"ซมโปะ ประกันภัย" เปิดแผนรุกตลาดประกันภัยปี 2020

วันที่ 18 ธ.ค. 2562 เวลา 16:35 น.
"ซมโปะ ประกันภัย" เปิดแผนรุกตลาดประกันภัยปี 2020
ตั้งเป้าเป็นประกันภัยเดินทางอันดับ1ของเอเชียภายใน 3 ปี! พร้อมเปิดตัว 3 ประกันใหม่ เน้นลุยรายย่อยเจาะSME ด้วยสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่าและตอบโจทย์ลูกค้าในทุกกลุ่มอาชีพ

ผศ.ชญณา ศิริภิรมย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซมโปะ ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซมโปะ ประกันภัย ประเทศไทย ได้มีการปรับกลยุทธ์และโครงสร้างของบริษัทเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้องค์กร และขับเคลื่อนให้บริษัทฯ ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในธุรกิจประกันภัยอย่างแท้จริง และในปี 2020 นี้ ซมโปะ ประเทศไทย มุ่งมั่นดำเนินนโยบายรวมตามบริษัทแม่อย่าง SOMPO HOLDINGS ในการนำเสนอภาพลักษณ์ของบริษัทและการบริการในฐานะ Theme Park for Security, Health and Wellbeing คือ เป็นศูนย์รวมทุกความสุขของความมั่นคง สุขภาพดี และความเป็นอยู่ที่ดีของลูกค้า

โดยมีพันธกิจหลักในการยึดถือนโยบายธรรมภิบาลและความโปร่งใสในการดำเนินงาน และมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้ให้บริการที่ดีที่สุด จึงมุ่งคิดค้นและพัฒนาทางเลือกของประกันในหลากหลายรูปแบบ ทั้งด้านความปลอดภัย และด้านสุขภาพ เพื่ออนาคตที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า และพร้อมตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย ด้วยปรัชญาการให้บริการแบบ Customer Centric ที่ให้ความสำคัญกับการบริการลูกค้าในทุกรายละเอียดตามแนวทาง "ดูแลคนไทยด้วยหัวใจญี่ปุ่น" โดยมีเป้าหมายพัฒนาแบรนด์ร่วมกับ Sompo Holding Asia สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ ให้ก้าวขึ้นเป็นประกันภัยการเดินทางอันดับ 1 ในเอเชียที่ลูกค้าไว้วางใจภายในปี 2023 นี้

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ประกันภัยใหม่ อีก 3 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ประกันกระบะใจใจ ประกันสุขภาพเต็มเต็ม และ ประกันภัยการเดินทางรายปี Global Diplomat ที่เจาะกลุ่มคนเดินทางบ่อย และเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับความต้องการ โดยพุ่งเป้าไปที่การขยายสินค้าประกันภัยในรายย่อย เริ่มจากช่วงต้นปี มีการเปิดตัวโปรแกรมประกันการเดินทาง SOMPO GO JAPAN by Travel Joy เนื่องจากการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นในกลุ่มลูกค้าคนไทยเติบโตมากขึ้นทุกปี มีคนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่นตลอดทั้งปีกว่า 1.13 ล้านคนต่อปี

ซึ่งทางซมโปะจะบุกตลาดนี้ในช่วงปีหลังให้มากขึ้น โดยเน้นไปยังกลุ่มคนทำงาน และคนรุ่นใหม่ที่ชอบท่องเที่ยวด้วยตัวเอง คาดว่าปีหน้าจะมีคนไทยเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอีกเป็น 1.5 ล้านคน พร้อมชูจุดเด่นพิเศษไม่เหมือนใครสำหรับประกันการเดินทาง ด้วยบริการเหนือความคาดหมาย เช่น การคุ้มครองตั้งแต่ก้าวแรกที่ออกจากบ้านไปจนถึง 24 ชั่วโมงหลังเดินทางกลับประเทศ โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นที่รวมถึงการบริการนักแปลภาษาทางการแพทย์ ไว้ให้บริการ เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินหรือต้องเข้าโรงพยาบาลที่ประเทศญี่ปุ่น สามารถเข้ารับการรักษาและออกจากโรงพยาบาลได้เลยไม่ต้องจ่ายค่ารักษาเอง (Cashless)

