บ้านแห่งความรักของ พัชรวิไล ภัทโรพงศ์

  • วันที่ 13 ก.ค. 2557 เวลา 11:06 น.

บ้านแห่งความรักของ พัชรวิไล ภัทโรพงศ์

โดย...อนุสรา ทองอุไร ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

ว่ากันว่าหากเราอยากจะรู้จักใครสักคนให้มากขึ้นอีกสักนิด ก็ให้ดูจากหนังสือที่เขาอ่าน ดูเพลงที่เขาฟัง ดูหนังจากที่เขาดู ดูสไตล์การแต่งตัว ดูบ้านที่เขาแต่ง เพราะมันจะบอกถึงรสนิยมและบุคลิกภาพของเขาและเธอเหล่านั้นได้อย่างดีทีเดียว เช่น เธอคนนี้ พัชรวิไล ภัทโรพงศ์ นักธุรกิจผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคและเจ้าของโรงแรมมารดาดี ที่ จ.เชียงใหม่ ก็เช่นกัน

ด้วยความที่เป็นคนชอบศิลปะ รักของเก่า เธอจึงสะสมของเก่าประเภทตู้ หีบไม้ กำปั่นโบราณ ของจีน อินเดีย พม่า ชอบอะไรที่บ่งบอกความเป็นเอเชียของเรา เธอสะสมหีบเอาไว้นับ 100 ใบ จนถึงขนาดที่บ้านไม่พอเก็บต้องไปเช่าโกดังเก็บของไว้ สุดท้ายเลยเปิดโรงแรมเล็กๆ แล้วเอาของสะสมไปตกแต่งโรงแรม

 

นอกจากนี้ ของสะสมหลายชิ้นที่เป็นชิ้นโปรดของเธอ ก็นำมาเป็นส่วนในการตกแต่งบ้านหลังนี้ “เป็นคนสะสมของที่ชอบนำออกมาวางมาโชว์แล้วใช้ประโยชน์จริงๆ ไม่ใช่เพื่อสะสมแล้วโชว์ไว้เฉยๆ ต้องใช้ประโยชน์ได้ด้วย อย่างพวกหีบขนาดใหญ่เราก็มาใช้แทนโต๊ะ เวลาเกรงว่าบ้านจะรก อย่างพวกหนังสือ ของใช้กระจุกกระจิกต่างๆ ก็เอาใส่หีบไว้ ทั้งสวยและได้ประโยชน์” เธอกล่าวด้วยรอยยิ้ม

เธอเล่าว่าบ้านหลังนี้ซื้อมา 10 กว่าปีแล้ว แต่เพิ่งทำการซ่อมบำรุงเล็กๆ น้อยๆ เมื่อปีที่แล้ว ทุก 10 ปี ก็จะปรับปรุงทาสีใหม่สักครั้งเพื่อให้บ้านดูสดใหม่ บ้านนี้มีเนื้อที่ 180 ตารางวา ตอนที่ซื้อมาก็เปลี่ยนแปลงโครงสร้างและการตกแต่งภายในไปพอสมควร ทำห้องให้น้อยลง เหลือพื้นที่กว้างโล่งให้มากขึ้น ตกแต่งสไตล์ผสมผสานแต่เน้นให้ดูมีความทันสมัยพอสมควร

 

ชั้นล่างแบ่งเป็น 1 ห้องนอนเล็ก 1 ห้องทำงาน ห้องรับแขก ส่วนรับประทานอาหารและครัวฝรั่ง ส่วนครัวไทยและห้องแม่บ้านแบ่งสัดส่วนออกไปอยู่ด้านหลัง ชั้นสองมี 3 ห้องนอน และมีพื้นที่โล่งด้านหน้าทำเป็นส่วนนั่งเล่นของคนในครอบครัว มีห้องพระเล็กๆ ตกแต่งโทนสีครีมและน้ำตาล พื้นบ้านชั้นล่างเป็นหินอ่อนทั้งหมด ส่วนชั้นบนพื้นเป็นไม้

โดยรอบบ้านจะมีหน้าต่างบานกว้างซึ่งเป็นกระจกเยอะเพราะเราชอบบ้านโล่ง เห็นวิวข้างนอกแบบ 90 องศาเลย ไม่ชอบบ้านอับๆ ทึบๆ มันเหมือนอยู่ในกล่อง และรอบบ้านเราปลูกต้นไม้ไว้เยอะ เราอยากจะเห็นวิวเขียวๆ ให้สบายตากันบ้าง แล้วเวลากลางวันอยู่บ้านก็จะไม่ต้องเปิดไฟ ใช้แสงธรรมชาติ

 

บริเวณที่ใช้บ่อยก็คือห้องนั่งเล่น แล้วก็ที่โต๊ะกินข้าว ชอบนั่งทำงานที่โต๊ะกินข้าวมันกว้างขวางดี แต่วันไหนที่อากาศดีเราก็จะไปนั่งเล่นตรงสวนข้างบ้านเพราะมีชิงช้าไม้ขนาดใหญ่ มีโต๊ะไม้ทำไว้เป็นมุมนั่งเล่นเพื่อจิบชากาแฟ ยิ่งช่วงปลายปีอากาศดี มักจะมานั่งเล่นอ่านหนังสือตอนเช้ามีลมพัดชื่นใจ เพราะปลูกต้นไม้ใหญ่ไว้หลายต้นไม่ว่าจะเป็นจามจุรี ลีลาวดี ปาล์ม หมากสี เวลาต้นไม้ออกดอกจะหอมชื่นใจมากตอนเย็นๆ ส่วนหลังบ้านเราทำเป็นกรีนพัดกอล์ฟเล็กเอาไว้ให้สามีกับลูกชายใช้เป็นมุมออกกำลังกาย แม่และน้องสาวก็นั่งเชียร์ให้กำลังใจกันไป

“ความหมายของคำว่าบ้านของเธอก็คือ ความรักความอบอุ่นความเป็นส่วนตัวที่เราได้อยู่ด้วยกันกับคนที่เรารักและห่วงใย บ้านจะใหญ่เล็กไม่สำคัญเท่ากับคนที่เราอยู่ร่วมบ้านด้วย เวลาที่อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูกจะเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขและมีความหมายมาก เพราะตอนนี้ลูกชายคนโตไปเรียนเมืองนอก เลยนานๆ จะได้อยู่ครบๆ กันสักที” เธอกล่าวอย่างมีความสุข

 

 

 

 

 

 

 

 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