อสังหาฯกลางเบรกลงทุน

วันที่ 08 ธ.ค. 2556 เวลา 13:54 น.
อสังหาฯกลางเบรกลงทุน
อสังหาฯ รายกลาง เลื่อนเปิดโครงการ พร้อมปรับทัพลงทุนปีหน้าแบบระมัดระวัง

นายสุทธิรักษ์ เสถียรภาพอยุทธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป เปิดเผยว่า จากปัจจัยทางการเมืองที่ยังไม่นิ่ง ไม่เอื้อต่อบรรยากาศการซื้อขายที่อยู่อาศัย ทำให้บริษัทต้องเลื่อนเปิดตัว 2 โครงการใหม่ออกไปเป็นปีหน้า รวมกับแผนเดิมจะมีโครงการใหม่เปิดตัวปีหน้า 3 โครงการ

ขณะที่ 2 โครงการใหม่ที่เดิมจะเปิดตัวในช่วงโค้งท้ายปีนี้นั้น เบื้องต้นจะเป็นแบรนด์ใหม่ และเซกเมนต์ระดับกลางล่างเป็นครั้งแรกของกลุ่มธนาสิริ รองรับกำลังซื้อที่หดตัวลง โดยการเลื่อนออกไปเป็นปีหน้า อาจต้องประเมินสถานการณ์อีกครั้ง เพราะความต้องการของตลาดอาจมีการเปลี่ยนแปลง

น.ส.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการและกรรมการบริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ กล่าวว่า การวางแผนลงทุนปีหน้าต้องระมัดระวังมากขึ้น หลังเหตุการณ์การเมืองยังไม่นิ่ง แม้ที่ผ่านมาเมื่อการเมืองนิ่ง กำลังซื้อจะกลับมาทันที แต่ขณะนี้มีหลายปัจจัยลบที่อาจกระทบการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย เช่น แบงก์เข้ม ภาระหนี้ผู้ซื้อบ้าน

ทั้งนี้ ปัจจัยดังกล่าวทำให้บริษัทต้องบริหารสภาพคล่องให้ดี โดยที่ดินที่ซื้อไว้แล้วยังเดินหน้าขึ้นโครงการใหม่อย่างต่ำ 3 โครงการ ภายใต้แบรนด์เดอะ นิช ได้แก่ 1.บางชัน-เสรีไทย 800-900 ยูนิต 2.บางแค 800 ยูนิต และ 3.บางนา ซึ่งจะเป็นโครงการลักซ์ชัวรี่ที่มีเฉพาะ 2 ห้องนอน 50 ห้อง ส่วนโครงการที่ยังไม่มีที่ดินในมือ ต้องวิเคราะห์ตลาดให้ดีก่อนลงทุนซื้อที่ดินใหม่

ด้านผู้ประกอบการรายใหญ่ประเมินสถานการณ์การเมืองไม่กระทบคนซื้อบ้าน สั่งลุยต่อ โดยนายเลอศักดิ์ จุลเทศ รองประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท กล่าวว่า ปีหน้าพฤกษาจะเปิดตัวโครงการใหม่ตามแผนเดิม 50 โครงการ มูลค่ารวม 5 หมื่นล้านบาท

“แม้ว่าช่วงโค้งท้ายปีจะมีสถานการณ์การเมือง แต่เชื่อว่าไม่กระทบคนซื้อบ้าน ทำให้แผนปีหน้ายังเดินหน้าเช่นเดิม โดยใน 50 โครงการดังกล่าว แบ่งเป็น โครงการแนวราบ 75% และคอนโดมิเนียม 25% พร้อมกับเร่งขยายตลาดต่างจังหวัดเพิ่มขึ้นเป็น 10 จังหวัด จากปัจจุบันที่พัฒนาอยู่ 4 จังหวัด คือ จ.ชลบุรี ภูเก็ต เชียงใหม่ และขอนแก่น” นายเลอศักดิ์ กล่าว

นายอธิป พีชานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย กล่าวว่า แผนปีหน้ายังคงเดินหน้าตามเดิม ด้วยการเปิดโครงการใหม่ทั้งแนวราบและแนวสูง 24 โครงการ เป็นโครงการในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 16 โครงการ ต่างจังหวัด 8 โครงการ มูลค่ารวม 3 หมื่นล้านบาท พร้อมตั้งเป้ายอดขายเติบโต 10%

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต