อบอวลไปด้วยความรัก ณ บ้านพิจิตรพงศ์ชัย

  • วันที่ 19 ก.ค. 2561 เวลา 16:03 น.

อบอวลไปด้วยความรัก ณ บ้านพิจิตรพงศ์ชัย

เรื่อง มัลลิกา นามสง่า ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์ 

บ้านหลังใหญ่สีเหลืองนวลดูสบาย หากแต่สร้างความตื่นตาตื่นใจปลุกอารมณ์วัยเยาว์ให้ออกมาโลดแล่นอีกครั้ง เพราะภายในบ้านไม่ต่างจากพิพิธภัณฑ์โมเดลตัวการ์ตูนดังจากคอมมิก โมเดลจากภาพยนตร์ ฯลฯ

หนึ่งความรักภายในบ้านหลังนี้ คือโมเดลสะสมของ พีรทัศน์ พิจิตรพงศ์ชัย ที่ปรึกษาบริษัท เฮลท์ธอรี เจ้าของและผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ วีร่า คอลลาเจน แม้จะยกอำนาจเบ็ดเสร็จภายในบ้านให้ศรีภรรยา เบญจกัญญ์ พิจิตรพงศ์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฮลท์ธอรี ทว่าของตกแต่งภายในบ้านเสมือนผูกขาดไปด้วยของสะสมฝ่ายชาย

“ตู้กับข้าวก็มีโมเดลตั้งอยู่” เบญจกัญญ์ ใช้คำอธิบายที่แสดงให้เห็นถึงภาพ ทุกห้อง ทุกซอก ทุกมุม ที่คาดไม่ถึงยังถูกเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ ทั้งญี่ปุ่น ฮอลลีวู้ดยึดไปหมดแล้ว

มีไม่กี่ตัวที่วางนอกตู้ ที่เหลือเก็บไว้ในตู้อย่างดีเสมือนของประดับในตู้โชว์ ซึ่งเสริมให้บ้านดูมีชีวิตชีวาเพิ่มขึ้น

“บ้านนี้ยังไม่มีห้องของเล่น มีช่องว่างตรงไหนผมก็เอามาวางประดับให้เป็นส่วนหนึ่งของบ้าน ชั้นบันไดก็วาง ในอนาคตกำลังจะทำห้องพักผ่อนในห้องของเล่น มีตู้โชว์เพื่อเก็บให้เรียบร้อย ทุกวันนี้บางตัวยังวางกับพื้น”

ด้วยความชอบเรียบง่าย เน้นบ้านอยู่สบาย ข้าวของถูกเก็บภายในตู้บิลต์อินที่เสมือนเป็นผนัง เฟอร์นิเจอร์ในบ้านจึงมีแต่ชิ้นใหญ่ที่เพียงพอต่อการใช้งานจริงๆ เช่น โต๊ะเก้าอี้รับประทานอาหาร ชุดโซฟาในห้องรับแขก เครื่องออกกำลังกาย เปียโน

เบญจกัญญ์ เล่าถึงการตกแต่งบ้าน “บ้านหลังนี้อยู่มาเกือบ 9 ปี ตอนแรกที่เข้ามาเป็นหมู่บ้านจัดสรร เราซื้อที่เปล่า 2 แปลงรวมกัน แล้วสร้างในสเปซที่ใหญ่ภายนอกตัวบ้านทางโครงการขอให้มีรูปแบบเหมือนกันหมด ดูโมเดิร์น คลาสสิก

เราก็ชอบแนวคลาสสิกอยู่แล้ว ข้างนอกเลือกทาสีเหลืองดูแล้วอบอุ่นทำให้บ้านดูสว่างด้วย ข้างในทาสีขาวนม เลือกสีที่ให้ความรู้สึกบ้านอยู่แล้วต้องสบาย ต้องอยู่แล้วมีความสุข

ข้างในตกแต่งตามใจ ชอบบ้านที่โล่ง โปร่ง สบาย เพดานสูง ฝ้าดันให้สุดเท่าที่ทำได้ ตู้ก็เจาะลึก ส่วนใหญ่เป็นตู้บานกระจก เฟอร์นิเจอร์ไม่เลือกราคาแพงมาก เลือกชุดที่เข้ากับบ้านในแต่ละห้อง ดูโทนสี

อย่างห้องรับแขก เลือกโซฟาตัวใหญ่โทนสีเหลืองให้ห้องดูสว่าง นั่งสบายไหม ดูไม่ทางการ ห้องกินข้าวเชื่อมกับห้องครัว ก็เลือกโต๊ะยาว 8 ที่นั่ง ให้เพียงพอกับสมาชิกในบ้าน ดีไซน์คล้ายโรมันนิดๆ มีเดินเส้นขอบทอง ส่วนห้องดูหนังข้างล่างโทนสีน้ำตาล ให้ดูรีแลกซ์” 

พีรทัศน์ กล่าวเสริม “ไม่มีหลักการในการออกแบบ เราเอาความชอบของเราเป็นหลักและเน้นประหยัดพลังงาน”

สองความรักภายในบ้านหลังนี้ คือ รักโลก ช่วยประหยัดพลังงาน พีรทัศน์ออกแบบทุกอย่าง ซึ่งตระกูลพิจิตรพงศ์ชัยหลายรุ่นสืบทอดธุรกิจเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว (Magtronica)

