สพฐ. ร่วมกับ สสส. พัฒนาชุดเครื่องมือการจัดการโรงเรียน “รับมือโควิด-19” มอบให้โรงเรียน ตชด.

วันที่ 13 พ.ค. 2563 เวลา 13:56 น.
สพฐ. ร่วมกับ สสส. พัฒนาชุดเครื่องมือการจัดการโรงเรียน “รับมือโควิด-19” มอบให้โรงเรียน ตชด.
วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 นายสนิท แย้มเกษร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.วิชิต ปักษา ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และนายสุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมส่งมอบชุดเครื่องมือการจัดการโรงเรียน “รับมือโควิด-19”

โดยความร่วมมือของ สสส. กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน มูลนิธิสร้างเสริมวิถีบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน ให้แก่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ( โรงเรียน ตชด.) ณ ลานหน้าห้องประชุม 201 ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

นายสนิท แย้มเกษร (รองเลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า เนื่องด้วย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชกระแสห่วงใยนักเรียนในโรงเรียน ตชด.ในช่วงที่โรงเรียนไม่สามารถเปิดภาคเรียนได้ตามปกติ และได้มีการประชุมหารือร่วมกันระหว่างคณะกรรมการโครงการส่วนพระองค์ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน สพฐ. และสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา จึงได้ข้อสรุปว่า ในช่วงวันที่ 16 พ.ค. – 30 มิ.ย. นักเรียนจะได้เรียนรู้อยู่กับบ้านด้วยสื่อการเรียนรู้ และบางโรงเรียนในพื้นที่ปลอดภัย อาจให้นักเรียนมาโรงเรียนเป็นบางวัน โดยจะต้องดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สพฐ. จึงได้รับมอบหมายให้จัดหาสื่อความรู้และการดูแลสุขภาพ เกี่ยวกับเชื้อไวรัสโควิด-19 สำหรับเป็นคู่มือครูและให้ความรู้กับนักเรียน ผู้ปกครอง จึงเกิดความร่วมมือกับ สสส. ในการจัดทำชุดเครื่องมือการจัดการโรงเรียน “รับมือโควิด-19” รวมถึงสื่อรณรงค์เพื่อให้ความรู้ในโรงเรียน เพื่อสนับสนุนให้กับโรงเรียน ตชด. ซึ่งจะมีการเตรียมความพร้อมจัดการเรียนการสอนในวันที่ 18 พ.ค.นี้

พล.ต.ท.วิชิต ปักษา ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน กล่าวว่า จากข้อมูลการสำรวจผลกระทบของโควิด-19 ต่อการศึกษาไทยและเสียงสะท้อนจากโรงเรียนชายขอบ โดยกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พบว่า นักเรียนยากจน มีเพียง 57% ที่เข้าถึงสัญญาณอินเตอร์เน็ต จึงอาจเสียเปรียบการเข้าถึงการเรียนรู้ ขณะที่นักเรียนกลุ่มชาติพันธุ์ ผู้ปกครองไม่สามารถอบรมบุตรหลาน สอนการบ้าน หรือแม้แต่เรียนออนไลน์ได้ ซึ่งเด็กนักเรียนเหล่านี้ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลในโรงเรียน ตชด. ดังนั้นการเรียนรู้ของเด็กนักเรียนกลุ่มนี้อาจหยุดชะงักลง จึงจำเป็นต้องมีครูตำรวจตระเวนชายแดน เดินทางไปพบนักเรียนที่บ้านเพื่อสอนตัวต่อตัว

อย่างไรก็ตามจะมีนักเรียนส่วนหนึ่งมักมาโรงเรียน เนื่องจากโรงเรียนชายขอบจะเป็นจุดศูนย์รวมปลอดภัย เมื่อผู้ปกครองไม่อยู่บ้านมักจะให้นักเรียนมาโรงเรียน จึงได้สั่งการให้โรงเรียนดำเนินการจัดระบบคัดกรองเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด กำชับไม่ให้มีกิจกรรมรวมกลุ่ม จัดเตรียมสถานที่ด้วยการเว้นระยะห่างทางกายภาพในห้องเรียน โรงอาหาร เตรียมอ่างล้างมือ และให้มีการนำสื่อ 60 พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งพระราชทานให้ใช้กับโรงเรียน ตชด. เพื่อสอนพิเศษให้กับนักเรียนในช่วงปิดเทอมตามความสมัครใจ สำหรับชุดเครื่องมือการจัดการโรงเรียนของ สสส. ที่ได้รับมอบนี้จะช่วยสนับสนุนการทำงานของครู ในการเข้าถึงประชาชนในครัวเรือนได้มากยิ่งขึ้น

ด้านนายสุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สำหรับชุดเครื่องมือการจัดการโรงเรียน “รับมือโควิด-19” ได้พัฒนามาจากการสอบถามความต้องการจากครูผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่และความเป็นไปได้หากต้องนำไปปฏิบัติใช้จริง พร้อมกับรวบรวมองค์ความรู้จากหน่วยงานด้านสาธารณสุข ยูนิเซฟและองค์การอนามัยโลก จึงพัฒนาเป็นคู่มือการจัดการโรงเรียนสำหรับผู้บริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษา แม่ครัว ภารโรง นักเรียน และผู้ปกครอง เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติร่วมกันในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พร้อมกับรวบรวมสื่อที่เกี่ยวข้อง เช่น โปสเตอร์รณรงค์ชีวิตวิถีใหม่ การล้างมือให้ห่างไกลโรค สติกเกอร์ระยะห่างทางกายภาพ รวมถึงสื่อนิทานโควิดเพื่อสร้างความเข้าใจอย่างง่าย โดยชุดเครื่องมือการจัดการโรงเรียนฯ จะส่งมอบให้กับโรงเรียน ตชด. ทั้ง 220 แห่งทั่วประเทศ

สำหรับคู่มือการจัดการโรงเรียนรับมือโควิด-19 สามารถดาวน์โหลดได้ที่ https://resourcecenter.thaihealth.or.th/