‘ดิ เอ็มเพอเร่อร์’ สู้ศึก เปิดกลยุทธ์รับสร้างบ้านหรู

วันที่ 30 พ.ค. 2561 เวลา 06:07 น.
‘ดิ เอ็มเพอเร่อร์’ สู้ศึก เปิดกลยุทธ์รับสร้างบ้านหรู
โดย...อรวรรณ จารุวัฒนะถาวร

เข้าสู่โค้งสุดท้ายของครึ่งปีแรกปี 2561 กันแล้ว ซึ่งหลายธุรกิจรวมทั้งธุรกิจรับสร้างบ้านเองได้มีการปรับตัว ปรับกลยุทธ์ไม่ให้ถูกดิสรัปชั่นออกวงโคจรธุรกิจ และเพื่อให้สามารถแข่งขันชิงส่วนแบ่งในตลาด ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับยุค 4.0

สุรัตน์ชัย กึงฮะกิจ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดิ เอ็มเพอเร่อร์ เฮ้าส์ เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดรับสร้างบ้านเองในครึ่งปีหลังปี 2561 มีแนวโน้มเติบโตในอัตราลดลงคือไม่ถึง 10% เนื่องจากซัพพลายในตลาดซึ่งมีทั้งโครงการจัดสรรแนวราบและคอนโดมิเนียมมีการเปิดตัวมากในปีนี้

ขณะที่แนวโน้มในเรื่องของราคาวัสดุก่อสร้างและตัวแปรสำคัญคือแรงงานกลายเป็นต้นทุนทำให้ราคาก่อสร้างบ้านเพิ่มขึ้นประมาณ 5% ส่งผลต่อการตัดสินใจในความต้องการสร้างบ้านสำหรับตลาดระดับล่างชะลอตัวออกไป

ด้านการแข่งขันนั้นยังคงรุนแรงซึ่งผู้ประกอบการต้องมีการปรับตัว เพราะเป็นยุคที่ข้อมูลข่าวสารที่ถึงกันหมด ขณะเดียวกันผู้บริโภคเองก็เก่ง พบว่าผู้ต้องการสร้างบ้านมีอายุน้อยลง มีความรู้ มีข้อมูลในการเปรียบเทียบสินค้า รู้ราคาและมีการต่อรองมากขึ้น ดังนั้นการแข่งขันจากนี้จะเน้นเรื่องของคุณภาพและราคา โดยลูกค้าจะแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มบีลงมาจะเน้นเรื่องราคา อีกกลุ่มจะเป็นบีบวกไปถึงเอ ที่มีความชัดเจนเรื่องของคุณภาพ ฟังก์ชั่นและเทคโนโลยี

อย่างไรก็ดี จากปัญหาด้านแรงงานที่เกิดขึ้นทำให้ระบบการก่อสร้างจะเปลี่ยนไป ซึ่งหลายบริษัทได้มีการปรับตัวมาตั้งแต่เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ที่ค่าแรงงานทั่วไปปรับแบบก้าวกระโดดขึ้นมาเกือบ 50% ทั้งนี้ได้มีการพัฒนาแรงงานเป็นช่างฝีมือมากขึ้น ทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งนี้ การปรับขึ้นค่าแรงล่าสุดทำให้มีการนำระบบก่อสร้างสำเร็จรูปมาใช้แทนการก่อสร้างแบบเดิมๆ มากขึ้น อีกทั้งเริ่มเป็นที่นิยมและตอบโจทย์ของผู้บริโภคมากขึ้น โดยราคาเริ่มถูกลงแต่ก็ยังแพงกว่าโครงการสร้างแบบก่ออิฐปัจจุบัน เช่น บ้านสร้างในแบบเดิมอยู่ที่ 1 ล้านบาท ถ้าเป็นระบบสำเร็จรูปจะอยู่ที่ 1.5 ล้านบาท จากเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมาจะอยู่ที่ 2 ล้านบาท เป็นต้น แม้จะแพง 30-50% แต่ผู้บริโภคยุคใหม่จะคำนึงเรื่องคุณภาพมากกว่าราคาและมีการตัดสินใจเร็วขึ้น พร้อมกันนี้เห็นว่าหากราคาลดลงจะตอบโจทย์ความต้องการและตลาดจะกว้างมากขึ้น

