายย่อย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่าในวันที่ 11 ต.ค.นี้ มีข้อเสนอเกี่ยวกับนโยบายกำกับดูแลสินเชื่อที่อยู่อาศัยต่อ ธปท.ถึงผลกระทบต่อผู้ที่ต้องการซื้อบ้านหลังที่สองเพื่ออยู่จริง เนื่องจากพฤติกรรมคนเมืองที่มีบ้านอยู่ชานเมืองแล้ว ต้องการซื้อคอนโดในเมืองเพื่อลดระยะเวลาการเดินทาง เป็นสิ่งที่ดีกับผู้บริโภคและดีกับเศรษฐกิจในการประหยัดน้ำมัน สามารถจะปรับเกณฑ์ใดให้สอดคล้องกับลูกค้ากลุ่มนี้ที่จำเป็นจริง สามารถเข้าถึงสินเชื่อโดยไม่ต้องดาวน์ถึง 20%

นอกจากนี้ จะขอความชัดเจนของบ้านหลังที่สองว่าต้องพิจารณาจากอะไร ซึ่งบางคนมีบ้านอยู่แล้วในชื่อตัวเอง ถ้าจะกู้ซื้อที่อยู่อาศัยอีกนับเป็นบ้านหลังแรกหรือหลังที่สอง หรือผู้ที่กู้ซื้อบ้านหลังแรกไปแล้วต้องการย้ายที่อยู่อาศัย ปิดบัญชีเงินกู้เดิม แล้วขอกู้เพื่อซื้อบ้านหลังใหม่ จะเข้าข่ายเป็นบ้านหลังที่สองหรือไม่ ซึ่งขณะนี้กลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากกว่าคือดีเวลอปเปอร์ที่ทำให้ธุรกิจขายบ้านได้น้อยลงและช้าลง

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