บ้านแห่งความอบอุ่นของครอบครัว

วันที่ 23 ก.พ. 2557 เวลา 10:36 น.
บ้านแห่งความอบอุ่นของครอบครัว
โดย...อาร์ต ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล

เมื่อแรกที่ได้ยินชื่อของ “ศักดิ์สิทธิ์ อัลลอย” ซึ่งเป็นธุรกิจติดตั้งประตูอัลลอยชื่อดังที่มีมากว่า 30 ปี ก็เข้าใจว่าเป็นชื่อของคุณพ่อ (ณัฏฐ์ดนัย ภูเบศอรรถวิชญ์) ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งธุรกิจนี้ แต่ไม่ใช่อย่างที่คิด เพราะชื่อนี้มีที่มาจากชื่อลูกชายคนโตของครอบครัว หนึ่งศักดิ์สิทธิ์ ภูเบศอรรถวิชญ์ หนุ่มหน้าตาดีวัย 33 ปี ผู้รับหน้าที่ Managing Director ของบริษัท ซึ่งถือเป็นผู้บริหารรุ่นใหม่ที่น่าจับตามอง

 

บ้านของหนึ่งเป็นบ้านเดี่ยวหลังงามตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นบนเนื้อที่ 82 ตร.ว. ของหมู่บ้านไชโย ซอยแบริ่ง 39 ที่ครอบครัวเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ได้แค่ 1 ปี เนื้อที่ของบ้านไม่มากไม่น้อยเกินไปสำหรับสมาชิกของบ้านที่มีด้วยกัน 5 คน คือ คุณพ่อ คุณแม่ คุณหนึ่ง น้องชาย และน้องสาว สิ่งสำคัญคือความเงียบสงบไม่วุ่นวาย จึงเหมาะเป็นที่พักผ่อนของคนในครอบครัวที่สุด

 

“สไตล์การตกแต่งบ้านนี้ไม่ได้มีคอนเซปต์ที่ชัดเจนมากนัก คือจะตกแต่งตามรูปแบบโครงสร้างของบ้านเป็นหลัก สิ่งใดที่เหมาะสมและเป็นความชอบของคนในบ้านก็จะเอามาจัดไว้เป็นมุมๆ ไป จะเห็นว่าบางมุมจะมีรูปปั้นและแจกันจีน บางมุมก็มีไม้แกะสลัก ฉากไม้ ตู้ไม้แบบไทยๆ บางมุมมีเครื่องทองเหลืองรมดำสวยงามจากอิหร่าน ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นงานศิลปะที่สมาชิกในบ้านซื้อเก็บสะสมไว้ ดังนั้นสไตล์การตกแต่งบ้านจึงเป็นการผสมผสานที่ลงตัว เน้นการอยู่ง่าย สบายตา และตอบโจทย์ให้กับทุกคนในบ้านได้” เจ้าของบ้านวัยหนุ่มบอกเล่าอย่างอารมณ์ดี

 

เมื่อเดินชมโดยรอบจะเห็นว่าภายในบ้านเน้นการใช้โทนสีอ่อนอย่างสีเหลืองครีม ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น โปร่ง โล่ง สบายเป็นหลัก ยิ่งเมื่อตัดกับสีเข้มของประตูไม้ ตู้ไม้ รูปแกะสลักไม้ รวมถึงราวบันไดลายไม้ ประติมากรรมรูปสลักต้นไม้และใบไม้ประดับผนังซึ่งทำจากอัลลอยด้วยแล้ว จะเห็นถึงการผสมผสานความอบอุ่นอ่อนโยนของสีเข้ากับความแข็งแรงสวยงามของลวดลายวัสดุอัลลอยได้อย่างลงตัวพอดี

“โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่าถึงเราจะสร้างบ้านใหม่ให้ใหญ่โตมโหฬาร ราคา 20-30 ล้านบาท มีฟังก์ชั่นการใช้งานครบถ้วนสักเพียงใด แต่ถ้าคนในครอบครัวไม่ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน กลับเข้ามาในบ้านแล้วไม่เจอใครเลย ก็เท่ากับว่าบ้านหลังนั้นเป็นบ้านที่ไม่มีชีวิตชีวา ทุกคนในบ้านจึงเห็นตรงกันว่า งั้นเราเอาบ้านที่มีพื้นที่การใช้งานพอดีๆ แต่คนในบ้านได้เจอหน้ากันทุกวัน ได้พักผ่อนด้วยกัน บ้านหลังนี้ก็จะเป็นเสมือนศูนย์รวมความสุข ความอบอุ่นของทุกคนในครอบครัวได้อย่างดีแล้วล่ะ”

 

และเมื่อถามถึงมุมโปรด ชายหนุ่มบอกว่า “มุมโปรดของผมมีสองส่วนครับ ถ้าวันไหนอยากนั่งดูหนังเพื่อผ่อนคลายก็จะเป็นมุมตรงห้องรับแขก ที่บางครั้งก็จะมีน้องๆ และคุณแม่มานั่งดูหนังด้วยกัน ส่วนอีกมุมจะเป็นมุมซุ้มศาลาที่สวนข้างบ้าน ซึ่งผมมักจะมานั่งเล่นตอนค่ำๆ หลังกลับจากทำงานเหนื่อยๆ หรือเครียดจากรถติด ผมจะมานั่งสูดอากาศ ดื่มด่ำกับธรรมชาติ นั่งฟังเสียงน้ำไหล เสียงนกร้อง เพื่อปลดปล่อยความคิดและทบทวนเรื่องราวในแต่ละวันด้วยอารมณ์สบายๆไปเรื่อยๆ ครับ”

 

ถึงแม้คำว่าบ้านจะมีความหมายว่าเป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นปัจจัย 4 ที่คนเราให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ แต่นิยามคำว่าบ้านแสนสุขสำหรับชายหนุ่มอนาคตไกลผู้นี้ ไม่ได้อยู่ที่ความใหญ่โตสวยงามหรือมูลค่าของบ้านหลังนั้น แต่ขึ้นอยู่กับความรัก ความผูกพัน และความอบอุ่นของคนในบ้านต่างหากล่ะ

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต