เอกชนร้องแก้ผังเมืองนนท์-หวั่นกระทบผู้มีรายได้น้อยไร้บ้าน

วันที่ 28 เม.ย. 2561 เวลา 06:22 น.
เอกชนร้องแก้ผังเมืองนนท์-หวั่นกระทบผู้มีรายได้น้อยไร้บ้าน
3 สมาคมอสังหาริมทรัพย์ ร้องรัฐเร่งทบทวนร่างผังเมืองรวมนนทบุรีหวั่นบ้านราคาถูกสูญพันธุ์

นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกกิตติมศักดิ์สมาคมอาคารชุดไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางสามสมาคมอสังหาริมทรัพย์ ประกอบด้วย สมาคมอาคารชุดไทย สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ได้ยื่นหนังสือไปยังภาครัฐเพื่อขอให้พิจารณาทบทวนร่างกฎกระทรวงใช้บังคับผังเมือง จ.นนทบุรี พ.ศ. ... ตามที่คณะกรรมการผังเมืองอยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างพิจารณาคำร้องของผู้มีส่วนได้เสียและได้รับผลกระทบจากการประกาศใช้ผังเมืองดังกล่าว

ทั้งนี้ สมาคมอาคารชุดไทย สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ซึ่งเป็นตัวแทนของผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มีความเห็นว่าร่างผังเมือง จ.นนทบุรี ดังกล่าวได้จำกัดสิทธิในการพัฒนาอสังหาฯ ประเภทต่างๆ เป็นอย่างมาก ไม่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาเมืองของ จ.นนทบุรี เพื่อรองรับการขยายตัวและการเติบโตของกรุงเทพฯ มีประเด็นสำคัญ อาทิ พื้นที่บริเวณสีเหลือง (ย.1-ย.2) มีเนื้อหาจำกัดสิทธิการจัดสรรโครงการประเภทบ้านแถว (ทาวน์เฮาส์) บ้านเดี่ยว ซึ่งจะดำเนินการได้ต้องมีพื้นที่โครงการติดถนนสาธารณประโยชน์ ซึ่งมีเขตทางไม่น้อยกว่า 12 เมตร และ 10 เมตร ตามลำดับ โดยเหตุผลไม่สอดคล้องกับสภาพถนนของ จ.นนทบุรี ซึ่ง 80-90% มีความกว้างประมาณ 6-8 เมตร และจะส่งผล กระทบต่อผู้มีรายได้น้อยที่ไม่สามารถซื้อบ้านเป็นของตนเองได้ เนื่องจากทาวน์เฮาส์และบ้านเดี่ยวจะมีราคาสูงขึ้นตามราคาที่ดินในพื้นที่ที่สามารถดำเนินการได้  พื้นที่บริเวณสีเขียว (ก.2 และ ก.3) มีเนื้อหาการจำกัดสิทธิการจัดสรรโครงการบ้านเดี่ยวที่ต้องติดถนนสาธารณประโยชน์ เขตทางไม่น้อยกว่า 14 เมตร และ 12 เมตรตามลำดับ ขณะที่ความกว้างของถนนเฉลี่ย 6-8 เมตร จึงไม่สามารถพัฒนาได้

สำหรับการพัฒนาอาคารชุดพักอาศัยหากต้องการพัฒนาให้ได้เต็มศักยภาพต้องอยู่ในพื้นที่ ย.7 และ ย.8 หรืออยู่ในรัศมีรถไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ส่วนพื้นที่อื่นๆ โดยเฉพาะพื้นที่ ย.4-ย.6 และพื้นที่ พ.2 และ พ.4 ถูกกำหนดด้วยความกว้างของถนนเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม หากประกาศใช้ร่างผังเมืองรวมฉบับดังกล่าว จะกระทบกับตลาดอสังหาริมทรัพย์นนทบุรีคิดเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1-1.5 หมื่นล้านบาท/ปี โดยเฉพาะกับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง จะทำให้ทาวน์เฮาส์ราคา 1.5-3 ล้านบาท บ้านเดี่ยวราคา 3-5 ล้านบาท และคอนโดมิเนียมราคา 1-2 ล้านบาท หายไปจากตลาด