'ซีพีเอ็น' ประกาศลงทุน 2.2 หมื่นล้านบาท ภายในปี พ.ศ. 2565

  • วันที่ 16 ต.ค. 2562 เวลา 18:18 น.

'ซีพีเอ็น' ประกาศลงทุน 2.2 หมื่นล้านบาท ภายในปี พ.ศ. 2565

ประกาศแผน "สร้างงาน สร้างเมือง สร้างประเทศ เป็น Center of Life ของทุกจังหวัด" ตั้งเป้าเสริมภาครัฐบุกเบิกเมืองเศรษฐกิจใหม่ และ ปลุกปั้นย่าน new urbanized district สำคัญของกรุงเทพฯ ตามแผนยุทธศาสตร์ของประเทศ

น.ส.วัลยา จิราธิวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด(มหาชน) หรือ ซีพีเอ็น กล่าวว่าในฐานะซีพีเอ็น เป็นผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ด้วยวิสัยทัศน์ในการพัฒนาบุกเบิกเป็น Pioneer and Innovator ในการสร้างแนวคิด ‘Center of Life ศูนย์กลางการใช้ชีวิต’ ร่วมกับคู่ค้า เพื่อชุมชน ในทุกโลเคชั่น ทั่วทุกภูมิภาค ทุกจังหวัดของประเทศไทย และไม่ว่าภาวะเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ตลอด 39 ปีที่ผ่านมาซีพีเอ็นไม่เคยหยุดนิ่งในการลงทุนพัฒนาและยังคงเดินหน้าอย่างสม่ำเสมอมาโดยตลอด

โดยบริษัทฯ ดำเนินตามแผนงานและบรรลุเป้าหมายอย่างประสบความสำเร็จต่อเนื่องในทุกโครงการ ซึ่งบริษัทฯ มีความภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้กับประเทศชาติ และพื้นที่นั้นๆ ที่จะสามารถกระจายความเจริญ สร้าง multiplier effect อย่างเป็นรูปธรรมทั้งทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว สังคม และคนในชุมชนทั่วประเทศ

ล่าสุดซีพีเอ็นได้รับการการันตีด้วยรางวัลระดับโลก DJSI World (Dow Jones Sustainability Index) สมาชิกดัชนีความยั่งยืนระดับโลก 2 ปีซ้อน (2018-2019) และ DJSI Emerging Market 6 ปีซ้อน สะท้อนความเป็นบริษัทที่มี "ความยั่งยืน" ในการทำธุรกิจที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกอย่างแท้จริง ซึ่งซีพีเอ็นเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์เพียงรายเดียวของไทยที่ได้รับรางวัลดังกล่าว

"ในวันนี้จะเป็นอีกครั้งที่บริษัทฯ จะประกาศเดินหน้าพัฒนาโครงการ ศูนย์การค้า และ Mixed-use development ครั้งสำคัญ ที่จะเป็นแผนเพื่อส่งเสริมการ 'สร้างงาน สร้างเมือง สร้างประเทศ เป็น Center of Life ของทุกจังหวัด' ที่ตอบรับไลฟ์สไตล์ที่พัฒนาไปและลงลึกกับความต้องการของคนและชุมชนในแต่ละโลเคชั่นแบบ Area-Based Creation พร้อมทั้ง 'Magnify Local Essence' ดึงจุดเด่นของพื้นที่มาสร้างเป็น 'Magnet' ช่วยยกระดับบทบาทของพื้นที่นั้นๆ ในระดับประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว" น.ส.วัลยา กล่าว

โดยซีพีเอ็นได้นำเอา 3 หัวใจหลักที่จะช่วยยกระดับเศรษฐกิจ และกระจายความเจริญไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ คือ การท่องเที่ยว การพัฒนาตามโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และการเทรดดิงในอุตสาหกรรมหลักของประเทศมาเป็นตัวแปรในการพัฒนาโครงการใหม่ของบริษัท ซึ่งโครงการใหม่ที่จะกล่าวต่อไปนี้ จะเป็นโมเดลที่จะนำพาเอา net positive impact ไปสู่จังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ และนี่จะเป็นอีกครั้งที่ซีพีเอ็นจะมีส่วนพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน พร้อมพัฒนาชุมชนในแต่ละที่ไปพร้อมๆ กัน (Growth for the Country, Great for Locality)

น.ส.วัลยา กล่าวว่าภายในปี พ.ศ. 2565 ซีพีเอ็นจะพัฒนา 17 โครงการ ได้แก่ 5 ไฮไลท์โปรเจคสำคัญ และปรับโฉม 12 โครงการ ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 22,000 ล้านบาท ตามแผนยุทธศาสตร์ของภาครัฐ ประกอบด้วยยึดหัวหาด 3 เมืองเศรษฐกิจใหม่ด้วยมิกซ์ยูสรูปแบบใหม่กลางใจเมือง ได้แก่ เซ็นทรัลพลาซา อยุธยา ศรีราชา จันทบุรี ปลุกปั้นย่าน New Urbanised District กับ 2 ศูนย์การค้าในทำเลทองของกรุงเทพฯ ได้แก่ “เซ็นทรัลพลาซา พระราม 2 และ รามอินทรา พร้อมปรับโฉมศูนย์การค้าอีก 12 สาขาทั่วประเทศ เพื่อจะรองรับการเติบโตของเมืองต่างๆ กระจายไปหลายภูมิภาคของประเทศ

