รับสร้างบ้านมึนมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ พีดีเฮ้าส์ ลุ้นกำลังซื้อฟื้นQ4

วันที่ 18 พ.ย. 2558 เวลา 20:58 น.
รับสร้างบ้านมึนมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ พีดีเฮ้าส์ ลุ้นกำลังซื้อฟื้นQ4
พีดีเฮ้าส์ สับสนมาตรการรัฐ งงค่าธรรมเนียมโอน-จดจำนองบ้านสร้างเองไม่ได้อานิสงส์ เล็งส่งเรื่องสมาคมฯ เสนอรัฐบาล  ชี้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้นตัวดีขึ้น 

นายพิศาล ธรรมวิเศษ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีดีเฮ้าส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ ศูนย์รับสร้างบ้านพีดีเฮ้าส์ เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลประกาศมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ออกมานั้น ตามความเข้าใจของผู้ประกอบรับสร้างบ้าน สถาบันการเงินที่ปล่อยสินเชื่อ และผู้บริโภคหรือลูกค้าที่สร้างบ้านเอง หรือใช้บริการกับบริษัทรับสร้างบ้านต่างเข้าใจเหมือนๆ กันว่าได้รับอานิสงส์จากมาตรการรัฐเฉพาะ 1.สนับสนุนวงเงินให้กู้ยืมสูงสุด 1-3 ล้านบาท โดยธอส.สำหรับกลุ่มผู้มีรายได้ 1-3 หมื่นบาท และ 2.ลดค่าธรรมเนียมจดจำนองและค่าโอน เหลือเพียงร้อยละ 0.01 ส่วนมาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 20% ของมูลค่าบ้านที่ซื้อระยะเวลา 5 ปีหมดสิทธิ์ หรือได้สิทธิ์เฉพาะบ้านในโครงการจัดสรรเท่านั้น แต่ในข้อเท็จจริงเมื่อลูกค้าที่สร้างบ้านในที่ดินของตัวเอง ไปยื่นขอจดจำนองและโอนหลักทรัพย์ค้ำประกัน ณ สำนักงานที่ดิน ปรากฏว่าถูกปฏิเสธหรือไม่ได้สิทธิ์ลดหย่อน ทั้งค่าธรรมเนียมจดจำนองและค่าโอน ยกเว้นว่าเป็นการปลูกสร้างในแปลงที่ดินของโครงการจัดสรร ถึงจะได้รับสิทธิ์จากมาตรการรัฐบาลครั้งนี้

จากกรณีดังกล่าว ทำให้ทั้งบริษัทฯ และลูกค้าเองสับสนไปตามๆ กัน จนต้องกลับมาอ่านประกาศของกระทรวงมหาดไทยกันอีกหลายรอบ ซึ่งก็ไม่ชัดเจนและต้องมีการตีความโดยเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐ อย่างไรก็ดีเรื่องนี้บริษัทฯ คงต้องส่งเรื่องให้กับสมาคมไทยรับสร้างบ้าน หาทางเสนอไปยังรัฐบาลเพื่อขอทราบความชัดเจนอีกครั้ง เพราะขณะนี้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าใจผิดกันว่าการปลูกสร้างบ้านเอง ได้รับสิทธิ์ลดหย่อนค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองจากมาตรการรัฐเช่นเดียวกัน

“โค้งสุดท้ายปี 58 นี้ความต้องการสร้างบ้านใหม่ และกำลังซื้อทั่วประเทศขยับปรับตัวดีขึ้น หากเปรียบเทียบกับไตรมาสที่แล้ว นอกจากจะเป็นช่วงพ้นฤดูฝนที่ประชาชนนิยมปลูกสร้างบ้านหลังใหม่แล้ว ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในอนาคตก็เป็นเหตุผลสำคัญเช่นกัน ทั้งนี้ปริมาณลูกค้าที่เข้ามาติดต่อใช้บริการสร้างบ้านหลังใหม่ กับศูนย์รับสร้างบ้านพีดีเฮ้าส์ที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ คึกคักขึ้นอย่างมากในช่วงเดือนตค.-พย.และคาดว่าจะต่อเนื่องไปจนถึงต้นปีหน้า สถานการณ์เช่นนี้อาจสะท้อนได้ว่า ประชาชนมีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจและกล้าใช้เงินซื้อสินค้าราคาสูงๆ อย่างเช่น บ้านและรถยนต์แล้ว”

ตลอด 10 เดือนเศษที่ผ่านมาของปีนี้ ภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านไม่สดใสดังที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลบริษัทฯ ต้องปรับเป้ายอดขายที่ตั้งไว้จากเดิมลงร้อยละ 20 หรือเหลือเพียง 1.6 พันล้านบาท ซึ่งก็ยังต้องรอลุ้นว่ายอดขายไตรมาสสุดท้ายนี้จะทำได้ตามเป้าหมายหรือไม่ อย่างไรก็ดี ปริมาณลูกค้าและงานที่ลดน้อยลงในปีนี้ ทำให้บริษัทฯ หันมาทุ่มเวลาให้กับพัฒนาสินค้าและระบบปฏิบัติงานด้านต่างๆ เพื่อเตรียมรองรับการแข่งขันและรุกตลาดรับสร้างบ้านในปีหน้าและอนาคต ตัวอย่างเช่น ปรับการให้บริการสร้างบ้านออกเป็น 3 ซีรี่คือ 1.บ้านโครงสร้างคอนกรีตหล่อในที่ 2.บ้านโครงสร้างคอนกรีตคาน-เสาสำเร็จรูป และ 3.บ้านโครงสร้างเหล็ก ซึ่งทั้ง 3 ซีรี่จะยังเน้นคอนเซปต์ “บ้านอนุรักษ์พลังงาน” เหมือนเดิม ทั้งนี้เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับลูกค้าที่ต้องการสร้างบ้าน ด้วยเทคโนโลยีทันสมัยหรือแบบเดิมๆ ก็ได้ทั้งหมด โดยเฉพาะบ้านโครงสร้างเหล็กที่มั่นใจว่าจะได้รับความสนใจและตอบรับจากผู้บริโภค ด้วยเพราะสามารถก่อสร้างได้รวดเร็วและราคาประหยัดกว่า 10-15% โดยบริษัทฯ เตรียมจะเปิดตัวต้นปีหน้าในงาน “ไทยแลนด์โฮมบิลเดอร์แอนด์แมททีเรียลแฟร์ 2016” ที่จัดโดยสมาคมไทยรับสร้างบ้าน นายพิศาล กล่าว