"อภัยภูเบศร"จับมือสภาเภสัชฯ-วิทยาลัยเภสัชสมุนไพร ติวเข้ม"กัญชาทางการแพทย์"

วันที่ 18 ก.พ. 2563 เวลา 09:15 น.
"อภัยภูเบศร"จับมือสภาเภสัชฯ-วิทยาลัยเภสัชสมุนไพร ติวเข้ม"กัญชาทางการแพทย์"
อภัยภูเบศร จับมือ สภาเภสัชฯ และวิทยาลัยเภสัชสมุนไพร ติวเข้ม กัญชาทางการแพทย์ เข้าใจง่าย ใช้ได้จริง

รศ. ดร. ภญ. นพมาศ สุนทรเจริญนนท์ ประธานวิทยาลัยเภสัชกรรมสมุนไพรแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “จากที่ได้มีนโยบายกัญชาทางการแพทย์ นับเป็นนโยบายที่มีความสำคัญของกระทรวงสาธารณสุข โดยมีการจ่ายยาให้กับผู้ป่วยผ่านคลินิกกัญชาทางการแพทย์ในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข แต่ยังพบว่ายังมีการใช้ในผู้ป่วยค่อนข้างน้อย ด้วยเหตุนี้ สภาเภสัชกรรม และวิทยาลัยเภสัชกรรมสมุนไพรแห่งประเทศไทยจึง ร่วมกับโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เล็งเห็นถึงความสำคัญของการผลักดันให้มีการจ่ายยากัญชาให้กับผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ จำเป็นต้องสร้างให้เกิดความรู้ ความเข้าใจและเห็นถึงประโยชน์การใช้กัญชาทางการแพทย์ โดยการเรียนรู้จากสถานที่จริงที่มีการปลูกและผลิตยากัญชา รวมถึงมีการใช้กัญชาทางการแพทย์ทั้งการแพทย์แผนปัจจุบันและการแพทย์แผนไทยอย่างเป็นระบบ จะสามารถทำให้เกิดความเข้าใจได้อย่างครอบคลุมทุกมิติ ตลอดทั้งกระบวนการ ซึ่งจะเป็นสิ่งที่สร้างให้เกิดการความมั่นใจกับบุคลากรทางการแพทย์ในการนำไปใช้จริงกับผู้ป่วย เพื่อทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงยากัญชาในกลุ่มผู้ป่วยที่มีความจำเป็นได้มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตและสร้างระบบฐานข้อมูลการใช้กัญชาทางการแพทย์ของประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน”

รศ. ดร. ภญ. นพมาศ กล่าวต่อว่า "การประชุมเชิงปฏิบัติการ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-24 มีนาคม นี้ ที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร โดยภายใน กิจกรรมที่ผู้ลงทะเบียนจะได้เรียนรู้ได้แก่ แนวทางการจัดตั้ง และดำเนินการคลินิกกัญชาทางการแพทย์ ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แนวทางการติดตามความปลอดภัยและประสิทธิผลของยากัญชา การใช้ประโยชน์และสาระสำคัญยากัญชาเพื่อการแพทย์และสุขภาพ ลงพื้นที่ศึกษาแนวทางการเพาะปลูก เทคนิคการปลูกกัญชาแต่ละรูปแบบ รวมถึงการผลิตและสกัดยากัญชา ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังจะได้รับคู่มือแนวทางประกอบการดำเนินกิจกรรม คลินิกกัญชาทางการแพทย์ การปลูกและการใช้ประโยชน์จากยากัญชาทางการแพทย์ รวมถึงบันทึกของแผ่นดิน 12 กัญชาและผองเพื่อน เพื่อระบบประสาทและหัวใจ ที่เขียนโดย ดร.ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร อีกด้วย"ท่านที่สนใจ บุคลากรด้าสาธารณสุข หรือภาคเอกชน ประชาชนทั่วไปที่สนใจ สามารถลงทะเบียนได้ที่ https://www.pharmacycouncil.org/index.php?option=content_detail&view=detail&itemid=1576&catid=1 ค่าสมัครท่านละ 3,500 บาท รับจำกัดเพียง 100 คนเท่านั้น