มิวเซียมสยามเปิดตัวนิทรรศการหมุนเวียนชุดใหม่ ส่งต่อเรื่องเล่าผ่านประสบการณ์จากคนหลายช่วงวัย

วันที่ 06 ก.ค. 2563 เวลา 10:30 น.
มิวเซียมสยามเปิดตัวนิทรรศการหมุนเวียนชุดใหม่ ส่งต่อเรื่องเล่าผ่านประสบการณ์จากคนหลายช่วงวัย
มิวเซียมสยามเปิดตัวนิทรรศการหมุนเวียนชุดใหม่ ส่งต่อเรื่องเล่าผ่านประสบการณ์จากคนหลายช่วงวัย “ล่อง รอยราชดำเนิน : นิทรรศการผสานวัย” ชวนล่องไปตามรอยแห่งความทรงจำบนถนนสายสำคัญของคนไทย

มิวเซียมสยามได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวนิทรรศการหมุนเวียนชุดใหม่ประจำปี 2563 อย่างเป็นทางการภายใต้ชื่อ “ล่อง รอยราชดำเนิน : นิทรรศการผสานวัย” หลังโหมโรงประชาสัมพันธ์มาระยะหนึ่งจนคอนิทรรศการหลายคนรอชม โดยมี นายราเมศ พรหมเย็น ผู้อำนวยการสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (มิวเซียมสยาม) หน่วยงานภายในของสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี นำแถลงข่าวนิทรรศการและเล่าที่มาของของการจัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียนประจำปีเรื่องใหม่ของมิวเซียมสยามหลังจากคลายล็อคดาวน์และเพิ่งเปิดให้บริการมิวเซียมสยามเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา ร่วมด้วย นายทวีศักดิ์ วรฤทธิ์เรืองอุไร ภัณฑารักษ์นักคิดผู้สร้างสรรค์นิทรรศการแนวผสมผสานที่นำเสนอในรูปแบบที่ทันสมัยที่ให้ผู้ชมได้ค้นหาและสัมผัสความเป็นถนนราชดำเนินในหลากหลายแง่มุม รวมถึงดารานักแสดงอย่าง ฌอห์ณ จินดาโชติ ที่มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ความประทับใจกับถนนราชดำเนินในงานแถลงข่าวเปิดนิทรรศการชุดนี้อีกด้วย

นายราเมศ พรหมเย็น ผู้อำนวยการสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (มิวเซียมสยาม) ได้เปิดเผยถึง ที่มาและความสำคัญของการจัดนิทรรศการหมุนเวียนประจำปีของมิวเซียมสยาม และนิทรรศการชุดใหม่ ภายใต้ชื่อ “ล่อง รอยราชดำเนิน  นิทรรศการผสานวัย” ว่า “ทุกปี มิวเซียมสยาม จะจัดทำนิทรรศการหมุนเวียนประจำปี โดยเป็นการหยิบยกเรื่องราวประวัติศาสตร์สังคม วิถีชีวิตความเป็นไทย รวมถึงกระแสสังคมในประเด็นต่างๆ มาพัฒนาเนื้อหาและนำเสนอผ่านรูปแบบนิทรรศการที่มุ่งเน้นการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ชม ผ่านสื่อที่หลากหลายที่จะสามารถส่งเสริมให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self-Learning) เพื่อต่อยอดในการจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ให้ผู้เข้าชมได้สนุกกับการเรียนรู้และพัฒนาความคิด”

