'นิด้า'อุ้มอสังหา ดันกลาง-เล็กรุกตปท.

  • วันที่ 18 ม.ค. 2561 เวลา 06:16 น.

'นิด้า'อุ้มอสังหา ดันกลาง-เล็กรุกตปท.

โดย...จะเรียม สำรวจ

ปัญหาความไม่เท่าเทียมกันที่เกิดขึ้นในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ส่งผลให้สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ออกมาจัดโครงการประกวด Property Export Awards Thailand 2018 (PEAT 2018) เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายกลางและรายเล็ก เนื่องจากที่ผ่านมาทางนิด้าได้มีการทำงานวิจัยด้านอสังหาริมทรัพย์จนเป็นที่ไว้วางใจมาแล้ว

วัตถุประสงค์หลักของการจัดโครงการดังกล่าว นอกจากจะสร้างมาตรฐานโครงการอสังหาริมทรัพย์ไทยให้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และสร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ของไทยให้สามารถขยายฐานลูกค้าออกไปนอกประเทศได้แล้ว นิด้ายังเสนอตัวขอเป็นสื่อกลางในการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการรายกลางและรายเล็กให้สามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการรายใหญ่ได้อีกด้วย

ประดิษฐ์ วิธิศุภกร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยขีดความสามารถในการแข่งขัน สำนักวิจัยสถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวว่า การจัดทำโครงการนี้ถือเป็นหนึ่งในความช่วยเหลือผู้ประกอบการรายกลางและรายเล็กให้สามารถขายโครงการได้เยอะมากขึ้น หากโครงการนั้นได้รับรางวัลจากการประกวด เนื่องจากรางวัลดังกล่าวถือเป็นเครื่องการันตีคุณภาพของโครงการในการสร้างความน่าเชื่อถือ

นอกจากนี้ ผู้ชนะยังจะได้ร่วมเดินทางไปโรดโชว์ในต่างประเทศ ซึ่งในส่วนของปี 2561 นี้ มีแผนที่จะเดินทางไปโรดโชว์ใน 3 ประเทศหลัก ประกอบด้วย เมืองเฉินตู ฉงชิ่ง ปักกิ่ง และ เซียงไฮ้ ประเทศจีน รวมไปถึงสิงคโปร์ และฮ่องกง

เหตุผลที่เน้นการไปโรดโชว์ในประเทศจีนเป็นหลัก เนื่องจากจีนถือเป็นประเทศที่มีศักยภาพ เพราะเป็นประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่มีกำลังซื้อ และปัจจุบันนักท่องเที่ยวจีนก็นิยมเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ขณะเดียวกันยังมีกลุ่มนักธุรกิจจีนเดินทางเข้ามาลงทุนธุรกิจในประเทศไทยเพิ่มขึ้น ซึ่งหากผู้ประกอบการสามารถพัฒนาโครงการได้ตรงกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าชาวจีน จึงน่าจะเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับประเทศ

ประดิษฐ์ กล่าวต่อไปว่า ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ถือเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีมูลค่ามหาศาล หากผู้ประกอบการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ได้ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียมระดับบน ซึ่งหลังจากพาผู้ชนะไปโรดโชว์ช่วยสร้างแบรนด์และทำการตลาด คาดว่าสิ้นปี 2561 นี้จะมีกลุ่มลูกค้าชาวจีนและต่างชาติเข้ามาซื้อโครงการคอนโดมิเนียมในประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท หลังจากนั้นอีกประมาณ 2-3 ปี คาดว่าจะมีมูลค่าการซื้อขายเพิ่มเป็น 1 แสนล้านบาท ซึ่งมูลค่าดังกล่าวจะทำให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของไทยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศติดท็อป 10 ของจีดีพีประเทศอย่างแน่นอน

ด้าน มาตยวงศ์ อมาตยกุล นักวิชาการพาณิชย์เชี่ยวชาญ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า สิ่งผู้ประกอบการกังวลหาตอนนี้ คือ ปัญหาโอเวอร์ซัพพลาย ทำอย่างไรจะระบายสต๊อกที่มีอยู่ได้ ซึ่งหนึ่งทางแก้ปัญหาดังกล่าวที่ดี คือ การขายให้กับลูกค้าต่างชาติ และการขยายธุรกิจไปในประเทศเพื่อนบ้าน เพราะพื้นที่ดังกล่าวชื่นชอบรูปแบบโครงการอสังหาริมทรัพย์ของไทย

ข่าวอื่นๆ