ผู้ชายรักบ้าน สัจจากาจ จิตรพึงธรรม

วันที่ 21 มี.ค. 2553 เวลา 15:13 น.
ห้องนั่งเล่นของบ้านเป็นเพดานโปร่งทะลุไปยังระเบียงชั้น 2 มองเห็นได้ว่าใครมาเยือนบ้านนี้บ้าง และแม้จะมีห้องหับมากมาย แต่อาร์ทไม่ปล่อยให้ที่นี่เงียบเหงา เขาติดโทรทัศน์สำหรับทุกห้องในบ้าน

เรื่อง ณัฐพล ช่วงประยูร / ภาพ ภัทรชัย ปรีชาพานิช

หลายคนถามว่า อาร์ท-สัจจากาจ จิตรพึงธรรม หายหน้าจากจอทีวีไปไหน!!

ก็แหมหน้าที่การงานและความรับผิดชอบล้นมือ ยิ่งพอมีบ้านช่องห้องหับ แถมยังติดหนึบกับครอบครัวแจอย่างพ่อหนุ่มหน้าไทยวัย 30 ปีคนนี้ จะไปเถลไถลที่ไหนนอกบ้านล่ะคร้าบ

4 ปีก่อนที่วุ่นวายกับงานในบริษัทตัวแทนประชาสัมพันธ์ และช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เขาวุ่นวายกับงานพีอาร์ ที่ร้านอาหารเซ็นซ์ ห้างสรรพสินค้า เซน @ เซ็นทรัลเวิลด์ และท้ายสุดกับตำแหน่งมาร์เก็ตติง และพีอาร์ แมนเนเจอร์ ซึ่งจะหมดวาระในสิ้นเดือนนี้ ทั้งหมดคงไม่ใช่แค่หนทางสร้างพอร์ตโฟลิโอให้ก้าวไปสู่ตำแหน่งใกล้เคียงกัน หรือสูงกว่าในฐานะลูกจ้างผู้น่ารักอีกแล้ว

“มีโครงการเปิดบริษัทงานในสายนี้ ที่กำลังเริ่มต้นกับพี่สาวคนเก่งท่านหนึ่งในวงสังคม เป็นการลงทุนร่วมกันและทำด้วยกัน น่าจะได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการใน 12 เดือนข้างนี้ครับ
หลังจากพักไปนานด้านงานบันเทิง ก็กลับเข้าไปเริ่มต้นอีกครั้งกับละครเรื่องเงาหัวใจ ที่จะออกอากาศหลังข่าวช่อง 7 ในเดือน พ.ค. นี้ ในเรื่องเล่นเป็นผู้ช่วยกึ่งบอดีการ์ดของพระเอก ซึ่งรับบทโดย นิว วงศกร เรื่องนี้มีดาราหลายคน ทั้งนุ่น วรนุช เอมี่ มรกต อ้วน รังสิต ฯลฯ

ผมได้รับโอกาสที่ดีในการทำงานประจำพร้อมไปกับรับงานแสดงด้วย เพราะมีคิวถ่ายทำอยู่ทุกสัปดาห์ ฉะนั้นบทตัวละครในเรื่องนี้จึงเป็นการชิมลาง ไม่ได้หนักหน่วงจนเสียการงานครับ”

“มิน่าดูผอมไปกว่าก่อนโข...” ผมชวนพูดคุย

“น้ำหนักลดลงไปกว่าปีก่อน 89 กิโลกรัม ครับ ก็กินพออิ่ม แล้วก็ไปเข้ายิมให้ได้ทุกวัน ออกกำลังกายจะน้อยมาก ก็ต้องไปถ้าไม่ติดอะไรจริงๆ” อาร์ทเฉลย

30 นาที–1 ชั่วโมง ใน 57 วันต่อสัปดาห์ ตลอด 1 ปีมานี้ รับรองผลด้วยภาพที่เห็นเขาผอมเพรียว หน้าตอบ ไม่ตัวอวบล่ำกล้ามปูแบบเมื่อก่อนแล้ว เราอัพเดตชีวิตกันพอประมาณแล้วเข้าเรื่องเรือนรักอายุ 4 ปี ที่สร้างจากน้ำพักน้ำแรงของหนุ่มเพรียวคนใหม่

