อสังหาฯภูธรแรงไม่ตก

วันที่ 13 ต.ค. 2555 เวลา 12:14 น.
อสังหาฯภูธรแรงไม่ตก
แสนสิริประกาศปี 2556 รุกหนักอสังหาฯ ภูธรต่อเนื่อง ด้านอีอาร์เอรับกระแสลุยบริหารการขายบ้านตากอากาศ

นายอภิชาติ จูตระกูล ประธานอำนวยการ บริษัท แสนสิริ เปิดเผยว่า แผนการลงทุนในปีหน้า บริษัทยังคงขยายตลาดต่างจังหวัดต่อเนื่อง โดยเบื้องต้นคาดว่าโครงการใหม่ในต่างจังหวัดจะมีสัดส่วนประมาณ 30% ส่วนกรุงเทพมหานคร 70%

สำหรับตลาดต่างจังหวัด จะมีทั้งการเปิดโครงการเพิ่มในตลาดที่เข้าไปลงทุนแล้ว เช่น จ.เชียงใหม่ พัทยา นครราชสีมา และภูเก็ต และยังมีการเปิดตัวโครงการในตลาดใหม่ๆ เช่น จ.ขอนแก่น อุดรธานี ชลบุรี และระยอง โดยในส่วนของ จ.ขอนแก่น ปัจจุบันได้ที่ดินแล้ว 2 แปลง จะพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมและเปิดตัวปีหน้า

ทั้งนี้ จากการสำรวจบรรยากาศงาน “Homes for the Holidays” ของแสนสิริ ซึ่งนำ 7 โครงการบ้านพักตากอากาศในเมืองท่องเที่ยวอย่างเขาใหญ่ หัวหิน พัทยา และภูเก็ต รวมมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาทมาเปิดตัวครั้งแรก พบว่า มีกลุ่มลูกค้าให้ความสนใจจองจำนวนมาก โดยเฉพาะโครงการบ้านแสนงาน หัวหิน คอนโดมิเนียม ราคาเริ่มต้น 3.19 ล้านบาท และโครงการวัลลีย์ เขาใหญ่ คอนโดมิเนียม ราคาเริ่มต้น 2.97 ล้านบาท โดยบริษัทตั้งเป้ายอดขาย 3 วันของการจัดงานไว้ 4,000 ล้านบาท

ด้านนายวรเดช ศิวเตชานนท์ ประธานบริหาร บริษัท อีอาร์เอ แฟรนไชส์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานหลังจากนี้ บริษัทเตรียมจับมือกับพันธมิตรธุรกิจสาขาต่างๆ เพื่อช่วยด้านการขาย รวมถึงการเข้าไปรับบริหารโครงการใหม่ๆ ในต่างจังหวัด เช่น โครงการอดาน่า เป็นบ้านพักตากอากาศในหัวหิน จำนวน 70 ยูนิต และยังอยู่ระหว่างการเจรจาขายโครงการอีก 3 แห่ง ที่ จ.เชียงใหม่ 2 แห่ง เป็นโครงการคอนโดมิเนียมและบ้านเดี่ยว และโครงการทาวน์เฮาส์ในซอยพหลโยธิน 73 เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังได้ร่วมมือกับเว็บไซต์ ดีดี พร็อพเพอร์ตี้ ในการนำทรัพย์ประเภทบ้านมือสองเข้ามาเปิดขายผ่านช่องทางเว็บไซต์ เนื่องจากปัจจุบันเป็นเว็บไซต์อสังหาริมทรัพย์ อันดับ 1 ที่มีทรัพย์ที่ประกาศขายและให้เช่ามากกว่า 1.5 แสนรายการ มีผู้เข้าชมเฉลี่ย 2 ล้านครั้งต่อเดือน

สำหรับแผนการดำเนินงานมีการปรับใหม่ โดยหันมาให้ความสำคัญกับการจัดการฐานข้อมูลฯ การพัฒนาบุคลากร ยกระดับความรู้ความสามารถ เช่น ต้องรู้เรื่องสีผังเมือง การใช้เทคโนโลยีทางด้านไอที รวมถึงการอบรมด้านภาษาเพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เป็นต้น

การปรับแผนงานครั้งนี้ จะช่วยให้พนักงานให้ข้อมูลลูกค้าได้ชัดเจนขึ้น และส่งผลต่อเนื่องให้ยอดขายเติบโตขึ้น 10-15% โดยในปีนี้คาดว่าจะมียอดขายประมาณ 8,000 ล้านบาท ขณะที่ 9 เดือนมียอดขายแล้วกว่า 6,000 ล้านบาท