"ไนน์ตี้เอท ไวร์เลส" คอนโดหรูโดนใจมหาเศรษฐี

วันที่ 12 พ.ค. 2560 เวลา 19:22 น.
"ไนน์ตี้เอท ไวร์เลส" คอนโดหรูโดนใจมหาเศรษฐี
โดย...โชคชัย สีนิลแท้

ใช้เวลาพิสูจน์ผลงานนานกว่า 7 ปี สำหรับบริษัท แสนสิริ กับการพัฒนาโครงการ ไนน์ตี้เอท ไวร์เลส (98 WIRELESS) ให้เป็นแฟล็กชิปคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ที่ดีที่สุดในเมืองไทย บนถนนวิทยุ กับจำนวนห้องชุด 77 ยูนิต มูลค่าโครงการ 8,700 ล้านบาท

ด้วยแนวคิดการตลาดแบบ “สร้างเสร็จก่อนขาย”เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ลูกค้าซึ่งจะได้เห็นโครงการจริง วิวจริง และห้องจริงก่อนการตัดสินใจซื้อจึงทำให้โครงการไนน์ตี้เอท ไวร์เลส มียอดจองห้องชุดกว่า 50% ก่อนช่วงแกรนด์โอเพนนิ่ง เมื่อกลางเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา โดยมีระดับราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 5.8 แสนบาท/ตารางเมตร หรือระดับราคา 70-250 ล้านบาท โดยห้องที่มีราคาสูงสุด 650 ล้านบาทนั้น มีลูกค้ามหาเศรษฐีให้ความสนใจซื้อไปตั้งแต่ก่อนเปิดขายอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ หนึ่งในจำนวนห้องที่ขายไปแล้วอย่างรวดเร็วก็คือ เพนต์เฮาส์ และซูเปอร์เพนต์เฮาส์ ที่ได้รับการเรียกขานว่า “The One” ตั้งอยู่ 2 ชั้นสูงสุดของโครงการ นับเป็นซูเปอร์เพนต์เฮาส์ ที่หรูหราและราคาสูงที่สุดของประเทศไทย แต่ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นห้องขนาด 2-3 ห้องนอน ดูเพล็กซ์ เพนต์เฮาส์หรือซูเปอร์เพนต์เฮาส์ ได้สร้างมาตรฐานสากลในระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ที่มีความสมบูรณ์

ด้วยศักยภาพของทำเลที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้าและแนวโน้มการลงทุนในเส้นทางรถไฟฟ้าใหม่ๆ ยังคงเป็นปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดการซื้อขายจากตลาดต่างชาติต่อเนื่องในอนาคต จากสถิติการสำรวจชาวต่างชาติที่อาศัยในประเทศไทยนิยมซื้อคอนโดเพื่อเป็นสินทรัพย์และอยู่อาศัยเองถึง 72.32% ในขณะที่ 27.68% จะซื้อเพื่อลงทุน

 

 

จุดขายสำคัญคือโครงการตั้งอยู่บนที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์หรือฟรีโฮลด์ บนถนนวิทยุ ที่หาได้ยากมากในปัจจุบัน ถนนวิทยุหรือที่ชาวต่างชาติเรียกขานติดปากในชื่อ Wireless Road ไม่ได้เป็นเพียงถนนสายเศรษฐกิจสำคัญ และที่ตั้งของสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลของนานาประเทศเท่านั้น ทำให้ที่ดินบนถนนสายนี้มีมูลค่าสูงขึ้นได้ต่อเนื่องตลอดทุกปี โดยราคาที่ดินในย่านถนนวิทยุเมื่อปี 2553 ที่มีการซื้อขายที่ดินแปลงจนกลายเป็น ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ อยู่ที่ 1.5 ล้านบาท/ตารางวาขณะที่ปัจจุบันราคาที่ดินในย่านวิทยุขยับตัวสูงขึ้นถึงกว่า 2 ล้านบาทแล้ว

ที่ตั้งอยู่ถัดจากบ้านพักเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย นับว่าเป็นทำเลที่แวดล้อมไปด้วยทัศนียภาพในระดับร้อยล้าน มีจุดพักผ่อนสายตาจากทิวต้นไม้ใหญ่ และพื้นที่สีเขียวอันเป็นความหรูหราที่ประเมินค่ามิได้ในอนาคต มีแหล่งช็อปปิ้งระดับลักซ์ชัวรี่ โรงแรมห้าดาว ศูนย์กลางการใช้ชีวิตสมัยใหม่ นอกจากนั้นยังมีโครงการศูนย์สุขภาพครบวงจรระดับไฮเอนด์ ที่กำลังจะถูกพัฒนาขึ้นในเร็วๆ นี้

ทางด้านการออกแบบโครงการนำแรงบันดาลใจจากศิลปะโบซาร์ (Beaux-Arts) อันเรืองรองในยุโรปและอเมริกาในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ถึงกลางศตวรรษที่ 20 เป็นเอกลักษณ์ความตระการตาที่คงความคลาสสิกเป็นอมตะ ผสมผสานระหว่างวิจิตรศิลป์ และงานฝีมือชั้นสูง ทำให้อาคารสถาปัตยกรรมหลายแห่งของโลกตะวันตกก้าวขึ้นเป็นไอคอนแห่งยุค   

เริ่มตั้งแต่ DWP (Design Worldwide Partnership) บริษัทออกแบบสถาปัตยกรรมระดับเวิลด์คลาสที่จดทะเบียนในประเทศไทย แต่คว้ารางวัลระดับโลก ด้าน Anne Carson Interiors (นิวยอร์ก) อินทีเรียร์ดีไซเนอร์ที่โดดเด่นในสไตล์คลาสสิกร่วมสมัยเคยรังสรรค์ผลงานมากมาย ให้แก่ Ralph Lauren Home โดยไฮไลต์สำคัญที่ทำให้กับ 98 WIRELESS คือการเลือกสรรคอลเลกชั่นต่างๆ จาก Ralph Lauren Home ที่ล้วนแต่สะท้อนความเป็นลักซ์ชัวรี่ที่มีเอกลักษณ์นำมาใช้ในห้องแต่งโถงทางเข้าจนถึงสิ่งอำนวยความสะดวกและสาธารณูปโภคส่วนกลางของโครงการ ทั้งล็อบบี้เลานจ์ บิซิเนสเลานจ์  ห้องทีรูมห้องสปาจากุซซี่ และพื้นที่ส่วนกลางอื่นๆ

นอกจากนี้ ยังมีบริษัท T.R.O.P Terrain+Open Space มาร่วมออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมโดยรอบโครงการ รวมถึง Inverse Lighting ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบแสง เพิ่มความชัดในการมองเห็นทั้งเวลากลางวันและกลางคืน โดยที่แสงไฟในช่วงกลางคืนนั้นออกแบบมาให้ก่อให้เกิดมลภาวะทางแสงน้อยที่สุด ร่วมด้วยดีไซเนอร์ชั้นนำอีกมากมาย อาทิ Meinhardt Palmer Acoustics เพื่อควบคุมเสียงเข้าสู่ภายในโครงการ เป็นต้น และที่ขาดไม่ได้ นั่นคือ ที่ปรึกษาด้าน LEEDS เพื่อแนะนำแนวทางการออกแบบ ให้ได้ใบรับรองอาคารเขียวจากสหรัฐอเมริกา

 

