สสจ.ตรัง ตั้งเป้าปี 2563 ลดสิงห์อมควันเหลือร้อยละ 21 เน้นป้องกันนักสูบหน้าใหม่ สนับสนุนการบำบัดเพื่อช่วยเลิกบุหรี่ เสริมพลังเครือข่ายประชาชนเข้มแข็ง

วันที่ 10 ต.ค. 2562 เวลา 13:26 น.
สสจ.ตรัง ตั้งเป้าปี 2563 ลดสิงห์อมควันเหลือร้อยละ 21 เน้นป้องกันนักสูบหน้าใหม่ สนับสนุนการบำบัดเพื่อช่วยเลิกบุหรี่ เสริมพลังเครือข่ายประชาชนเข้มแข็ง
 

จากการสำรวจข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติปี 2560 พบว่าประชาชนในจังหวัดตรังสูบบุหรี่ประมาณ 120,000 คน โดยผู้ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป สูบบุหรี่ ร้อยละ 24.23 สูงกว่าระดับประเทศประมาณ ร้อยละ 5 ซึ่งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง ได้กำหนดเป้าหมายว่า ภายในปี 2563 จะลดอัตราการสูบบุหรี่ให้เหลือ ร้อยละ 21 ผ่านการดำเนินนโยบายที่เข้มแข็งทั้งเชิงรุกและเชิงรับ ป้องกันนักสูบนักหน้าใหม่ สนับสนุนการบำบัดเพื่อช่วยเลิกบุหรี่ สร้างชุมชนปลอดบุหรี่ ควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด

ขณะที่ ข้อมูลในระบบ 43 แฟ้มมาตรฐานด้านการแพทย์และสุขภาพ (Health Data Center : HDC) ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง พบว่า ในปีงบประมาณ 2562 มีจำนวนประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป ได้รับการคัดกรองการติดบุหรี่ จำนวน 127,114 คน พบว่าสูบบุหรี่ 32,118 คน สูบบุหรี่แต่เลิกแล้ว 4,181 คน ได้รับการบำบัด 30,231 คน เลิกบุหรี่ได้ 1 เดือน 252 คน เลิกได้ 3 เดือน 318 คน เลิกได้ 6 เดือน 1,714 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2562)

นางณินท์ญาดา รองเดช นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ ผู้รับผิดชอบงานควบคุมการบริโภคยาสูบ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง กล่าวถึงภาพรวมมาตรการควบคุมยาสูบของจังหวัดว่า สสจ.ตรัง ได้สนับสนุนกลไกการดำเนินงานควบคุมการบริโภคยาสูบ ด้วยการพัฒนาศักยภาพบุคคลากรที่เกี่ยวข้อง การป้องกันนักสูบหน้าใหม่ การบำบัดช่วยเลิก การทำให้สิ่งแวดล้อม ชุมชนปลอดบุหรี่ และการบังคับใช้กฎหมาย

สำหรับกลไกในการดำเนินงานระดับจังหวัดนั้น นางณินท์ญาดา เล่าว่า ก่อนหน้านี้ดำเนินการผ่านคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของจังหวัด แต่เมื่อมีพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 ที่มีการกำหนดว่าในระดับพื้นที่จะต้องมีคณะกรรมการควบคุมยาสูบระดับจังหวัด มีผู้ว่าราชการจัวหวัดเป็นประธาน มีตัวแทนจากหน่วยงานราชการ 16 หน่วยงาน เป็นกรรมการ และมีนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด เป็นเลขานุการ มีผู้ทรงคุณวุฒิอีก 6 คนเป็นกรรมการ เพื่อขับเคลื่อนงานควบคุมยาสูบตามแผนยุทธศาสตร์การควบคุมยาสูบแห่งชาติ ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตาม ตาม พ.ร.บ.ควบคุมยาสูบฯ และแผนยุทธศาสตร์การควบคุมยาสูบฯ สสจ.ตรัง ได้มีนโยบายในการผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนการควบคุมยาสูบไปทุกอำเภอ โดยตั้งคณะทำงานระดับอำเภอ มีนายอำเภอเป็นประธาน สาธารณสุขในอำเภอเป็นเลขานุการ ผลการดำเนินงานในภาพรวมพบว่าอัตราการสูบลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังอยู่ในระดับที่ไม่น่าพอใจ พร้อมตั้งเป้าจะลดการสูบบุหรี่ให้เหลือ ร้อยละ 21 ภายในปี 2563

“เมื่อมีกฎหมายใหม่ มีงบประมาณสนับสนุนจาก สสส. ทำให้มีการประชุมคณะกรรมการระดับจังหวัดมากขึ้น เห็นการเปลี่ยนแปลงในการดำเนินนโยบายมากขึ้น ซึ่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ให้ความสำคัญ และเห็นว่าทุกหน่วยงานพยายามทำงานช่วยเลิกอย่างเต็มที่ ทั้งการทำให้สถานที่ราชการปลอดบุหรี่ โดยเฉพาะศาลากลางจังหวัดจะต้องทำให้เป็นสถานที่ปลอดบุหรี่ พร้อมทั้งมีการประชุมติดตามผลอย่างต่อเนื่อง” นางณินท์ญาดา กล่าว

ส่วนจุดเด่นของจังหวัดตรัง คือ การมีภาคประชาชนที่เข้มแข็งเข้ามาเสริมทัพ ทำให้เข้าถึงชุมชนอย่างตรงจุด ประกอบกับผู้นำชุมชนที่มีบทบาทสำคัญในการชวนช่วยเลิกบุหรี่ ทำให้ชาวบ้านเห็นความสำคัญและเข้าร่วมโครงการมากขึ้น

ด้านนายวาที ศิริสวัสดิ์ศิลป์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ กลุ่มงานสุขศึกษา โรงพยาบาลตรัง กล่าวว่า โรงพยาบาลตรังเป็นโรงพยาบาลปลอดบุหรี่ตามกฎหมาย 100 % ผู้ที่เข้ามารับบริการต้องเข้าใจกฎเกณฑ์นี้ และเมื่อเข้ามาในพื้นที่ต้องไม่สูบบุหรี่ ทำให้สามารถยับยั้งตนเองได้ในระดับหนึ่ง ส่วนการดำเนินงานคลินิกเลิกบุหรี่ในขณะนี้ ได้ขยายการทำงานเป็นเชิงรุกมากขึ้น โดยประสานกับสถานประกอบการในพื้นที่ เพื่อเข้าถึงผู้สูบบุหรี่ที่ต้องการเลิกสูบบุหรี่ได้มากขึ้น ถือเป็นการทำงานเชิงรุก เนื่องจากสถานประกอบการอาจติดปัญหาเรื่องการเดินทางเข้ามารับบริการที่โรงพยาบาล จึงมีการจัดทีมสหวิชาชีพที่ประกอบด้วย แพทย์ พยาบาล จากคลินิกฟ้าใส นักวิชาการสาธารณสุข กลุ่มงานสุขศึกษาเวชกรรมสังคม กลุ่มงานอาชีวะอนามัย ออกมาให้บริการนอกพื้นที่ รวมทั้งช่วยปรับสิ่งแวดล้อมให้เอื้อต่อการเลิกบุหรี่ด้วย โดยออกหน่วยให้บริการในสถานประกอบการหลายแห่ง เป็นการบูรณาการเข้ากับงานส่งเสริมสุขภาพและสภาพแวดล้อมด้านความปลอดภัย ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เพราะสถานประกอบการไม่ต้องส่งตัวพนักงานที่สูบบุหรี่มารับบริการที่คลินิกฟ้าใส

สำหรับปัจจัยความสำเร็จในการทำงานร่วมกับภาคเอกชนเพื่อขับเคลื่อนงานเลิกบุหรี่ นั้น นายวาที ระบุว่า ผู้บริหารองค์กรจะต้องมองเรื่องสุขภาพของพนักงานเป็นสิ่งที่สำคัญอันดับแรก เพราะถ้าพนักงานมีสุขภาพที่ดี ผลงานก็จะออกมาดีตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

ด้านนายวิโรจน์ วงศ์รักษา ผู้จัดการอาวุโส ส่วนทรัพยากรบุคคลและธุรการ บริษัท แปลน ครีเอชั่นส์ จำกัด ตำบลทุ่งกระบือ อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง กล่าวว่า บริษัท แปลน ครีเอชั่นส์ จำกัด เป็นสถานประกอบการที่มีการดำเนินการเกี่ยวกับการลด ละ เลิกบุหรี่ โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ผ่านโครงการส่งเสริมการขยายฐานการสร้างเสริมสุขภาพในสถานประกอบการ สมาคมพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อม จากความร่วมมือกับ สสส. และสมาคมพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทำให้ในปีที่ผ่านมามีพนักงานเลิกบุหรี่ได้เด็ดขาด 3 คน จากผู้ที่เข้าร่วมโครงการ 50 คน วิธีการดำเนินงาน คือ มีคลินิกลดละเลิกบุหรี่ที่ห้องพยาบาล จัดสถานที่สูบบุหรี่ให้อยู่ในจุดที่ห่างไกล นอกจากนี้ ยังมีทีมวิทยากรจากโรงพยาบาลตรังมาอบรมให้ความรู้ และเข้ามาติดตามผลอย่างต่อเนื่อง และเพื่อผลักดันให้เป็นโรงงานปลอดบุหรี่ 100% ทางโรงงานได้พยายามควบคุมช่วงเวลาในการสูบบุหรี่ โดยบริษัทยังสร้างแรงจูงใจให้พนักงานด้วยการให้เงินรางวัล และสำรวจพนักงานทุกปี ว่ายังมีใครสูบบุหรี่อยู่บ้าง หากพบก็จะเข้าไปช่วยให้คำแนะนำ พร้อมย้ำว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ บริษัทจะต้องช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้พนักงานอยากเลิกก่อน หากใช้แต่มาตรการบังคับ เมื่อพนักงานกลับไปบ้านก็จะสูบบุหรี่เช่นเดิม ดังนั้นเมื่อทำให้พนักงานมีแรงบันดาลใจก็จะมีความมุ่งมั่นที่จะเลิกได้อย่างเด็ดขาด

ขณะที่พนักงานต้นแบบของบริษัท แปลนครีเอชั่นส์ จำกัด ทั้ง 3 คน ที่สามารถเลิกบุหรี่ได้ คือ นายวิโรจน์ สันเพชร นายทัสนัย เทียมสอน และนายกมล บริสุทธิ์ บอกตรงกันว่า เมื่อเลิกบุหรี่ได้แล้ว รู้สึกร่างกายแข็งแรงขึ้น ปฏิบัติงานได้ดีขึ้น สังคมรอบข้างให้การตอบรับที่ดี แม้แต่ละคนจะมีรูปแบบในการเลิกและวิธีการที่แตกต่างกันก็ตาม พร้อมย้ำว่า การที่บริษัทให้ความสำคัญในเรื่องการสร้างแรงจูงใจให้พนักงานเลิกบุหรี่ ทั้งในรูปแบบของเงินรางวัลและการอบรมให้ความรู้ รวมถึงการจัดสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสม เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เลิกบุหรี่ได้อย่างทุกวันนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต