ที่พำนักอบอุ่นแสนเสรีของดิฐวัฒน์ อิสสระ

วันที่ 22 เม.ย. 2553 เวลา 18:38 น.
ความเป็นบ้าน และครอบครัวอบอุ่นจะสมบูรณ์ไม่ได้ ถ้าขาดชีวิตชีวาจริงๆ ทั้งการพูดคุยหารือ ปรึกษากัน มีความรัก ความห่วงใยต่อกัน

โดย...ณัฐพล ช่วงประยูร / ภาพ : วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

เรือนหลังเก่าสไตล์ร่วมสมัย บนพื้นที่กว้าง ของครอบครัว “อิสสระ” ในซอยเอกมัย 22 อายุมากกว่าลูกๆ ทั้ง 3 เสียอีก

หลังจาก สงกรานต์ และศรีวรา อิสสระ สมรสกัน ก็เลือกเรือนหลังสวยย่านเอกมัย เป็นที่สร้างครอบครัว กระทั่งให้กำเนิดลูกชายคนแรก ปลาวาฬ วรสิทธิ์ จากนั้น 1 ปีกว่า ปลาทู ดิฐวัฒน์ ก็ตามออกมา ปิดท้ายด้วยลูกสาวคนสวย ปลาเข็ม กรัชเพชร และเรื่องราวของคนทั้ง 5 กับบ้านหลังที่เรามาเยือนวันนี้สะท้อนความอบอุ่นเต็มประดา

ปลาทู-ดิฐวัฒน์ อิสสระ หนุ่ม 27 ทายาทคนกลางขออาสาเปิดบ้านพาชม ขณะที่พี่น้องคนอื่นๆ ต่างกำลังวุ่นกับการรับเพื่อนสื่อมวลชนฉบับอื่นๆ ที่นัดกันมาถ่ายรูป และสัมภาษณ์ในวันหยุดพร้อมหน้า (โดยไม่ได้นัดหมาย) ก็แหม...ทั้งเก่ง ทั้งดังยกบ้าน...หัวกระไดไม่แห้งทีเดียว

“ตั้งแต่จำความได้ก็วิ่งเล่นซน อยู่ตรงนี้แล้ว แรกเริ่มมีหลังเดียว ห้องนอนคุณพ่อคุณแม่ ห้องนอนผมกับพี่วาฬ ห้องนั่งเล่นข้างบน และห้องรับแขก กับห้องอาหารข้างล่าง หลังบ้านเป็นบ่อปลาคาร์พของคุณพ่อ ต้นไม้ และสวนอยู่รอบบ้าน” ปลาทูเท้าความ

สนามเทนนิส กับ แป้นบาสเกตบอล ข้างเรือนหลังใหญ่ คือ พื้นที่ก่อความสัมพันธ์อันดีในวันว่างของพ่อสงกรานต์ กับลูกๆ แม้ปัจจุบันพ่อของเขาจะมีความสุขกับเวลาในสปอร์ตคลับ สนามกอล์ฟ และไทเก๊กที่สวนลุมพินีมากกว่า แต่ลูกทุกคนจำช่วงเวลาแห่งความสุขที่ตรงนั้นแม่นยำ

ภายหลังบ่อปลาหลังเรือนใหญ่กลายเป็นอาคารสไตล์ลอฟต์ แอนด์ โมเดิร์น กับห้องเท่ๆ 4 ห้อง เมื่อวาฬ และปลาทู โตเป็นหนุ่ม 20 พ่อและแม่ก็คลายความอุดอู้ของ 2 หนุ่ม ในห้องนอนเดียวกันที่เรือนหลังเก่าลง

“พอผมจบประถม 3 จาก กรุงเทพฯ คริสเตียน ก็ย้ายเรียนต่อที่ ไฮสกูล ไบรสตัน (Bryanston) ประเทศอังกฤษ อยู่ยาว 15 ปี จนอายุ 24 ก็กลับมาทำงานที่ชาญอิสสระครับ”

ใช่ว่าเขาจะห่างบ้านที่เอกมัยไปจริงๆ ตลอดช่วงที่หนุ่มซนคนกลางของครอบครัวไปเล่าเรียนเมืองผู้ดี ก็มีคุณแม่แวะไปเยี่ยมอยู่บ่อยๆ และทุกๆ ช่วงซัมเมอร์ก็กลับมาเมืองไทย เรียกว่าไม่ห่างหายจากเพื่อนฝูงเก่า และบ้านเกิด

“ตอนที่พี่วาฬกลับมาจากอเมริกา อาคารใหม่ด้านหลังก็ถูกสร้าง ห้องนอนเก่าที่เคยอยู่ด้วยกันที่หลังเก่า ก็ตกเป็นของน้องสาว เรียกว่า|รีโนเวตครั้งใหญ่ ครั้งเดียว แต่ก็มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบอยู่บ้าง เพราะเดิมทีใต้