ก่อนการจัดนิทรรศการ คณะผู้จัดทำได้จัดการรวบรวมวัตถุจัดแสดงผ่าน Facebook Page “ล่อง รอยราชดำเนิน” ตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 และมีการจัดประกวดการถ่ายภาพที่บ้าน ชื่อว่า “ราชดำเนิน@home ให้ความทรงจำเดินทาง” โดยให้ประชาชนที่สนใจได้มีส่วนร่วมในการจัดแสดงนิทรรศการชุดนี้ไปด้วยกัน โดยส่งวัตถุจัดแสดงที่เก็บไว้ในความทรงจำ และส่งภาพถ่ายมาประกวดซึ่งมีผู้สนใจส่งภาพมาประกวดมากมาย และมีผู้ได้รับรางวัลรวม 3 ท่าน ได้แก่ ภาพชนะเลิศอันดับ 1 ของคุณธีรเจต กลางนุรักษ์ “ชื่อภาพ ราชดำเนิน First Sight” โมเดลรถ F1 รุ่น RB6 ที่ Mark Webber ใช้แสดงในงาน Street of Kings: Ratchadamnoen Red Bull Bangkok 2010 ภาพชนะเลิศอันดับ 2 ของคุณกฤษกุณช์ ศรีเกริกกริช “ชื่อภาพ รถยนต์พระที่นั่ง" Rolls-Royce รถโมเดลคลาสสิค นับว่าเป็นรถที่หาชมได้ยากนักทั้งของจริงและของเล่น และภาพชนะเลิศ Popular Vote ของคุณธราดล ผิวคล้ำ “ชื่อภาพ สาม 2 สอง 4 สี่” 32244 ซึ่งเป็นรหัสประจำตัวในสมัยเรียนมัธยม และมีเรื่องราวมากมายที่ได้ประสบการณ์และยากที่จะลืมได้

หลังจากที่ได้ภาพถ่ายและวัตถุจัดแสดงมาแล้วคณะผู้จัดทำนิทรรศการจึงได้รวบรวมข้อมูลและสิ่งของเรียบเรียงและมาจัดแสดงในนิทรรศการเพื่อแสดงให้เห็นถึงประสบการณ์ ความทรงจำ และทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของถนนราชดำเนินในห้วงเวลา 121 ปี ได้เป็นอย่างดี ภายในนิทรรศการจัดแบ่งเป็น 4 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1. การแนะนำนิทรรศการและการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของถนนราชดำเนินผ่านการเล่าเรื่องแบบเส้นเวลา (Timeline) ส่วนที่ 2 “ล่อง รอย” ที่นำเสนอประวัติศาสตร์การประชันทางความคิดของคนหลายยุคหลายสมัยบนถนนราชดำเนินที่สามารถเดินชมไปพร้อมกับการใช้สื่อดิจิทัล ได้แก่ สมาร์ทโฟน และหูฟังเป้นเครื่องมือในการชมเส้นสายแห่งประสบการณ์เรื่องเล่าใน 8 เส้นทาง ได้แก่ 1) ราชดำเนินถนนแห่งแสงสีและจิตวิญญาณเสรีชน 2) ราชดำเนินเปอร์สเปคทีฟ 3) คนไร้บ้าน ราชดำเนินถนนแห่งการดิ้นรน  4) คนสวนกทม. ราชดำเนินถนนแห่งการปรับตัว 5) เส้นทางของคนรุ่นใหม่กับมรดกราชดำเนิน 6) เกิดวังปารุสก์ 7) อย่าได้อ้างว่าฉันเป็นผู้หญิงของเธอ และ 8) รสชาติแห่งราชดำเนิน ผู้เข้าชมจะรู้สึกสนุกไปกับเสียงบรรยายประกอบจากคณะเกศทิพย์ นักพากย์นิยายวิทยุที่โด่งดังอยู่ช่วงหนึ่งที่จะช่วยให้เราเข้าถึงเหตุการณ์ในยุคต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ส่วนที่ 3. แสดงถึงสถานที่สำคัญบนถนนราชดำเนิน โดยจำลองแลนด์มาร์คสำคัญบนถนนราชดำเนินพร้อมเล่าเรื่องราวไปกับวัตถุจัดแสดงที่ได้รับมาจากผู้ที่สนใจร่วมแบ่งปันประสบการณ์ก่อนหน้านี้ และ ส่วนที่ 4. นิทรรศการของภัณฑารักษ์วัยเก๋า เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของนิทรรศการที่ได้คัดคนหนุ่มสาวยุคเบบี้บูมเมอร์เข้ามามีส่วนร่วมในการแบ่งปันประสบการณ์ โดยได้รับการฝึกอบรม ปฏิบัติการเรียนรู้จาก มิวเซียมสยาม เรื่องเทคนิคการเล่าเรื่อง การถ่ายภาพ และตัดต่อวิดีทัศน์ด้วยมือถือ  และนำผลงานเหล่านี้มาจัดแสดงให้ประชาชนได้ชมกัน