ทั้งการรับการรักษาแบบผู้ป่วยใน (IPD)และ ผู้ป่วยนอก (OPD) ซึ่งเป็นบริการกรณีฉุกเฉินที่ ซมโปะ ประกันภัย จัดให้แบบที่ประกันการเดินทางที่อื่น ๆ ไม่มี

ขณะที่ ธุรกิจประกันโดยเฉพาะประกันเดินทางนั้น ลูกค้ามักจะเลือกซื้อด้วยการเปรียบเทียบความคุ้มครองและราคาเป็นส่วนใหญ่ จึงมีการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสร้างสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์คนไทยด้วยหัวใจแบบญี่ปุ่น ที่เน้นความสะดวกและความสบายใจของลูกค้า โดยชูประกันการเดินทางไปญี่ปุ่นขึ้นมาเป็นสินค้าหลัก เพราะเดินทางสะดวก ไม่ต้องขอวีซ่า และจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยในญี่ปุ่นก็สูงขึ้นทุกปี ซึ่ง ซมโปะ ประเทศไทย ก็ขอเติบโตไปพร้อมกับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ด้วยเช่นกัน นั่นจึงเป็นที่มาของการเปิดตัวประกันเดินทางรายปี Global Diplomat

สำหรับ ผลิตภัณฑ์เรือธงชิ้นแรก ที่เน้นเจาะกลุ่มคนรักการเดินทางและค่อนข้างเดินทางบ่อยในแต่ละปี โดยเน้นให้ความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพเป็นหลัก เริ่มต้นตั้งแต่ลูกค้าก้าวออกจากบ้าน ที่สำคัญ คือ ให้วงเงินค่ารักษาพยาบาลในกรณีเจ็บป่วยต้องเข้าโรงพยาบาลหลังจากเดินทางกลับมาประเทศไทยสูงถึง 5 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นวงเงินการคุ้มครอง ที่มากกว่าประกันเดินทางอื่นๆหลายเท่า และมีบริการ Sompo Assist 24 ชม. ซื้อครั้งเดียวคุ้มครองทั่วโลกโดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง และมีบริการล่ามทางการแพทย์ ไม่ต้องสำรองจ่ายทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกในประเทศญี่ปุ่นเช่นกัน

ผศ.ชญณา ยังระบุต่อถึงกลยุทธ์ทางการตลาดและทิศทางขององค์กรในปี 2020 ว่า ซมโปะ ประเทศไทย เน้นการเลือก segment ที่ไม่ใช่ Red Ocean โดยเล็งเห็นว่า MEGA Trend ของปีหน้า คือ เรื่องของสุขภาพในระดับมหภาคของตลาดรายย่อย ดังนั้น นอกจากจะชูเรื่องประกันการเดินทางแล้ว ซมโปะยังมุ่งนำเสนอประกันอุบัติเหตุและสุขภาพส่วนบุคคล (Personal Accident & Health) เข้ามา พร้อมตั้งเป้าลงสนามประกันสุขภาพ ด้วย ประกันสุขภาพ เฮทธ์ เต็มเต็ม (Health Tem Tem)

ผลิตภัณฑ์เรือธงชิ้นที่ 2 ที่คุ้มค่าในเรื่องดูแลรักษาตัวเมื่อเจ็บป่วยต้องนอนโรงพยาบาล และยังนำเบี้ยประกันไปใช้ลดหย่อนภาษีได้เต็มๆถึง 15,000 บาท เหมาะกับคนทำงานในยุคนี้มาก โดยเฉพาะ ให้ความคุ้มครองค่าห้องที่สูงเมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาด เช่น แผนทุน IPD 1,000,000 บาท คู่แข่งให้ค่าห้อง 5,000 บาท แต่แผนประกันสุขภาพเฮทธ์ เต็ม เต็ม ให้ถึง 10,000 บาท รวมทั้งการกำหนดวงเงินค่ารักษาของเราต่อครั้ง ไม่จำกัดครั้งต่อปี ในขณะที่ในตลาดจะกำหนดเป็นวงเงินต่อปีซึ่งอาจจะทำให้รักษาได้ครั้งเดียว หรือ มีบางบริษัทกำหนดต่อครั้งไม่กำหนดต่อปี แต่เป็นแผนที่วงเงินคุ้มครองน้อย เป็นต้น