อีกทั้ง ยังคงเดินหน้าลงทุนต่อเนื่อง 2 Big Impact Projects ได้แก่ โครงการร่วมทุน 'Dusit Central Park' โครงการระดับเวิลด์คลาสที่ยิ่งใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ มูลค่าอีกกว่า 36,700 ล้านบาท คาดแล้วเสร็จปี 2567 และยังมีโครงการต่างๆ อีกหลายโครงการภายใต้บริษัท GLAND โดยเฉพาะโครงการพระราม 9 จากการเข้าซื้อกิจการ ซึ่งได้จัดสรรผู้บริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา โดยโครงการอยู่ในระหว่างการทำแผน และจะประกาศโครงการใหญ่เร็วๆ นี้ คาดว่าจะพลิกย่านพระราม 9 ให้เป็น New CBD แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ

ด้านนายชนวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานพัฒนาธุรกิจ และโครงการของซีพีเอ็น กล่าวว่า สำหรับโครงการใหม่ที่เรากำลังพัฒนาจะตั้งอยู่ใน 3 จังหวัดที่มีศักยภาพสูงของประเทศ ได้แก่เซ็นทรัลพลาซา อยุธยา ศรีราชา จันทบุรี เพื่อตอบรับการเติบโตทั้งในด้านการลงทุนใน infrastructure การค้าของประเทศ อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว โดยจะเป็นโครงการมิกซ์ยูสใจกลางเมือง ประกอบไปด้วย

1.โครงการมิกซ์ยูส 'เซ็นทรัลพลาซา อยุธยา' ภายใต้แนวคิด ความเรืองรองแห่งพระนครศรีอยุธยา เมืองอยุธยาถือเป็น strategic location เป็น Hub ของภาคกลางตอนบน ครอบคลุมจังหวัดอ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี ประชากรเกือบ 2,500,000 คน และยังเป็นเมืองอุตสาหกรรมสำคัญที่ต่อขยายจากกรุงเทพฯ

2.โครงการมิกซ์ยูส ‘เซ็นทรัลพลาซา ศรีราชา’ ภายใต้แนวคิด Living Green in Smart City of EEC Center โครงการที่ซีพีเอ็นลงทุนเสริมแผนภาครัฐในเมืองหลักภาคตะวันออก ผลักดันศรีราชาเป็นเมืองเศรษฐกิจใหม่ที่จะมีมูลค่าการลงทุนสูงที่สุดใน EEC ซึ่งจะเป็นการลงทุนที่คู่ขนานไปกับภาครัฐ เพื่อเชื่อมโยง กรุงเทพฯ - ชลบุรี – เพิ่มจิ๊กซอว์ ศรีราชา – บรรจบ ระยอง ให้ครบ โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการในไตรมาสที่ 2 ปี 2564

3. โครงการมิกซ์ยูส 'เซ็นทรัลพลาซา จันทบุรี' สร้าง format ใหม่ ภายใต้แนวคิด The Shining Gem of EEC Plus 2 บริษัทฯ เป็น Top developer เจ้าแรกที่เห็นศักยภาพของจังหวัดในฐานะเมืองเชื่อมโยง EEC ที่กำลังเติบโต โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2565

4.เซ็นทรัลพลาซา พระราม 2 จะเป็น The Largest Regional mall - Gateway of South Bangkok การพลิกโฉมครั้งยิ่งใหญ่ของเซ็นทรัลพลาซา พระราม 2 โดยปักหมุด และเชื่อมโยงทุกทิศของขอบเมืองชั้นใน และจะผลักดันให้ย่านพระราม 2 กลายเป็น new urbanized district แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาสที่ 1 ปี 2565

5.เซ็นทรัลพลาซา รามอินทรา ภายใต้แนวคิด Living Lab of Ramindraกับการพลิกโฉมครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 26 ปี เพื่อรองรับกลุ่มประชากรและ Catchment ที่เติบโตขึ้น จากหมู่บ้านเป็นคอนโด แนวราบเป็นแนวสูง ที่มีความหนาแน่นของประชากรเพิ่มขึ้น คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาสที่ 4 ปี 2564

นอกจากนี้ เพื่อปรับเปลี่ยนให้ทุกโครงการของซีพีเอ็นตอบโจทย์แนวคิดการเป็น ‘Center of Life’ ของผู้คนที่มากกว่าการช้อปปิ้ง อีกทั้งเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตของทุกไลฟ์สไตล์และทุกกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็น Third Place และสร้างความสุขให้แก่ทุกคน

โดยในปี 2563 บริษัทฯ จะทำการปรับปรุงและขยายพื้นที่ศูนย์การค้าอีก 12 สาขาทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ได้แก่ เซ็นทรัลพลาซา พระราม 9 เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ เซ็นทรัลพลาซา บางนา เซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ เซ็นทรัลพลาซา ขอนแก่น เซ็นทรัลพลาซา อุดรธานี เซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ และเซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่แอร์พอร์ต เซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช เซ็นทรัล มารีนา พัทยา เซ็นทรัลเฟสติวัล สมุย และเซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เศรษฐกิจและสังคมไทยเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

ปัจจุบัน CPN บริหารจัดการศูนย์การค้า 34 แห่ง (อยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 15 โครงการ ต่างจังหวัด 18 โครงการ และในมาเลเซีย 1 โครงการ ศูนย์อาหาร 30 แห่ง อาคารสำนักงาน 7 อาคาร โรงแรม 2 แห่ง และโครงการคอนโดมิเนียมจำนวน 9 โครงการ ภายใต้แบรนด์ ESCENT, ESCENT VILLE, ESCENT PARK VILLE และ “ฟิล พหล 34” (PHYLL PAHOL 34) และโครงการบ้านเดี่ยว "นิยาม บรมราชชนนี"

โดยบริษัทฯ มีแผนธุรกิจระยะยาวที่จะพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบต่างๆ ในทำเลศักยภาพสูงทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งการพัฒนาธุรกิจในรูปแบบอื่นอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอกย้ำความเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