“แอร์ เรามี Reizo ตัวช่วยลดอุณหภูมิคอมเพรสเซอร์แอร์ ที่นำน้ำทิ้งจากแอร์ที่มีอุณหภูมิต่ำกลับมาใช้เป็นม่านน้ำตกช่วยลดอุณหภูมิของคอมเพรสเซอร์ เป็นหลักการธรรมชาติ ทำให้ค่าไฟลดลง แอร์ทำงานมีประสิทธิภาพขึ้น

เวลาเปิดแอร์เราเปิดพัดลมด้วย ถึงเวลาหนึ่งปิดแอร์ความเย็นยังกระจายอยู่ และการใช้พื้นหินแกรนิตก็ช่วยในเรื่องความเย็นของบ้าน

ไฟ ใช้แอลอีดีทั้งหลัง ประหยัดไฟได้มากกว่าเดิม 70 เปอร์เซ็นต์ ผมออกแบบระบบไฟในบ้านโดยแบ่งตู้ไฟเป็นจุดๆ แยกตู้คอนโทรลไฟเป็นจุดๆ แยกการใช้ไฟเป็นส่วนๆ เพื่อประหยัดพลังงาน ใช้ส่วนหนึ่งติด 4 ดวง อยากเปิดไฟ 8 ดวง ต้องกด 2 สวิตช์

แบ่งไปทั้งหมด 3 โซน ด้านฝั่งตัวบ้าน ด้านนอก ด้านซักล้าง แยกตู้สำหรับแอร์ เครื่องทำน้ำร้อนโดยเฉพาะ เวลาหน้าร้อนจะสับคัตเอาต์ส่วนทำน้ำร้อนไปเลย เพื่อไม่ให้ไฟมันไปไหลไปเลี้ยงให้เปลืองพลังงาน

น้ำฝักบัวใช้รูเล็กๆ ได้ความแรงเท่ากัน แต่น้ำใช้น้ำลดลง 50 เปอร์เซ็นต์ และพยายามหาอุปกรณ์ที่ช่วยลดพลังงาน ใช้หัวฝักบัวในการรดน้ำต้นไม้

สีบ้านก็ช่วยให้บ้านดูสว่าง ใช้ฟิล์มติดกระจกทั้งบ้านเพื่อลดความร้อนเข้ามาในบ้าน เลือกฟิล์มที่แสงเข้ามาได้มากแต่กันความร้อน

ใต้หลังคามีการพ่นโฟม ป้องกันความร้อน มีสีทากระเบื้องช่วยลดอุณหภูมิของผิวกระเบื้องที่ร้บแสงแดด”

สามความรักภายในบ้านหลังนี้ คือ สมาชิกในครอบครัว ภายในบ้านแบ่งเป็นหลายห้อง แต่เชื่อมกันอย่างเดินสบายไม่ต้องคอยระวังข้าวของ

ข้างล่างมีห้องรับแขก ห้องเล่นดนตรี ห้องออกกำลังกาย ห้องนอนคุณแม่ ห้องดูหนังของคุณแม่ ห้องครัว 

ข้างบนเป็นส่วนของห้องนอนลูกๆ อีก 4 คน มีห้องพระ โถกลางเป็นพื้นที่สำหรับทุกคนในครอบครัว ไม่ว่าจะเล่นเกม ทำงาน ดูหนัง มีชุดโซฟาตัวใหญ่จะนั่งจะนอนก็รวมตัวกันตรงนี้ ใกล้ๆ กันมีเก้าอี้สำหรับดูหนัง

“บ้านนี้ไม่มีเข้าห้องใครห้องมัน ในห้องนอนลูกไม่มีทีวี ไม่มีคอมพิวเตอร์ เห็นหลายบ้านลูกเข้าห้องตัวเองแล้วไม่อยากเป็นแบบนั้น

เราเป็นครอบครัว เราต้องอยู่ด้วยกัน เราต้องเจอกัน ใครอยากทำอะไรก็ได้แต่อยู่ในห้องเดียวกันให้รู้สึกเห็นหน้ากันและกัน แม้เขาจะอายุห่างกัน เรียนมหาวิทยาลัย อยู่ประถม เขาก็เล่นด้วยกันได้

ลูกไม่เคยอยู่ในห้องนอนเกิน 2 ชั่วโมง ยกเว้นเวลานอน คุยโทรศัพท์กับเพื่อนก็มาคุยข้างนอก เราปลูกฝัง มีคอมพิวเตอร์เป็นส่วนกลาง มีโซฟานอนขนาดใหญ่ให้ทุกคนอยู่ด้วยกัน

ห้องทำงานก็ไม่มี เราสองคนตกลงกันตั้งแต่แรกว่างานให้จบที่ทำงาน ไม่เอางานมาทำที่บ้าน”

สิ่งสำคัญที่สุดของบ้าน คือ คนที่อยู่ในบ้าน ความรักของคนที่อยู่ในบ้าน ความสัมพันธ์ กิจกรรมของคนในบ้าน ที่จะทำให้บ้านมีชีวิต ไม่ใช่เพียงสิ่งก่อสร้างราคาแพง

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