สำหรับคนรุ่นใหม่อย่าง ฌอห์ณ จินดาโชติ นักแสดงหนุ่มมากความสามารถที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ เปิดเผยมุมองของเขากับถนนราชดำเนินว่า “ไลฟ์สไตล์เป็นคนชอบถ่ายภาพ สายสตรีท สายแลนด์สแคป (Landscape) ถ้าดูในอินสตาแกรม “seanjindachot”ภาพที่ผมโพสต์ เหมือนเป็นการบอกเล่าความทรงจำของเรา ซึ่งแต่ละที่ก็จะให้ประสบการณ์ ความสนุก ความคิด เรื่องราวของคน และวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ภาพพระราชพิธีสำคัญต่างๆ จากบุคคลสำคัญ หรือ โบราณราชประเพณีวันสำคัญต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนถนนเส้นนี้ นอกจากนี้ ยังมีภาพชีวิตความเป็นอยู่ผู้คนบนถนนราชดำเนิน ประติมากรรม การออกแบบ สถานที่สำคัญทางพุทธศาสนา วัดต่างๆ ศาลหลักเมือง กระทรวงกลาโหม  กำแพงวัดพระแก้ว ซึ่งอธิบายได้ว่า ผมก็มีภาพที่เป็น ล่อง รอยราชดำเนินในมุมมองของผม ด้วยเช่นกัน”

การจัดแสดงนิทรรศการชุดนี้จะทำให้ผู้ชมเห็นภาพของความคิด สัมผัสประสบการณ์ของผู้คนในแต่ละช่วงเวลาที่มีทั้งความสุข สนุกสนาน และการประชันทางความคิด ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่คนรุ่นเก่าหรือเบบี้ บูมเมอร์ คนเจนเอ็กซ์ เจนวาย และเจนแซด ได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ของกันและกัน เพื่อให้เกิดความเข้าใจในความความเปลี่ยนแปลงผ่านเรื่องราวในแต่ละยุคแต่ละสมัย ไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิต ประสบการณ์การเมือง ปรากฏการณ์ทางสังคม วัฒนธรรมการกิน การอยู่ รวมทั้งความเหมือน หรือความแตกต่างทางความคิดที่สะท้อนออกมาในรูปแบบของอาคาร สถาปัตยกรรม อาทิ โรงแรมรัตนโกสินทร์ อาคารกรมประชาสัมพันธ์ ที่ทำการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา หรือแม้แต่ร้านอาหารระดับตำนานที่คงรสชาติความเป็นไทยก็เกิดขึ้นบนถนนราชดำเนินแห่งนี้

มิวเซียมสยามหวังว่านิทรรศการชุดนี้จะทำให้ผู้ชมจะสามารถนำประสบการณ์ในอดีตมาปรับใช้กับการดำเนินชีวิตในปัจจุบันได้ การประนีประนอมทางความคิด การเรียนรู้จากประสบการณ์ ความทรงจำที่จะทำเราอยู่ในสังคมเดียวกันได้อย่างมีความสุข ซึ่งการจัดแสดงนิทรรศการชุดนี้จะเริ่มแสดงที่มิวเซียมสยามตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม ไปจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม และจะย้ายไปจัดแสดงที่หอสมุดเมืองกรุงเทพมหานคร ถนนราชดำเนินกลางในวันที่ 8 กันยายน ถึง 31 ตุลาคม นี้ ผู้อำนวยการสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (มิวเซียมสยาม) กล่าวในตอนท้าย

บทความแนะนำ