ทุกรายละเอียดการตกแต่งภายในโครงการ 98 WIRELESS เลือกสรรด้วยวัสดุชั้นเลิศ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุปูผิวผนังหินไลม์สโตนจากโปรตุเกส หินอ่อน Carrara และที่พิเศษที่สุดคือหินอ่อนสีขาว Statuario จากเหมืองในอิตาลีที่มีลายโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และหาได้ยากที่สุดในโลก โดยในโครงการมีพื้นที่ที่ใช้หินธรรมชาติทั้งหมดรวมกว่า 2.8 หมื่นตารางเมตร รวมทั้งงานตกแต่งปูนปั้นบนเพดาน คิ้วบัว และหัวเสา จากโรงช่างที่ฝีมือดีที่สุดอย่าง Hyde Park Mouldings ประตูไม้จริงลาย Mahogany Crotch นำเข้าจากสหรัฐอเมริกา การปูพื้นไม้โอ๊กลายก้างปลา หรือที่เรียกว่าลาย Herringbone ทั้งยังคัดเลือกแบรนด์ดังระดับโลกมาผสมผสาน ในทุกองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นมือจับประตูทองเหลืองแท้ 100% จาก Baldwin เครื่องใช้ไฟฟ้า Gaggenau และชุดครัว Siematic ตู้เย็น และตู้แช่ไวน์จาก Sub-Zero อ่างอาบน้ำ Kaldewei สุขภัณฑ์ห้องน้ำ Kallista อุปกรณ์ห้องน้ำ Lefroy Brooks โดยเป็นผลิตภัณฑ์มาตรฐานในทุกยูนิต

ทั้งนี้ บริษัทเตรียมนำเสนอการบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นบริการรถประจำโครงการอย่าง เบนท์ลีย์ นวัตกรรมยานยนต์สุดหรูสั่งผลิตเพื่อเป็นรถประจำโครงการ นอกจากนั้นยังมีบริการจอดรถแบบ Valet Parking และที่จอดรถใต้ดินที่สามารถรองรับได้ถึง 240% รวมถึงที่จอดพิเศษสำหรับรถซูเปอร์คาร์ และบริการสถานี EV Charger สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า บริการลิฟต์ส่วนตัวพร้อมโถงลิฟต์สำหรับทุกยูนิต รวมไปถึงบริการผู้ช่วยส่วนตัวจาก Quintessentially (ควินเทสเซ็นเทียลลี่) ที่มีชื่อเสียงระดับโลกมากมายมาประจำที่โครงการเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ในแบบลักซ์ชัวรี่เพื่อเติมเต็มประสบการณ์อยู่อาศัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ถนนวิทยุทำเลไข่แดงกลางกรุง

ทำเลราชดำริ-ชิดลม-วิทยุ-เพลินจิต-ลุมพินี ถือได้ว่าเป็นแหล่งที่รวมสิ่งดีๆ มาอยู่ที่นี่ เริ่มจากเป็นทำเลที่มีรถไฟฟ้าเปิดให้บริการแล้วอยู่ในย่านศูนย์กลางธุรกิจ แต่ไม่พลุกพล่านมากเมื่อเทียบกับย่านธุรกิจโซนอื่นๆ อีกทั้งยังใกล้ๆ สวนสาธารณะขนาดใหญ่ (สวนลุมพินี) และราชกรีฑาสโมสร (สปอร์ตคลับ) หากอยู่บนตึกสูงๆ สามารถมองเห็นสีเขียวๆ ของต้นไม้จากสวนเหล่านี้

ขณะเดียวกันมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับชีวิตประจำวันครบสมบูรณ์ ทั้งโรงเรียน โรงพยาบาล บริการต่างๆ และเป็นแหล่งรวมไลฟ์สไตล์คนเมืองรสนิยมสูง เช่น ห้างสรรพสินค้าระดับไฮเอนด์ ร้านอาหาร ร้านค้า ไล่มาตั้งแต่แยกราชประสงค์ ซึ่งกำลังจะถูกพัฒนาให้กลายเป็นแหล่งช็อปปิ้งระดับเอเชียจนถึงย่านเพลินจิต

จุดเด่นที่สำคัญอีกอย่างของทำเลย่านนี้คือ เป็นที่ตั้งของสถานทูต บ้านพักทูตและเจ้าหน้าที่ของหลายประเทศสำคัญ เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และญี่ปุ่น และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ชาวต่างประเทศ โดยเฉพาะยุโรปและอเมริกาเลือกที่อาศัยอยู่ในทำเลย่านนี้เป็นอันดับแรกๆ โดยเฉพาะรอบๆ สวนลุมฯ

