ออริจิ้นฯ ปักธงคอนโดสะพานใหม่

วันที่ 23 มิ.ย. 2558 เวลา 20:41 น.
ออริจิ้นฯ ปักธงคอนโดสะพานใหม่
ออริจิ้นฯ หวังเปิดทำเลใหม่ ผุด “ไนท์บริดจ์ สกายซิตี้” ย่านสะพานใหม่ เกาะแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียว หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต

นายพีระพงศ์  จรูญเอก  ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ออริจิ้น เปิดเผยว่า บริษัทจะเน้นเปิดทำเลใหม่ๆ ที่มีความต้องการที่อยู่อาศัย และมีศักยภาพในอนาคต โดยจะเน้น 2 ทำเลหลัก คือ ทำเลเกาะแนวรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายและทำเลโซนใกล้นิคมอุตสาหกรรม เพราะมีกลุ่มเป้าหมายชัดเจน อีกทั้ง ไม่ต้องการไปทำเลที่มีผู้ประกอบการรายใหญ่เข้าไปพัฒนาจำนวนมากแล้ว เพราะแข่งขันสูง และกำลังซื้อถูกดูดซับไปมากแล้ว

สำหรับล่าสุด บริษัทได้เปิดโครงการโครงการ“ไนท์บริดจ์ สกายซิตี้ สะพานใหม่” อยู่ระหว่างซอย 48และ พหลโยธิน  50 ใกล้กับสถานีสายหยุดของแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียว หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต เป็นอาคารชุดบนพื้นที่ 2 ไร่ 3 งาน 56 ตารางวา ความสูง 15  ชั้น  จำนวน  490 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 1.99ล้านบาท เฉลี่ยประมาณ 9 หมื่นบาท/ตารางเมตร (ตร.ม.) คิดเป็นมูลค่าโครงการรวม  1,340   ล้านบาท  โดยปัจจุบันมียอดขายแล้ว 60% 

ทั้งนี้ รูปแบบห้องชุดมี 4 แบบ คือSuperior พื้นที่ใช้สอย 22.52 -23.16 ตร.ม., Deluxe พื้นที่ใช้สอย 24 – 34.81 ตร.ม. ห้องSuite ขนาด 34.15-34.75 ตร.ม. และเพ้นท์เฮ้าส์(2 ห้องนอน) ขนาด 40.1- 48.32 ตร.ม. พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น แกรนด์ล๊อบบี้ 2 ชั้น, ห้องประชุม, สวนพักผ่อนสไตล์อังกฤษ  พื้นที่ส่วนตัวลอยฟ้า  สระว่ายน้ำระบบเกลือ  แยกสระเด็ก สระผู้ใหญ่,  ฟิตเนสลอยฟ้า  มุมบาร์บิคิว  พัตติ้งกรีน พื้นที่จอดรถบริเวณชั้น 1 – 4 รวม  245 คัน  และระบบรักษาความปลอดภัย

นายพีระพงศ์ กล่าวอีกว่า ผลการดำเนินงานในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2558 นี้  บริษัทมียอดขายแล้วประมาณ 2,000  ล้านบาท และคาดว่าจนถึงครึ่งปีแรกจะมียอดขายอยู่ที่ 2,500 ล้านบาท ทำให้มั่นใจว่าสิ้นปีจะสามารถทำยอดขายได้ที่ 5,500  ล้านบาท ส่วนปัจจุบันมียอดขายรอรับรู้รายได้(Backlog) 4,356 ล้านบาท

ด้านความคืบหน้าการเตรียมตัวเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นั้น บริษัทฯ อยู่ระหว่างการเตรียมนำหุ้นสามัญเพิ่มทุนเพื่อเสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก จำนวน 180 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ซึ่งในเบื้องต้น บริษัทฯ คาดว่าจะสามารถนำหุ้นเข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ภายในไตรมาส3/2558

สำหรับเม็ดเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ บริษัทฯ จะนำไปใช้ในการขยายโครงการ ซึ่งปัจจุบันมีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา จํานวน 11โครงการ มูลค่าโครงการรวมประมาณ 6,725 ล้านบาท และโครงการในอนาคตอีกจํานวน 7 โครงการ คิดเป็นมูลค่าโครงการรวมประมาณ 7,170 ล้านบาท   

บทความแนะนำ