แสนสิริ เดินหน้าช่วยเหลือประเทศไทยฝ่าวิกฤติ COVID-19 มอบเครื่องช่วยหายใจและอุปกรณ์การแพทย์แก่กระทรวงสาธารณสุข มูลค่ากว่า 8 ล้านบาท

วันที่ 11 พ.ค. 2563 เวลา 13:22 น.
แสนสิริ เดินหน้าช่วยเหลือประเทศไทยฝ่าวิกฤติ COVID-19 มอบเครื่องช่วยหายใจและอุปกรณ์การแพทย์แก่กระทรวงสาธารณสุข มูลค่ากว่า 8 ล้านบาท
จากภาพ (ซ้ายไปขวา) นายวันจักร์ บุรณศิริ ประธานผู้บริหารสายงานการเงินและสนับสนุนธุรกิจ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน), นายอภิชาติ จูตระกูล ประธานอำนวยการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน), นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข, นายแพทย์ณรงค์ สายวงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข

11 พฤษภาคม 2563 “แสนสิริ” เดินหน้าช่วยเหลือประเทศไทยฝ่าวิกฤติ COVID-19 สานต่อนโยบาย “Sansiri Care For All” ส่งต่อความห่วงใย มอบเครื่องช่วยหายใจ หน้ากากN95 และชุด PPE แก่กระทรวงสาธารณสุขมูลค่ากว่า 8,000,000 ล้านบาท พร้อมด้วยพนักงานแสนสิริที่ร่วมใจลงพื้นที่เพื่อดูแลไปยังชุมชนรอบโครงการซึ่งนับเป็นความรับผิดชอบของแสนสิริที่มีต่อสังคมและชุมชนใกล้เคียง ด้วยการส่งมอบหน้ากากอนามัยและถุงยังชีพ ก่อนกระจายการดูแลในพื้นที่ต่างจังหวัดให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) โดย นายอภิชาติ จูตระกูล ประธานอำนวยการ และ นายวันจักร์ บุรณศิริ ประธานผู้บริหารสายงานการเงินและสนับสนุนธุรกิจ สานต่อ “Sansiri Care For All” ขยายความห่วงใย ส่งต่อการดูแลอย่างทั่วถึงไปยังสังคมและชุมชนในภาวะการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ด้วยการส่งมอบเครื่องช่วยหายใจ หน้ากากN95 และชุด PPE แก่กระทรวงสาธาณสุข มูลค่ากว่า 8 ล้านบาท โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นตัวแทนรับมอบ

นายอภิชาติ จูตระกูล ประธานอำนวยการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “แสนสิริพร้อมเดินหน้าช่วยเหลือให้ประเทศไทยของเราผ่านพ้นวิกฤติการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ด้วยการขยายความห่วงใยส่งต่อไปยังสังคม ผ่านมาตรการ Sansiri Care For All ที่มุ่งเน้นการให้ความช่วยเหลือแก่สังคมผ่านทั้งทางภาครัฐ รวมถึงการลงพื้นที่ไปช่วยเหลือด้วยตัวเอง โดยในส่วนการประสานกับภาครัฐ แสนสิริได้ดำเนินการส่งมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นสำหรับใช้รักษาผู้ป่วยในภาวะการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 แก่กระทรวงสาธารณสุข ได้แก่เครื่องช่วยหายใจ 2 เครื่อง และเพื่อใช้เป็นประโยชน์ในการรักษาผู้ป่วยโรคอื่นๆในภายภาคหน้า ตลอดจนส่งมอบหน้ากากN95, หน้ากากผ้า และชุด PPE 100,000 ชุด แก่บุคลากรทางการแพทย์ผู้เสียสละ อยู่เบื้องหลังในการช่วยเหลือผู้ป่วย รวมมูลค่ากว่า 8,000,000 ล้านบาท ก่อนจะส่งมอบต่อให้ 5 โรงพยาบาลได้แก่ โรงพยาบาลบำราศนราดูร, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, โรงพยาบาลราชวิถี และโรงพยาบาลรามาธิบดี และ 30 ชุมชนทั่วประเทศ ในลำดับถัดไป”

“สำหรับการลงพื้นที่เพื่อไปช่วยเหลือยังสังคมและชุมชนใกล้เคียง นับเป็นปณิธานของแสนสิริที่เรายึดมั่นว่า ไม่ว่าแสนสิริจะไปตั้งโครงการหรือดำเนินกิจการในพื้นที่ใด เราจะช่วยพัฒนาชุมชนบริเวณโดยรอบให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตในด้านการอยู่อาศัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านสุขอนามัยและความปลอดภัย โดยนอกจากการขยายมาตรการเพื่อดูแลชุมชนโดยรอบในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการสร้าง

ความปลอดภัยและสุขอนามัยที่ดีแก่ชุมชนบริเวณโดยรอบของ สิริ แคมปัส สำนักงานใหญ่ของแสนสิริ ด้วยการส่งมอบหน้ากากอนามัยผ้าและ Face Shield ตลอดจนถุงยังชีพแก่สำนักงานเขตวัฒนาแล้ว แสนสิริยังได้ดำเนินการการดูแลในพื้นที่ต่างจังหวัดอื่นๆอีกด้วย ได้แก่ เทศบาลหัวหิน และจังหวัดภูเก็ต โดยที่ผ่านมาแสนสิริได้บริจาคหน้ากากให้ชุมชนไปแล้วทั้งสิ้น 10,800 ชิ้น และถุงยังชีพจำนวน 1,000 ถุง

“นอกจากนั้น แสนสิริยังได้เตรียมความพร้อมสำหรับการขยายมาตรการเพื่อดูแลชุมชนในพื้นที่ต่างจังหวัดให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยเตรียมส่งมอบหน้ากากอนามัยและถุงยังชีพอุปโภคบริโภคจากผลผลิตของเกษตรกร โดยนอกจากที่แสนสิริมีความตั้งใจเพื่อต้องการช่วยเหลือชาวบ้านและชุมชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 โดยการบริจาคสิ่งของอุปโภคบริโภคแล้ว แสนสิริยังต้องการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไทยที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจของการแพร่ระบาดของของไวรัส COVID-19 อีกด้วย โดยสิ่งของอุปโภคบริโภคที่เรานำไปบริจาคแก่ชุมชนนั้นล้วนแต่มาจากเกษตรกรทั้งสิ้น”

“เพื่อเป็นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนในระยะยาว แสนสิริจึงวางแผนสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ ให้สังคมและชุมชน โดยเตรียมพร้อมสำหรับกิจกรรม Social Distancing Market และจัดหลักสูตรฝึกอบรมผู้ที่สนใจให้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของพนักงานขายมืออาชีพของแสนสิริอีกด้วย โดยแสนสิริต้องการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19” นายอภิชาติกล่าว