ราคาที่ดินพุ่งแพงสุดในประเทศโอกาสเกินกว่า 2.2 ล้านบาท/ตารางวา เป็นไปได้สูง ปัจจุบันที่ดินในย่านนี้แทบไม่เหลือแปลงว่างสำหรับการพัฒนาอีกแล้วส่วนราคาที่ดินแรงขึ้นอย่างฉุดไม่อยู่เช่นกัน เห็นได้จากการเปลี่ยนแปลงราคาที่ดินสร้างความฮือฮาเป็นอย่างมาก

เริ่มจากปี 2549 แถวแยกเพลินจิตซื้อขายกันที่ตารางวาละ 9.5 แสนบาท ดีลนี้เป็นกรณีกลุ่มเซ็นทรัลชนะประมูลที่ดินของสถานทูตอังกฤษขนาด 10 ไร่ ปัจจุบันได้พัฒนาเป็นโครงการเซ็นทรัล เอ็มบาสซี

ปี 2553 บริษัท แสนสิริ ซื้อที่ดินบนถนนวิทยุจากตระกูลสุทัศน์ ณ อยุธยาในราคา 1.5 ล้านบาท/ตารางวา จะเห็นว่าห่างกันแค่ไม่กี่ปีราคาที่ดินวิ่งไปไกลเลยปัจจุบันพัฒนาเป็นโครงการไนน์ตี้เอท ไวร์เลส ปี 2558 บริษัท เอสซี แอสเสทคอร์ปอเรชั่น ซื้อที่ดินบนถนนชิดลมในราคา 1.9 ล้านบาท/ตารางวา ในทำเลที่ไม่ไกลจากแยกเพลินจิตมากนัก ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพัฒนาเป็นโครงการคอนโดมิเนียม 28 Chidlom

อย่างไรก็ตาม สำหรับทำเลแถวเพลินจิตยังเหลือที่ดินแปลงใหญ่ขนาด 25 ไร่ อีกหนึ่งแปลงของสถานทูตอังกฤษ (ติดถนนวิทยุ) ที่กำลังอยู่ระหว่างการประมูล ซึ่งหากดูจากประวัติซื้อขายที่ดินแปลงใกล้เคียงข้างต้น เป็นไปได้สูงที่ที่ดินแปลงนี้ราคาประมูลน่าจะทะลุเกิน 2 ล้านบาท/ตารางวา เพราะล่าสุดเมื่อปีที่แล้วที่ดินและโรงแรมปาร์คนายเลิศขนาด 15 ไร่ บนถนนวิทยุที่อยู่ถัดออกไป ก็ถูกซื้อโดยกลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ หรือบีดีเอ็มเอส เฉลี่ยราคา 1.8 ล้านบาท/ตารางวาไปแล้ว ขณะที่ดินแปลงสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ หรือสวนลุมไนท์บาซาร์เดิม 104 ไร่ ทางกลุ่มทีซีซี แอสเซ็ทส์ ได้เดินหน้าพัฒนาโครงการวันแบงค็อก มูลค่ากว่า 1.2 แสนล้านบาท   

สำหรับอัตราการเช่าคอนโดมิเนียมต่อเดือนนั้น ทำเลเพลินจิต วิทยุ หลังสวน และราชดำริ ขนาด 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอย 44-47 ตารางเมตร อัตราค่าเช่าต่อเดือนอยู่ที่ 3.5-6 หมื่นบาท ขนาด 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอย 80-130 ตารางเมตร ค่าเช่าต่อเดือนอยู่ที่ 4.5-1.6 แสนบาท ส่วนอัตราค่าเช่าที่ต่ำกว่า 5 หมื่นบาท/เดือนนั้น จะเป็นกลุ่มคอนโดมิเนียมเก่าที่มีอายุมากกว่า 10 ปี

ขณะที่ข้อมูลจากบริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ระบุว่าบริเวณเพลินจิต-ชิดลม อัตราค่าเช่าจะอยู่ที่ 800-1,000 บาท/ตารางเมตร หรือมีอัตราผลตอบแทนการลงทุนต่อปี (Yield) อยู่ที่ 3-4% บริเวณสีลม-สาทร อัตราค่าเช่าอยู่ที่ 600-700 บาท/ตารางเมตร และมีผลตอบแทนการลงทุนอยู่ที่ 3-4% ต่อปี