เกณฑ์แบงก์ชาติป่วนอสังหา

  • วันที่ 27 ก.ย. 2561 เวลา 09:01 น.

เกณฑ์แบงก์ชาติป่วนอสังหา

ภาคอสังหาฯ ยันแบงก์ชาติใช้เกณฑ์เอ็นพีแอลแบงก์พาณิชย์พุ่งมาคุมปล่อยสินเชื่อใหม่ไม่เป็นธรรม 

นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยว่า การที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ใช้ตัวเลขหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ของธนาคารพาณิชย์ที่เพิ่มสูงขึ้น มาเป็นเหตุผลในการควบคุมการปล่อยสินเชื่อใหม่ ถือว่าไม่เป็นธรรมที่จะเอาอดีตมาควบคุมสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เพราะเกิดขึ้นคนละช่วงเวลา เป็นการปล่อยกู้เมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว ซึ่งในช่วงนั้นยอมรับว่ามีการซื้อเพื่อเก็งกำไรอยู่ และมีการปล่อยสินเชื่อให้กับโครงการบ้านหลังแรก ที่อาจจะมีปัญหา NPL แต่ปัจจุบันธนาคารก็เข้มงวดอยู่แล้ว

"แบงก์ชาติควรจะแยกแยะตัวเลขออกมาให้ชัดว่า ปล่อยสินเชื่อปีไหนก็ต้องไปตามดูว่า สินเชื่อที่ปล่อยในปีนั้นกลายเป็น NPL มากน้อยแค่ไหน อย่างปีนี้ก็คงต้องดู NPL เฉพาะปีนี้ เพราะจะเห็นคุณภาพการปล่อยสินเชื่อที่แท้จริงในช่วงเวลานั้น ซึ่งปัจจุบันแบงก์ก็ยังเข้มงวดอยู่มากทำให้ยอดปฏิเสธสินเชื่อยังไม่ลดลง โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 30% หากเป็นไปได้เอกชนภาคอสังหาฯ ต้องการเข้าไปให้ข้อมูลกับแบงก์ชาติด้วย" นายอธิป กล่าว

นายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า ตลาดคอนโดในต่างจังหวัดบางจังหวัดเริ่มปรับตัวดีขึ้นหลังจากบริษัทอสังหาฯ ไม่เปิดตัวโครงการใหม่มาระยะเวลา 3-4 ปี เมื่อไม่มีซัพพลายใหม่เข้ามาสู่ตลาด ซัพพลายเก่าจึงค่อยๆ ถูกดูดซับออกไป ภาพรวมจึงเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น

สำหรับกรณีที่ ธปท.ออกมาให้ความเห็นเรื่องคอนโดสู่ภาวะล้นตลาดนั้นมองว่าดีมานด์ในตลาดคอนโดในบางช่วงก็มีมากกว่าซัพพลาย และในบางช่วงซัพพลายก็มีมากกว่าดีมานด์หากนำปริมาณซัพพลายและดีมานด์มาทำเป็นกราฟเส้นจะพบว่าเส้นของปริมาณดีมานด์และซัพพลายจะตัดกันไปมาหลายครั้ง ซึ่งจุดตัดเหล่านี้ก็เกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว และเป็นจุดตัดที่อยู่ในภาวะขาขึ้นนี้จึงไม่น่ากังวล

นายรณดล นุ่มนนท์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายกำกับสถาบันการเงิน ธปท. กล่าวว่า สัญญาณความเสี่ยงต้องดูข้อมูลย้อนหลังด้วย เพราะบางครั้งเมื่อปล่อยสินเชื่อไปแล้วกว่าจะเห็นความเปราะบางก็ใช้เวลา 3 ปี หลังจากที่ได้รับดอกเบี้ยต่ำในระยะ 3 ปี และเข้าสู่ดอกเบี้ยลอยตัว จึงต้องย้อนกลับไปดูว่าการให้สินเชื่อเมื่อ 3 ปีที่แล้ว มีปัญหาอย่างไรบ้าง

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