ยิ่งกว่านั้น ซมโปะ ประกันภัย ยังหันมาขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มตลาดต่างจังหวัดให้มากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันธุรกิจประกันยานยนต์ถือเป็น Red Ocean มีการแข่งขันกันในเรื่องราคาอย่างเข้มข้น ซึ่งนับเป็นเรื่องท้าทายสำหรับซมโปะ ประกันภัย ในฐานะเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ในตลาดต่างจังหวัด จึงได้มองหา ช่องทางที่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ครบเครื่องกว่าเดิม เพื่อสร้างทางเลือกใหม่ให้กับลูกค้า นั่นคือ ประกันรถกระบะใจใจ เป็นสินค้าเรือธงชิ้นที่ 3 เหมาะกับกลุ่มคนขับรถกระบะเพื่อใช้ทำมาหาเลี้ยงชีพ เช่น พ่อค้า แม่ค้า, เจ้าของธุรกิจสวนผลไม้ สวนยาง ฯลฯ

โดยเน้นให้ความคุ้มครองเพิ่มเติม ในส่วนของเงินชดเชยรายได้รายวัน กรณีรถยนต์เกิดอุบัติเหตุและทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารบาดเจ็บจนต้องเข้ารักษาตัวเป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาล และยังได้รับเงินชดเชยค่าเดินทางระหว่างรถยนต์เข้าอู่ซ่อมจากอุบัติเหตุการชน รวมทั้งมีบริการให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 24 ชั่วโมงทั่วประเทศ ในกรณีที่รถเสียฉุกเฉิน ที่สำคัญ รับทำประกันให้รถกระบะที่มีการติดตั้งคอก เสริมแหนบ เพลา หรือเปลี่ยนล้อกระทะโดยลูกค้าสามารถเพิ่มวงเงินความคุ้มครองสำหรับอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติมจ่ายเบี้ยเพิ่มเริ่มต้นเพียง 300 ต่อทุนประกัน 10,000

"ทิศทางการบริหารแบรนด์ของซมโปะ ประเทศไทย ในปีหน้า คือ มุ่งสร้างการรับรู้แบรนด์ให้เป็นที่รู้จักกว้างขวางยิ่งขึ้น และ ขยายฐานลูกค้าเพิ่มไปยังกลุ่มใหม่ๆ รวมทั้งพัฒนาแบรนด์ร่วมกับ Sompo Group เพื่อไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ คือ เป็นประกันภัยการเดินทางอันดับ 1 ที่ลูกค้าให้ความไว้วางใจ ภายในปี 2023 ด้วยกลยุทธ์ 5P เริ่มจาก 1. People โดยใช้บุคลากรของ SOMPO Agent/Staff เป็นตัวแทนของ แบรนด์ (Brand Ambassador) มีความรู้ ความพร้อมในการให้ข้อมูล เป็นที่ปรึกษามากกว่าพนักงานธรรมดา 2. Product ตัวสินค้ามีความหลากหลาย มีฟีเจอร์ที่ดีกว่ามาตราฐานในตลาด 3. Place สามารถซื้อขายได้ง่ายมีช่องทางการจัดจำหน่ายที่ครอบคลุมทั่วถึง และมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า 4. Price ผลประโยชน์คุ้มค่ากับราคาที่จ่าย และ 5. Promotion เน้นทำโปรโมชั่นที่ตอบโจทย์ลูกค้าในแต่ละกลุ่ม โดยพิจารณาจากCustomer Journey เพื่อสร้างความน่าสนใจและกระตุ้นยอดขาย รวมทั้งสร้าง Brand Royalty" ผศ.ชญณา กล่าวสำหรับการพัฒนาแบรนด์ในยุค Digital Transformation ว่า บริษัทฯ ได้ให้บริการผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ครอบคลุมและตรงกลุ่มเป้าหมาย เพื่อมอบประสบการณ์การซื้อประกันทางออนไลน์ที่ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีการใช้ระบบ Robotic Process ภายในองค์กร การต่ออายุกรมธรรม์ รวมถึงการใช้ AI ในการจัดการกับระบบ Marketing Automation เพื่อสร้างแคมเปญโฆษณา

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ไม่ลืมให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรให้เปิดกว้างทางความคิด (growth mindset) เพื่อสามารถรองรับระบบการทำงานและเทคโนโลยีใหม่ๆที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วได้อย่างมีคุณภาพ และที่สำคัญที่สุด คือ การคงไว้ซึ่งปรัชญาการดูแลคนไทยด้วยหัวใจญี่ปุ่น เพื่อความสุขในทุกรายละเอียดการใช้ชีวิตของทุกคน