การเคหะแห่งชาติ เดินหน้าสร้างบ้านซีรีส์สุข “บ้านเคหะสุขประชา-บ้านเคหะสุขเกษม”

วันที่ 25 พ.ย. 2564 เวลา 14:30 น.
การเคหะแห่งชาติ เดินหน้าสร้างบ้านซีรีส์สุข “บ้านเคหะสุขประชา-บ้านเคหะสุขเกษม”
ส่งต่อ “ความสุข” ที่ยั่งยืนให้คนอยากมีบ้าน เป็นเจ้าของบ้านเช่าพร้อมอาชีพ และบ้านสำหรับผู้เกณียณอายุ

เมื่อความต้องการมีบ้าน ถือเป็นหนึ่งใน “ความสุข” ขั้นพื้นฐานของทุกคน การเคหะแห่งชาติ ซึ่งมีวิสัยทัศน์ “เป็นองค์กรสมรรถนะสูง ในการพัฒนาที่อยู่อาศัย ชุมชน และเมือง เพื่อให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัย และ มีคุณภาพชีวิตที่ดี” จึงถือเป็นภารกิจสำคัญในการจัดหาที่อยู่อาศัยให้คนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบาง เพื่อส่งต่อความสุขอย่างยั่งยืนให้กับคนที่ต้องการมีบ้านภายใต้แผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัย ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579) และเป็นไปตามนโยบายของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า ปัจจุบัน การเคหะแห่งชาติมี 2 โครงการสำคัญที่ถือเป็นบ้านใน “ซีรีย์สุข” คือ “บ้านเคหะสุขประชา - บ้านเคหะสุขเกษม” และอยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งจะเข้าไปตอบโจทย์ความต้องการของคนที่ต้องการมีบ้านได้อย่างแท้จริง

เริ่มที่ “บ้านเคหะสุขประชา” ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบ เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2563 ให้จัดทำโครงการบ้านเคหะสุขประชาตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นำเสนอ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยให้กับประชาชนกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ในช่วงที่เศรษฐกิจของประเทศได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยวางคอนเซปต์เป็น “บ้านเช่าพร้อมอาชีพ” เข้าไปช่วยเหลือทั้งด้าน “ที่อยู่อาศัย” และ “ที่ทำกิน” สร้างงาน สร้างอาชีพ จะเป็นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนในระยะยาว

เป้าหมายโครงการใน 5 ปี (พ.ศ.2564-2568) คือ สร้างบ้านรวม 100,000 หลัง เฉลี่ยปีละ 20,000 หลัง โดยนำร่องในกรุงเทพฯ จำนวน 572 หลัง แบ่งเป็น โครงการบ้านเคหะสุขประชาร่มเกล้า จำนวน 270 หลัง ปัจจุบันมีการก่อสร้างแล้ว 85% และโครงการบ้านเคหะสุขประชาฉลองกรุง จำนวน 302 หลัง ก่อสร้างแล้ว 65% ก่อนจะเดินหน้าโครงการไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ แบ่งสัดส่วนเป็นกรุงเทพฯ และปริมณฑล 40% และภูมิภาค 60% ครอบคลุมที่อยู่อาศัยประเภทเช่า ทั้งบ้านแฝด 1-2 ชั้น อาคารชุด 3-4 ชั้น และอาคารสูง 7-8 ชั้น

ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า ความพิเศษของโครงการบ้านเคหะสุขประชา คือ ทุกโครงการจะมีพื้นที่พิเศษขนาดใหญ่เรียกว่าพื้นที่ “เศรษฐกิจสุขประชา” เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพแก่ผู้เช่าตามความเหมาะสมของพื้นที่โครงการ แบ่งเป็น 6 รูปแบบ ได้แก่ 1. เกษตรอินทรีย์ 2. ปศุสัตว์ 3. อาชีพบริการในชุมชนฯ และชุมชนข้างเคียง 4. ตลาด 5. อุตสาหกรรมขนาดเล็ก และ 6. ศูนย์การค้าปลีกค้าส่ง ยกตัวอย่าง โครงการบ้านเคหะสุขประชาฉลองกรุง เบื้องต้นจะจัดสรรพื้นที่เปิดเป็น “ตลาด” ส่วนที่โครงการบ้านเคหะสุขประชาร่มเกล้า จะจัดสรรพื้นที่เป็น “คอมมูนิตี้มอลล์” ส่วนโครงการในต่างจังหวัดจะจัดสรรพื้นที่ทำเกษตรกรรม ปศุสัตว์ ฯลฯ

“โครงการบ้านเคหะสุขประชา เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการช่วยลดภาระกลุ่มผู้มีรายได้น้อย และกลุ่มเปราะบาง ยิ่งในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ประชาชนมีรายได้ลดลง โอกาสที่จะมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองหรือซื้อบ้านยากขึ้น โครงการนี้จึงเข้ามาตอบโจทย์ดังกล่าว กับคอนเซปต์บ้านเช่าราคาถูก เริ่มต้นเพียง 1,500 บาทต่อเดือน สำหรับผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ พ่อเลี้ยงเดี่ยว แม่เลี้ยงเดี่ยว ผู้สูงอายุ และคนพิการ” นายทวีพงษ์ กล่าว

