"อนันต์" ชี้ทางรอด หน้าใหม่ระวังลงทุนอสังหาฯ

วันที่ 16 ม.ค. 2561 เวลา 19:31 น.
"อนันต์" ชี้ทางรอด หน้าใหม่ระวังลงทุนอสังหาฯ
โดย...โชคชัย สีนิลแท้

จากการแข่งขันในธุรกิจอสังหาฯ ที่นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ทำให้บรรดาผู้ประกอบการต่างต้องเร่งปรับตัว รายใดที่ปรับตัวได้ไวย่อมได้เปรียบ

อนันต์ อัศวโภคิน อดีตประธานกรรมการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ กล่าวว่า ขณะนี้อัตราดอกเบี้ยโลกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกับตลาดโลกที่มีการเปลี่ยนแปลง ขณะที่สถาบันการเงินไทยเริ่มคุ้นเคยกับการปล่อยสินเชื่อ มีความระมัดระวัง และค่อยๆ ปรับตัวในการปล่อยกู้สินเชื่อรายย่อย ขณะที่ผู้ประกอบการพยายามแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้าของตัวเองมากขึ้น ส่งผลให้ยอดถูกปฏิเสธสินเชื่อเริ่มลดน้อยลง

ขณะที่แรงงานก่อสร้างนั้นมีปัญหามาตลอด ส่งผลให้หลายบริษัทหันมาใช้ระบบสำเร็จรูปหรือพรีแฟบกันหมด และมุ่งเน้นการพัฒนาด้านไอที เพื่อช่วยพัฒนาประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น

“ตลาดที่อยู่อาศัยระดับราคา 1 ล้านกว่าบาท ที่เคยมียอดขายที่ดีกลับขายไม่ดี แต่ตลาดบนระดับราคา 6-7 ล้านบาท ขายได้ดีอย่างต่อเนื่อง ส่วนผู้ประกอบการรายใหม่แห่แย่งซื้อที่ดินกันมาก ในราคาไม่ค่อยสมเหตุสมผล ล่าสุดราคาสูงถึงกว่า 3 ล้านบาท/ตารางวา ซึ่งนึกไม่ออกว่าจะนำไปพัฒนาในรูปแบบไหน ซึ่งต้องคำนึงถึงตัวเลขที่เป็นไปได้ในการขายสินค้าด้วย” อนันต์ กล่าว

อีกประการที่ต้องระมัดระวังคือผู้ประกอบการรุ่นใหม่มักเร่งซื้อที่ดินและเร่งปิดการขายที่รวดเร็วจนเกินไป เพื่อเร่งการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ส่งผลให้สินค้าที่ผลิตมาไม่มีคุณภาพ ซึ่งมองว่าโอกาสของตลาดอสังหาฯ ยังมีอีกมาก และยังสามารถไปได้อย่างต่อเนื่อง เพราะการพัฒนาอสังหาฯ ยังมีโอกาส

“อยากจะฝากข้อคิดสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ว่า อย่ามัวแต่เร่งยอดขายโดยไม่นึกถึงยอดกำไร และอย่าเร่งงานก่อสร้างจนสินค้าไม่มีคุณภาพ”นายอนันต์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจค้าปลีกที่สหรัฐอเมริกายังมีความน่าสนใจ เพราะราคาสินทรัพย์ประเภทนี้เริ่มตกลง จึงมองเห็นโอกาสที่จะเข้าไปลงทุน ส่วนอาคารสำนักงานในประเทศไทยราคายังดี หลายโครงการราคาเกิน 1,000 บาท/ตารางเมตร ส่วนธุรกิจรีเทลในประเทศไทยก็ยังไปได้ดี

ธีระชาติ มโนธรรมรักษา รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจ.เอส.พี.พร็อพเพอร์ตี้ กล่าวว่า การเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่จะต้องทบทวนจุดยืนของตัวเองให้ดี ซึ่งในปี 2561 บริษัทจะพยายามปรับปรุงกระบวนการภายในบริษัทเพื่อเพิ่มผลกำไรและรักษารายได้ให้ต่อเนื่อง

ชยพล หรรรุ่งโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจจะต้องการมองหาช่องว่างตลาดประเภทของโครงการในเซ็กเมนต์ที่ยังมีเรียลดีมานด์ จะวางจุดเด่นของโครงการและซัพพลายในทำเลนั้นๆ ต้องไม่มี และมองว่าตลาดใน กทม.ยังมีที่ดินที่ใกล้รถไฟฟ้าที่ยังสามารถพัฒนาโครงการที่รายใหญ่ไม่เข้าไปทำได้ เพราะเป็นที่ดินขนาดเล็ก โดยเน้นสินค้าที่ไม่ค่อยมีคู่แข่งในตลาด

ด้าน ถิรชนม์ ธเนศเดชสุนทร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ดีเวล แกรนด์ แอสเสท กล่าวว่า บริษัทจะเปิดโครงการที่มีขนาดเล็กลง แต่เพิ่มจำนวนที่มากขึ้น เพื่อกระจายความเสี่ยงการลงทุน