กองทุนพัฒนาสื่อฯสร้างภูมิคุ้มกันในเด็กและเยาวชนยุติการรังแกในโรงเรียน-โซเชียลมีเดีย

วันที่ 07 ก.พ. 2563 เวลา 13:41 น.
กองทุนพัฒนาสื่อฯสร้างภูมิคุ้มกันในเด็กและเยาวชนยุติการรังแกในโรงเรียน-โซเชียลมีเดีย
กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ “ผนึกพลังภาคีเครือข่าย” ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และมูลนิธิรักษ์ไทย ขับเคลื่อนสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กและเยาวชน “ก้าวทันยุติการรังแกในโรงเรียน และโซเชียลมีเดีย”

เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 ณ โรงแรม เดอะสุโกศล กรุงเทพฯ : มูลนิธิรักษ์ไทย ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ภายใต้การสนับสนุนจาก กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัย และสร้างสรรค์ จัดพิธีเปิดโครงการ นักเรียนก้าวทันยุติการรังแกในโรงเรียน และโซเชียลมีเดีย เพื่อส่งเสริมให้เด็ก และเยาวชนได้รับรู้แนวทางของพฤติกรรมของการอยู่ร่วมกันท่ามกลางความหลากหลาย พร้อมทั้งการใช้สื่อที่สร้างสรรค์ ที่ไม่นำไปสู่การรังเกียจ การเกลียด และพฤติกรรมรุนแรง ตลอดจนการให้หลักการกับครูให้มีความเข้าใจในการแนะนำ ให้คำปรึกษา แก่ผู้ที่เป็นผู้รังแก และถูกรังแก

คุณวสันต์ ภัยหลีกลี้ ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ ความเข้าใจ ปลูกฝังและสร้างภูมิคุ้มกันการกลั่นแกล้งทางออนไลน์ ให้กับเด็กและเยาวชนเพื่อป้องกันการเป็นเหยื่อ โดยเฉพาะบทบาทของครู พ่อ แม่ ผู้ปกครอง และชุมชน เป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนงานดังกล่าว พื้นที่ปฏิบัติการสำคัญ คือ “โรงเรียน” จำเป็นต้องมีการกำหนดหลักสูตรในโรงเรียนระดับประถมศึกษาเรื่องการใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์อย่างปลอดภัย ( Safe Online Practice) รวมถึงหลักสูตรการสร้างทักษะทางดิจิตอล ตลอดจนมีแนวปฏิบัติ กลไกหรือมาตรการในการปกป้องคุ้มครองเด็ก และเยาวชนจากสื่อดิจิตอลจากสถานการณ์การกลั่นแกล้งทางออนไลน์”

คุณพร้อมบุญ พานิชภักดิ์ เลขาธิการ มูลนิธิรักษ์ไทย กล่าวว่า ในประเทศไทยมีเด็กถูกรังแกในสถานศึกษาปีละ 600,000 คน และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้ในปัจจุบัน นักเรียนที่อยู่ในวงจรการรังแกอยู่ในระบบการศึกษามากกว่า 40 % และประเทศไทยเป็นอันดับ 2 ของโลก (รองจากประเทศญี่ปุ่น) เมื่อเฉพาะเจาะจง กล่าวคือ การรังแกทางโลกออนไลน์ เกิดจาก 1) สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคมจริง และต่อเนื่องไปยังสังคมออนไลน์ และ2) เกิดจากการสร้างทัศนคติ พฤติกรรมรุนแรงเกลียดชัง ในชีวิตจริง และนำไปใช้ในโซเชียลมีเดีย การล้อแกล้ง รังแกกันในโรงเรียนส่วนใหญ่จะเป็นที่มาและเปรียบเสมือนกระจกสะท้อนการล้อแกล้งรังแกกันในโลกออนไลน์ เพราะฉะนั้นเลยเกิดการทำโครงการนี้ขึ้นมา โดยเราจะจัดทำหลักสูตรออนไลน์ ระบบ E – Training สำหรับครูและบุคลากร , E-Learning สำหรับนักเรียนที่สามารถนำไปใช้กับโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 29,715 โรงทั่วประเทศ

คุณธนุ วงษ์จินดา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า สพฐ. ได้มีการดำเนินงานเรื่องดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีมาตรการและแนวทางปฏิบัติในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาการล้อ แกล้ง รังแกกันภายใต้ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน การพัฒนาบุคลากรในสังกัดให้มีความรู้เกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาการรังแกกันในสถานศึกษา รวมทั้งการจัดทำสื่อออนไลน์ เพื่อให้ครูและบุคลากรมีความรู้ วิธีการ และมีทักษะในการให้คำปรึกษาแก่ผู้ถูกรังแก ผู้รังแก และผู้ร่วมในเหตุการณ์ อีกทั้ง สพฐ.ได้ร่วมมือกับองค์การ UNESCO และภาคีเครือข่ายในการผลักดันเพื่อลดปัญหาการล้อ แกล้ง รังแกกันในสถานศึกษา โดยใช้ชุดกิจกรรม Connect with Respect นำร่องใน 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงราย นครศรีธรรมราช ระยอง สิงห์บุรี และศรีสะเกษ