สำหรับผู้ที่มีสิทธิเข้าไปอยู่ในบ้านเคหะสุขประชาจะต้องเป็นผู้มีรายได้น้อยตามกลุ่มเป้าหมายที่กำหนดรูปแบบของบ้านไว้ ได้แก่ กลุ่มผู้สูงอายุ/คนพิการ กลุ่มผู้มีสถานะโสด กลุ่มครัวเรือนใหม่ กลุ่มครอบครัว และต้องประกอบอาชีพตามโครงการในพื้นที่นั้น ตัวอย่างเช่น เลี้ยงปลาดุกที่จังหวัดปทุมธานี (ลำลูกกา) เพาะเห็ดฟางที่จังหวัดฉะเชิงเทรา (แปลงยาว) เลี้ยงไข่นกกระทาที่จังหวัดชลบุรี (บ้านบึง) และตลาดสดที่จังหวัดระยอง (มาบตาพุด) เป็นต้น

นอกจากโครงการนำร่องทั้ง 2 โครงการแล้ว ขณะนี้การเคหะแห่งชาติยังอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดทำโครงการ 13 พื้นที่ จำนวน 3,948 หน่วย รวมถึงกำหนดแผนการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดทำโครงการ 8 พื้นที่ เพื่อจัดทำโครงการโดยวิธีร่วมลงทุนกับภาคเอกชน จำนวน 1,926 หน่วย นอกจากนี้ คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ได้ผ่านความเห็นชอบให้การเคหะแห่งชาติจัดตั้งบริษัทในเครือ คือ บริษัท เคหะสุขประชา จำกัด (มหาชน) หรือ K-HA เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2564 เพื่อขับเคลื่อนโครงการบ้านเคหะสุขประชาทั่วประเทศ หลังจากนี้จะนำเสนอ ครม. พิจารณาให้ความเห็นชอบจัดตั้งบริษัทในเครือต่อไป โดยจะใช้ระยะเวลา 1-2 เดือน คาดว่าจะดำเนินการได้ในเดือนธันวาคม 2564 นี้

อีกหนึ่งบ้านในซีรีย์สุข คือ “บ้านเคหะสุขเกษม” เป็นการจัดสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับผู้เกษียณอายุราชการ ลูกจ้าง พนักงานของรัฐ และลูกจ้างเกษียณอายุที่ยังไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ในรูปแบบเช่าระยะยาว มุ่งออกแบบภายใต้หลักอารยสถาปัตย์ (Universal Design) โดยคำนึงถึงสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับผู้อยู่อาศัย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ

นายทวีพงษ์ กล่าวว่า ครม. มีมติเห็นชอบโครงการต้นแบบ “บ้านเคหะสุขเกษม” เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2564 เพื่อสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยในช่วงบั้นปลายชีวิต โดยปรับปรุงจากทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของโครงการบ้านเอื้ออาทร เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด อีกด้านหนึ่งยังเป็นการลดภาระหนี้และเพิ่มรายได้ให้การเคหะแห่งชาติอีกทางหนึ่งด้วย

การเคหะแห่งชาติมีแผนดำเนินโครงการนำร่องบ้านเคหะสุขเกษม บริเวณซอยที่ดินไทย ถ.เทพารักษ์ ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เนื้อที่รวมประมาณ 126.5 ไร่ แบ่งการพัฒนาเป็น 4 ระยะ รวม 4,089 หน่วย ประกอบด้วย อาคาร 5 ชั้น (มีลิฟต์ทุกอาคาร) พร้อมศูนย์ดูแลสุขภาพ พื้นที่ส่วนกลาง และพื้นที่จัดกิจกรรมสำหรับผู้อยู่อาศัย ได้แก่ คลินิกอายุรกรรม ศูนย์สุขภาพ พื้นที่สันทนาการ พื้นที่ออกกำลังกาย สวนสาธารณะ บึงน้ำ พร้อมที่จอดรถ เป็นต้น ด้วยค่าเช่าในราคาประหยัด ตั้งแต่ 2,500-3,000 บาทต่อเดือน

ทั้ง 2 โครงการ “บ้านเคหะสุขประชา” บ้านเช่าพร้อมอาชีพ และ “บ้านเคหะสุขเกษม” หรือบ้านสำหรับ ผู้เกษียณอายุ ถือเป็นโมเดลการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่พิเศษและแตกต่างจากโครงการอื่น ๆ โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญของการเคหะแห่งชาติที่ต้องการสร้างและ “ส่งต่อความสุข” ให้คนต้องการมีบ้านได้อย่างยั่งยืนในระยะยาวต่อไป