บ้านเดี่ยว 80 ตารางวา ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านพุทธมณฑล เป็นเนื้อคู่อย่างหนึ่งของดาราและพีอาร์หนุ่มคนนี้ เพราะเมื่อกว่า 4 ปีก่อน เขาขับรถผ่านย่านนี้ ใจจดจ่อมองหาที่พักบั้นปลายชีวิตให้คุณยายที่โอบอุ้มเลี้ยงดูเขามาแต่เด็ก รวมไปถึงบ้านที่เป็นศูนย์กลางของ พ่อ แม่ น้า พี่สาว และน้องสาวด้วย

“คุณยายจากไปก่อนบ้านจะเสร็จ แต่ท่านทราบว่าผมตั้งใจสร้างบ้านหลังนี้ให้เรามาอยู่รวมกันพร้อมหน้า อยากมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันที่ทำให้คุณยายครับ แต่ท่านก็ไปสบายแล้ว”
ไม่เพียงเท่านั้นเมื่อช่วงที่คุณตาป่วย จากที่อาศัยอยู่ใกล้โรงงานย่านพุทธมณฑลของครอบครัว อาร์ทก็ย้ายคุณตามาพักในพื้นที่แห่งนี้ ทว่า ท่านเลือกที่จะกลับไปอยู่ที่เดิม

“คุณแม่ ผม พี่สาวและน้องสาว จะแวะมาบ้านนี้บ่อยที่สุดเท่าที่มีเวลามารวมกัน คุณแม่ ป๊า และน้องสาวอยู่ที่บ้านเก่าของเราย่านรองเมือง พี่สาวก็แต่งงานมีครอบครัวอยู่แถวรามอินทรา ขณะที่ผมมีบ้านหลังนี้ไว้รอ ลงมือจัดการตกแต่งเอง ปลูกต้นไม้ และดูแลเองในช่วง 2 ปีแรกก่อนจะเสร็จ ตลอดช่วง 2 เดือน เรียกว่าสนุกสนานกับการตกแต่งบ้านและจัดการทุกอย่างด้วยตัวเองหมด”

อาร์ทไม่เคยฟังใครในเรื่องการเลือกผ้าม่าน เก้าอี้ ต้นไม้ ฉากกั้นห้อง ฯลฯ ทั้งหมดผสมผสานออกมาเป็นบ้านที่เขาตั้งใจให้เป็น มันจึงไม่ได้โมเดิร์นสุดโต่ง หรือคลาสสิกคร่ำครึ ทว่า เป็นสไตล์เรียบง่าย อยู่ได้นานแบบคอนเทมโพรารี

“ก่อนมาทำงานที่เซน ผมไปกลับตอนทำงานเก่าย่านอโศกทุกวัน มีความสุขมากๆ กลับมาเดินเล่นรอบบ้าน ดูต้นไม้ที่เราปลูกค่อยๆ โต รดน้ำต้นไม้เอง จะให้ถูกคือ เป็นคนขุดและลงต้นไม้หลายต้นในสวนเองกับมือ (หัวเราะ) ส่วนในบ้านก็ค่อยๆ เลือกของที่ถูกใจ ต่อราคาสุดๆ คอยดูรายละเอียดทุกๆ เรื่องจนเสร็จครับ”

3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ กับห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น ห้องอาหาร ครัว ห้องอเนกประสงค์ ห้องเก็บของ และห้องแม่บ้าน บนพื้นที่ 80 ตารางวา ที่โอบล้อมด้วยสวนฝีมือเจ้าของบ้าน ผมว่าคุ้มสุดคุ้มที่ได้มาเยือน

ห้องนั่งเล่นของบ้านเป็นเพดานโปร่งทะลุไปยังระเบียงชั้น 2 มองเห็นได้ว่าใครมาเยือนบ้านนี้บ้าง และแม้จะมีห้องหับมากมาย แต่อาร์ทไม่ปล่อยให้ที่นี่เงียบเหงา เขาติดโทรทัศน์สำหรับทุกห้องในบ้าน ไม่ใช่ว่าสมาชิกของบ้านดูละครคนละเรื่อง หรือดูภาพยนตร์ต่างกันนะ ความจริงคือทุกคนมารวมกันได้ในทุกห้องเพราะติดกันแจ และพ่อหนุ่มอาร์ทเองก็กังวลว่าไปตรงมุมไหนแล้วจะไม่มีทีวีดู ฉะนั้นแล้วอยู่ห้องไหนก็ไม่พลาดฉากเด็ด เรื่องโดน แถมพร้อมหน้ากันทั้งบ้าน

“คงไม่มีที่ไหนที่จะกลับไปแล้วสบายใจ สุขใจ โดยวางทุกอย่างลงได้อย่างไม่กังวล ได้มากเท่าบ้านแล้ว” อาร์ทบอกผม