อาคารหลังใหม่เป็นยิม เอาต์ดอร์ มีชุดฟิตเนส กับที่ชกมวย แต่ว่าพอผมเรียนการออกแบบจบกลับมาก็ขออนุญาตคุณแม่เปลี่ยนตรงนั้นเป็นสตูดิโอ”

ผู้ใหญ่ในบ้านให้ลูกทุกคนเรียนในสิ่งที่ชอบ และเป็นในสิ่งที่ฝัน แม้ปลาทูจะลองผิดลองถูกในศาสตร์การเรียนด้านวิศวกรรม สลับกับศิลปะและการออกแบบสลับไป-มาอยู่พักหนึ่ง จากความตั้งใจแรกที่จะไปมหาวิทยาลัยบริสโต ก็หันไปคว้าดิโพลมา ที่ วิมเบอร์ดัน คอลเลจ ออฟ อาร์ต แล้วก็หักหัวเรือกลับไปที่อิมพีเรียล ขณะเดียวกันหัวใจก็เรียกร้องศิลปะในเซนต์ มาร์ติน ท้ายสุดก็ได้โปรดักต์ ดีไซน์ที่นั่นมา หลังจากเก็บเกี่ยวความรู้ตามฝันอยู่ 3 ปี

“คุณแม่เคยคุยกับคุณพ่อแล้ว ว่าทูไม่ค่อยมีความสุขขนาดนั้นตรงนี้ แต่พ่อบอกไปเสนอให้ไม่ได้หรอก ถ้าลูกต้องการ ก็ให้เขาเลือกเองทุกที่ที่ผมผ่านเข้าไปก็เต็มที่หมด ไม่ได้เหลวไหล แต่สุดท้ายใจมันอยู่ที่งานออกแบบมากกว่า ถึงอย่างนั้นผมก็ว่าคุ้ม กลับมาเราใช้ตัวเลขเยอะ ครั้นจะมาทำงานเฉพาะแบรนดิงอย่างเดียวก็ไม่ได้ เราก็ดูไฟแนนซ์ แอ็กเคาติง ตอนที่วิศวะ ก็มีการคำนวณ มีบัญชี ฯลฯ หลากหลายมาก ก็ได้ความรู้ติดมา”

ส่วนสตูดิโอที่ออดอ้อนแม่ว่าจะใช้เป็นห้องทำงานออกแบบ ท้ายสุดความตั้งใจว่าจะช่วยงานพ่อสงกรานต์ที่ชาญอิสสระแบบพาร์ตไทม์ก็กลายเป็นเต็มเวลา สตูดิโอเลยตกเป็นของน้องสาวไปโดยปริยาย

เราสังเกตว่าบ้านหลังนี้เต็มไปด้วยห้องนั่งเล่น และห้องรับแขก ทูเล่าว่า แต่ละคนก็มีปาร์ตี้สังสรรค์กันเสมอ แม่ศรีวรา ก็มีก๊วนเพื่อนๆ มารับประทานอาหารทุกวันพุธ วาฬ ทู และเข็ม ก็มีอยู่เรื่อยๆ หรือไม่อีกทีญาติๆ รั้วติดกัน ก็ไปมาหาสู่กันเสมอ ฉะนั้นแล้วไม่น่าแปลกใจที่ห้องส่วนใหญ่ จะเป็นห้องรับรอง ทั้งในและนอกบ้าน

นอกจากนี้ ในสวนหน้าบ้านยังมีกุฏิไว้รับรองพระสงฆ์องค์เจ้าที่ครอบครัวอิสสระเคารพนับถือ ยามเมื่อท่านแวะมาเจริญพรและจำวัด เรียกว่าไม่ขาดจากการทำบุญ และรับศีลและพร

ดิฐวัฒน์ อิสสระ

สำหรับงานด้านมาร์เก็ตติง แบรนดิง และอีเวนต์ ทั้ง 4 โครงการของอิสสระทั้งรีสอร์ตหรูศรีพันวา ร่วมกับพี่ชายปลาวาฬ ดิ อิสสระลาดพร้าว คอนโดมิเนียม ดิ อิสสระ@42 ที่สุขุมวิท 42 และบ้านชาญทะเล ที่หัวหิน หนุ่มปลาทูก็ลุยงานเคียงคู่คุณพ่อนักบริหาร ให้สมฐานะทายาทรุ่นที่ 3 ของคุณปู่ชาญ อิสสระ

“ความเป็นบ้าน และครอบครัวอบอุ่นจะสมบูรณ์ไม่ได้ถ้าขาดชีวิตชีวาจริงๆ ทั้งการพูดคุยหารือ ปรึกษากัน มีความรัก ความห่วงใยต่อกัน นั่นเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าตัวบ้าน”

และแม้พ่อแม่ลูกจะติดหนึบในเรื่องเล่า แต่ก็เต็มอิ่มสุขเสรีไปพร้อม เหมือนเรือนคอนเทมโพรารี เคียงคู่ แบบมีระยะห่างกับอาคารลอฟต์ แอนด์ โมเดิร์น ทว่าอยู่ในรั้วเดียวกัน