อสังหาริมทรัพย์สะท้อนเศรษฐกิจประเทศ

วันที่ 19 ก.พ. 2561 เวลา 15:33 น.
อสังหาริมทรัพย์สะท้อนเศรษฐกิจประเทศ
โดย...อนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด anukul_r@plus.co.th

เมื่อปลายเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา กระทรวงการคลังได้ปรับประมาณการเติบโตเศรษฐกิจไทยปี 2560 และปี 2561 เพิ่มขึ้นจากเดือน ต.ค. 2560 โดยประเมินว่าปี 2560 จีดีพีจะขยายตัวเพิ่มเป็น 4% จาก 3.8% ซึ่งสูงกว่าปี 2559 ที่เติบโตที่ 3.2% ขณะที่ปี 2561 ได้ปรับประมาณการเพิ่มจาก 3.8% เพิ่มเป็น 4.2% โดยการเติบโตเศรษฐกิจไทยปี 2560 ที่ 4% ถือว่าเป็นการโตสูงสุดในรอบ 5 ปี นับตั้งแต่ปี 2555 ที่ขยายตัว 7.2% และยังมีทิศทางเติบโตอย่างแข็งแกร่งจนถึงปีนี้ จากตัวเลขทั้งประมาณการปี 2560 และปี 2561 ที่ออกมาล่าสุดนี้สะท้อนได้ว่าเศรษฐกิจได้เริ่มปรับตัวดีขึ้นมาตั้งแต่ปี 2560 แม้ว่าจะมีเสียงสะท้อนออกมาจากภาคประชาชนว่าการเติบโตที่เห็นเป็นเพียงตัวเลข แต่ประชาชนไม่ได้รับรู้ว่าสภาพเศรษฐกิจรอบตัวดีขึ้นแต่อย่างใด

ประเด็นนี้มีการพูดถึงกันในวงกว้างทั้งในภาคประชาชนทั่วไป และมีการจัดเสวนาเพื่อถกกันว่าจริงๆ แล้วเศรษฐกิจไทยดีดังเช่นตัวเลขจีดีพีหรือไม่ ในฐานะที่อยู่ในวงการอสังหาริมทรัพย์ ผมมีข้อมูลที่พบว่าในปี 2561 ความเชื่อมั่นในภาคของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์นั้นถือว่ากลับมาในทิศทางบวก มีการลงทุนโครงการที่เจาะกลุ่มตลาดระดับประชาชนทั่วไป จากเดิมที่ก่อนหน้านี้จะเน้นตลาดระดับบน เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ไม่ได้รับผลกระทบจากภาวการณ์ชะลอตัวของเศรษฐกิจ แต่ในปี 2561 กลับพบว่าอัตราการเติบโตอสังหาริมทรัพย์ หากเทียบทั้ง ตลาดบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ และคอนโดมิเนียม คาดว่า ทาวน์เฮาส์ จะเป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูงสุด รองลงมาคือคอนโดมิเนียมและบ้านเดี่ยว ซึ่งอัตราการขยายตัวน่าจะใกล้เคียงกับปี 2560

ข้อมูลนี้สะท้อนได้ว่าผู้ประกอบการได้ประเมินการเติบโตของเศรษฐกิจที่เริ่มมีสัญญาณดีมาตั้งแต่ปี 2560 และน่าจะมีแรงส่งไปถึงภาคประชาชนในปี 2561 แม้ว่าปัจจุบันภาคประชาชนอาจจะยังไม่รู้สึกว่ามีรายได้เพิ่มขึ้น แต่ล่าสุดรัฐบาลประกาศปรับค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งเป็นการส่งผ่านการขยายตัวของเศรษฐกิจไปยังประชาชนโดยตรงให้ได้ประโยชน์จากการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง นอกจากนี้การที่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์มีความมั่นใจขยายโครงการไปสู่ตลาดทาวน์เฮาส์ราคาเฉลี่ยประมาณ 2-3 ล้านบาทนั้น ก็เป็น การสะท้อนความเชื่อมั่นของผู้บริโภค เนื่องจากการซื้อบ้านถือเป็นการสร้างหนี้สินผูกพันระยะยาว การที่ประชาชนจะตัดสินใจซื้อบ้านได้นั้นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

อย่างไรก็ตาม ในปี 2561 มีปัจจัยหนุนให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ดีหลายปัจจัย โดยเฉพาะการลงทุนของภาครัฐถือเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ โดยเฉพาะโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่ต่อเนื่องจากแผนปฏิบัติการด้านคมนาคมขนส่งระยะเร่งด่วนปี 2559 และปี 2560 ที่คาดว่าจะมีโครงการขนาดใหญ่เริ่มเข้าสู่กระบวนการก่อสร้างได้มากขึ้นในปี 2561 และโครงการเหล่านี้ก็จะผลักดันให้ภาคอสังหาริมทรัพย์เติบโตเป็นเงาตามตัว ซึ่งในวันนี้เราก็ได้เห็นโครงการคอนโดมิเนียมและทาวน์เฮาส์ขยายตัวไปตามโครงการคมนาคมต่างๆ เช่น โครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายตามทำเลชานเมือง ซึ่งก็จะทำให้เกิดการกระจายของภาคเศรษฐกิจต่อเนื่องไปสู่ชุมชนและไปถึงประชาชนในที่สุดครับ