สำหรับบริษัทได้ดำเนินธุรกิจมา 30 ปี มีการเติบโตและพัฒนาการทำงานจนเป็นผู้นำบริษัทรับสร้างที่พักอาศัยระดับสูงและออกแบบตกแต่งภายในคฤหาสน์หรู ซึ่งถือเป็นก้าวย่างที่มั่นคงด้วยผลงาน การออกแบบดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์และขั้นตอนการก่อสร้างที่มีมาตรฐานสูง นับเป็นโนว์ฮาวของบริษัทที่เก็บเกี่ยวจากประสบการณ์มาอย่างยาวนาน ซึ่งบริษัทยังคงนำจุดเด่นเหล่านี้เป็นกลยุทธ์หลักสำหรับชิงส่วนแบ่งในตลาดระดับพรีเมียม

ที่ผ่านมาลูกค้าส่วนใหญ่จะรู้จักเอ็มเพอเร่อร์ในแบบบ้านสไตล์คลาสสิกที่มีความหรูหรา แต่ทว่าบริษัทมีแบบบ้านสไตล์อื่นด้วย และในปีนี้จะมีแบบบ้านใหม่รวมประมาณ 8 แบบ อาทิ สไตล์โมเดิร์น หรือสไตล์ลอฟต์ เพื่อตอบรับกับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปของกลุ่มลูกค้าเพิ่มจากปัจจุบันมีอยู่ 60 กว่าแบบที่ยังได้รับความนิยม ราคาเริ่มต้น 40-500 ล้านบาท

นอกจากนี้ เตรียมขยายตลาดต่างจังหวัดมากขึ้น เนื่องจากตลาดต่างจังหวัดมีเงินอยากได้บ้านคุณภาพ ขณะที่บริษัทก่อสร้างท้องถิ่นไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการได้ทั้งหมด ประกอบกับการคมนาคมขนส่งสะดวก ทำให้บริษัทซึ่งมีพร้อมสามารถรองรับลูกค้าได้ สำหรับต้นทุนสร้างบ้านต่างจังหวัดจะสูงกว่าบ้านในกรุงเทพฯ ราว 3-5%

“บริษัทไม่ได้มุ่งขยายสาขา ปัจจุบันบริษัทมีแค่สาขาเดียว ซึ่งการทำงานของเราคือเข้าไปหาลูกค้าโดยตรงเพื่อนำเสนอโปรดักต์และการบริการที่แตกต่าง เมื่อได้รับการติดต่อเข้ามาและนำไปชมผลงานจริง เพราะเราเชื่อว่าคนที่อยู่ได้ในธุรกิจนี้ต้องเป็นตัวจริง มีการบริการแบบมืออาชีพ และจะแข่งด้วยคุณภาพมากกว่าราคา” สุรัตน์ชัย กล่าว

สุรัตน์ชัย กล่าวว่า ในโอกาสดีที่เอ็มเพอเร่อร์ครบรอบ 30 ปี บริษัทได้ทุ่มงบราว 4 ล้านบาท จัดประกวดออกแบบบ้านระดับไฮเอนด์มูลค่าประมาณ 50 ล้านบาทขึ้นไป ในคอนเซ็ปต์ The PHENOMENON “เราไม่ใช่แค่สร้างบ้าน เราสร้างสิ่งมหัศจรรย์” ชิงรางวัลมูลค่าเกือบ 3 แสนบาท เพื่อเปิดเวทีให้เด็กรุ่นใหม่ได้ใช้ความสามารถที่มีมาร่วมสร้างปรากฏการณ์การออกแบบบ้านลักซ์ชัวรี่รวมทั้งมุ่งหวังที่จะสร้างการรับรู้ในวงกว้างให้กับผู้บริโภคและกลุ่มเป้าหมายเพื่อขยายตลาดมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ผลงานที่ได้รับรางวัลจากการประกวดบริษัทจะนำมาเป็นส่วนหนึ่งของแบบบ้านใหม่ที่จะออกสู่ตลาดในปีนี้ โดยบริษัทจะเปิดตัวในงานมหกรรมรับสร้างบ้าน ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือน ส.ค.นี้ พร้อมทั้งยังได้จัดโปรโมชั่นพิเศษเพื่อให้ผู้บริโภคเป็นเจ้าของบ้านพร้อมอยู่ในราคาเริ่มต้น 40 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาบริษัทไม่เคยจัดโปรโมชั่น ถือว่าเป็นครั้งแรกเพื่อฉลองครบรอบ 30 ปี สำหรับงานดังกล่าวตั้งเป้าหมายยอดขายภายในงานเพียง 2 ราย ในส่วนของผลประกอบการช่วง 4 เดือนแรกของปีมีรายได้ที่ 100 กว่าล้านบาท จากเป้าหมายทั้งปีที่ 450 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับปีที่แล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต