ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก เปิดนิทรรศการมัลติมีเดียระดับโลก ITALIAN RENAISSANCE WORLD PREMIERE ครั้งแรกของโลกที่กรุงเทพฯ

วันที่ 09 ส.ค. 2562 เวลา 10:42 น.
ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก เปิดนิทรรศการมัลติมีเดียระดับโลก  ITALIAN RENAISSANCE WORLD PREMIERE ครั้งแรกของโลกที่กรุงเทพฯ
 

หลังจากประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากกับนิทรรศการมัลติมีเดีย FROM MONET TO KANDINSKY และเมื่อวันพุธที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ณ อาร์ซีบี แกลเลอเรีย (RCB Galleria) ชั้น 2 ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก ต่อยอดงานนิทรรศการระดับโลกทันทีด้วยการเปิดตัว ITALIAN RENAISSANCE WORLD PREMIERE นิทรรศการมัลติมีเดียที่นำเสนอ 4 อิตาเลียนมาสเตอร์แห่งยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ (Renaissance) ไม่ว่าจะเป็นเลโอนาร์โด ดา วินชี (Leonardo da Vinci) มิเคลันเจโล (Michelangelo) ราฟาเอล (Raphael) และบอตติเชลลิ (Botticelli) ผู้ทรงอิทธิพลอันก่อให้เกิดยุคสมัยแห่งการฟื้นฟูศิลปวิทยาการอิตาเลียนที่เป็นแรงบันดาลใจมาถึงปัจจุบัน สำหรับนิทรรศการนี้ ผู้ชมจะได้เดินทางกลับไปสู่ช่วงเวลาหนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงและตื่นตัวด้านวิทยาการ รอบพรีวิวที่จัดขึ้นแบบเอ็กซ์คลูซีฟครั้งนี้ได้ต้อนรับศิลปินผู้มีชื่อเสียงมากมาย เช่น

คุณจิตต์สิงห์ สมบุญ, คุณสมนึก คลังนอก, คุณศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี, คุณสิริมา ไชยปรีชาวิทย์, คุณพัฒนพงศ์ มณเฑียร, คุณตุล ไวฑูรเกียรติ, คุณเรวัฒน์ ชำนาญ, คุณรัฐนันท์ จรรยาจิรวงศ์ และคุณมรุวุตม์ บูรณศิลปิน ร่วมด้วยทูตานุทูต ผู้คนในแวดวงธุรกิจ ที่มาร่วมเป็นเกียรติและเป็นบุคคลกลุ่มแรกที่ได้ชมนิทรรศการระดับเวิลด์คลาสนี้

นิทรรศการ ITALIAN RENAISSANCE WORLD PREMIERE จะเปิดให้บุคคลทั่วไปได้เข้าชม ตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม – 31 ตุลาคม 2562 ณ อาร์ซีบี แกลเลอเรีย (RCB Galleria) ชั้น 2

ในโอกาสพิเศษนี้ คุณลินดา เชง กรรมการผู้จัดการ ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก ขึ้นกล่าววและแสดงความขอบคุณผู้สนับสนุนทุกท่านที่มาร่วมเปิดนิทรรศการ “ที่ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก แห่งนี้ ทุกโปรเจ็กต์ที่รังสรรค์ขึ้นมามิได้เพียงเพื่อการศึกษาเท่านั้น แต่เราเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าความซาบซึ้งในศิลปะและดนตรีสำคัญอย่างมากต่อจิตวิญญาณและความสมานสามัคคีในสังคม การได้อ่านข้อมูลที่จัดแสดงไว้บนบอร์ด ทำให้ผู้ชมทราบว่าศิลปินทั้งสี่ท่านไม่ได้มีเพียงแค่พรสวรรค์แต่พวกเขาบากบั่นทำงานหนัก จึงไม่น่าแปลกใจว่าความขยันขันแข็งนำความสำเร็จในชีวิตมาให้กับทุกคนได้อย่างแท้จริง ดังนั้นจึงเป็นพันธกิจของมวลมนุษยชาติที่จะสรรค์สร้างผลงานอันเปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจ เข้าถึงได้ และเป็นที่ปรารถนาของคนรุ่นใหม่”

ด้านของมร. โอเลก มารีนิน Managing Partner แห่ง Vision Multimedia Projects ผู้สร้างสรรค์นิทรรศการนี้ได้ส่งความขอบคุณและร่วมแสดงความยินดีที่นิทรรศการนี้ได้เปิดตัวเป็นครั้งแรกของโลกที่กรุงเทพ “จุดประสงค์ของนิทรรศการมัลติมีเดีย Italian Renaissance แสดงให้เห็นว่าไอเดียที่เกิดขึ้นในยุคนั้นมีความยอดเยี่ยมและทันสมัยอย่างไรในเวลานั้น อะไรที่แอบซ่อนอยู่ในงานจิตรกรรมและประติมากรรมชิ้นเลื่องชื่อ อีกทั้งบริบทด้านวัฒนธรรมและสังคมในยุคสมัยนั้น”

นอกจากนี้ ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก ร่วมกับการบินไทย ได้แถลงถึงการจับรางวัลลุ้นตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพ-โรม (ชั้นประหยัด) จำนวน 2 ใบ โดยผู้ที่ซื้อบัตรเข้าชมนิทรรศการจะได้รับคูปองและท่านสามารถส่งคูปองนี้เพื่อลุ้นรางวัลได้ที่ RCB Gallery Shop ผู้โชคดีเกิดจากการสุ่มจับจับรางวัลเมื่อเสร็จสิ้นนิทรรศการ ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก ขอขอบพระคุณที่ได้ต้อนรับผู้แทนจากการบินไทย

นิทรรศการมัลติมีเดีย ITALIAN RENAISSANCE จัดขึ้นเป็นครั้งแรกของโลก (World Premiere) ที่อาร์ซีบี แกลเลอเรีย (RCB Galleria) ชั้น 2 Contemporary Art Space ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก ตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม – 31 ตุลาคม 2562

บัตรราคา 350 บาท (ผู้ใหญ่) 250 บาท (เด็ก 4 ขวบขึ้นไป / นักเรียนและนักศึกษาถึงระดับปริญญาตรี / ผู้อาวุโส 60 ปีขึ้นไป) ซื้อบัตรได้ทางเว็บไซต์ Zip Event https://bit.ly/2UfjVze

บัตร 1 ใบ เข้าชมได้ตลอดทั้งวัน เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00 น. – 22.00 น.

ติดตามอัพเดทกิจกรรมสนุกๆ ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยกับกูรูด้านศิลป์ทั้งไทยและต่างชาติ คอนเสิร์ต ปาร์ตี้ เวิร์คช็อปได้ตลอดทั้งสามเดือนทาง Facebook : River City Bangkok

เกี่ยวกับนิทรรศการ

นิทรรศการ ITALIAN RENAISSANCE ออกแบบและเนรมิตขึ้นมาเป็นพิเศษเฉพาะสำหรับริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก เป็นการนำเสนอผลงานของสี่ศิลปินคนสำคัญผู้ได้รับการยกย่องให้เป็นผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคเรอเนสซองส์ (Renaissance) คือ เลโอนาร์โด ดา วินชี (Leonardo da Vinci) ไมเคิลแองเจโล (Michelangelo) ราฟาเอล (Raphael) และ บอตติเชลลี (Botticelli) พวกเขาดำรงชีวิตและสร้างสรรค์ผลงานไว้มากกว่า 500 ปีที่แล้ว แต่มรดกตกทอดยังคงเป็นที่ชื่นชอบไปทั่วโลกเป็นอย่างมาก ผู้ชมจะได้ดื่มด่ำกับผลงานระดับมาสเตอร์พีซมากมายในรูปแบบมัลติมีเดียอันทันสมัยที่สุดและผสมผสานอย่างมีเอกลักษณ์ด้วยการฉายภาพโดยโปรเจ็กเตอร์ ภาพกราฟิคอะนิเมชั่นและดนตรีประกอบ

ความรุ่งเรืองแห่งอดีต

ช่วงต้นศตวรรษที่ 15 ประเทศอิตาลีเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการฟื้นฟูทางวัฒนธรรมซึ่งเรียกกันว่า “ยุคเรอเนสซองส์” อันมีอิทธิพลต่อแง่มุมต่างๆ ของสังคม บรรดาศิลปินแห่งเมืองฟลอเรนซ์ (Florence) พากันปฏิเสธรูปสัญลักษณ์ (Iconography) ในสมัยกอธิค (Gothic) และโรมาเนสก์ (Romanesque) ที่มีมาก่อนหน้านี้ และพวกเขาได้ก่อกำเนิดความรุ่งเรืองแห่งศิลปะคลาสสิคขึ้นมาใหม่อีกครั้งซึ่งมีความเป็นมนุษย์นิยมและปัจเจกบุคคลมากขึ้นอันนำมาสู่การถือกำเนิดของยุคร่วมสมัย บริบทแวดล้อมต่างๆ กำลังพรั่งพรูขึ้นมาใหม่และผลักดันให้ผู้คนศึกษาด้านมนุษยศาสตร์จากความเมตตาสนับสนุนของตระกูลเมดีชี (Medici) พวกศิลปินในยุคเรอเนสซองส์ตอนต้นจึงเริ่มสร้างสรรค์ผลงานที่เปี่ยมไปด้วยความรู้ด้านสถาปัตยกรรม ปรัชญา เทววิทยา คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และการออกแบบ นวัตกรรมต่างๆ งอกงามขึ้นจากศิลปะในช่วงเวลานี้ เปรียบเสมือนแงสั่นที่กึกก้องไปทั่วและส่งผลต่อด้านการสร้างสรรค์และวัฒนธรรมมาจนถึงปัจจุบัน

เลโอนาร์โด ดา วินชี (Leonardo da Vinci) ไมเคิลแองเจโล (Michelangelo) ราฟาเอล (Raphael) และบอตติเชลลี (Botticelli) จึงกลายเป็นตำนานที่น่าจดจำที่สุดของยุคสมัยอย่างไม่ต้องสงสัย พวกเขาขยายนิยามคำว่าบุรุษแห่ง “เรอเนสซองส์” ในด้านความสามารถและเป็นมาสเตอร์ด้านต่างๆ ผู้มีความสนใจที่หลากหลาย

เลโอนาร์โด ดา วินชี (Leonardo da Vinci) เป็นตัวอย่างแรกสุดของคำว่า “บุรุษแห่งเรอเนสซองส์” (“Renaissance Man”) อย่างแท้จริง เพราะเขามีความเข้าใจอันลึกซึ้งและมีความสนใจที่หลากหลาย แต่อย่างไรก็ตาม ความสนใจส่วนตัวของเขานำไปสู่ความเป็นเลิศในระดับมาสเตอร์ด้านต่างๆ เขาได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในจิตรกรผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล ผลงานไอคอนของเขายังคงมีผู้นำไปศึกษาต่อและได้รับการยกย่องมาจวบจนปัจจุบัน

ไมเคิลแองเจโล (Michelangelo) คือผู้ถ่ายทอด “ลักษณะ” อันแท้จริงในยุคแรกๆ ของประวัติศาสตร์ศิลปะ เขาเป็นอัจฉริยะผู้รู้รอบด้านคนหนึ่งผู้ได้รับการขนานนามอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งในศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งยุคอิตาเลียนเรอเนสซองส์ (Italian Renaissance) ผลงานของไมเคิลแองเจโลที่ทรงอิทธิพลต่อการนำไปต่อยอดมากที่สุด ได้แก่ ภาพจิตรกรรมขนาดมหึมาที่เล่าเรื่องในพระคัมภีร์ไบเบิ้ลซึ่งปรากฏอยู่ที่โบสถ์ซิสทีน (Sistine Chapel) รูปปั้นเดวิด (David) ชายผู้สมบูรณ์แบบที่ตระหง่านด้วยความสูง 17 ฟุต และประติมากรรมปิเอตา (Pieta) อันสะเทือนอารมณ์ ทั้งหมดนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในชิ้นงานศิลปะระดับอัจฉริยะมากที่สุดของโลกซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากให้มาชมในปัจจุบัน

ราฟาเอล (Raphael) ไม่เพียงแต่เป็นมาสเจอร์แห่งเทคนิคอันเป็นลายเซ็นในช่วงที่ศิลปะยุคเรอเนสซองส์เฟื่องฟูถึงขีดสุด (High Renaissance) ไม่ว่าจะเป็น เทคนิคสฟูมาโต (Sfumato) การวาดเพอร์สเปคทีฟ (Perspective) ความแม่นยำด้านสรีระศาสตร์ รวมถึงอารมณ์อันแท้จริงและการแสดงออก นอกจากนี้ เขายังได้สอดแทรกสไตล์ส่วนตัวซึ่งก็คือความชัดเจน สีที่สด องค์ประกอบที่ง่ายและความงามสง่าอันเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของเขา

บอตติเชลลี (Botticelli) เป็นผู้เชื่อมโยงช่องว่างระหว่างสไตล์งานจิตรกรรมกอธิค (Gothic) ในยุคกลางและการถือกำเนิดของความจริงด้านมนุษยนิยม ผลงานของเขาแฝงไว้ด้วยความรู้ด้านสรีระวิทยาของมนุษย์และการวาดภาพเพอร์สเปคทีฟ (Perspective) แต่อย่างไรก็ตามยังคงไว้ซึ่งคุณค่าแห่งการตกแต่งให้สวยงาม

การพลิกฟื้นคืนชีวิตด้วยเทคโนโลยีแห่งศตวรรษที่ 21

นิทรรศการมัลติมีเดีย ITALIAN RENAISSANCE เป็นเรื่องราวของมาสเตอร์ทั้งสี่คนแห่งยุคสมัยนั้น ผลงานของพวกเขาได้รับการนำเสนออย่างน่าตื่นตาตื่นใจด้วยระบบเสียงแบบเซอร์ราวนด์และการฉายโปรเจ็กเตอร์เป็นภาพขนาดใหญ่ ภาพเฟรสโก้ (Fresco) ชิ้นระดับตำนานที่ประดับอยู่ที่สถาปัตยกรรมของอิตาลีและจิตรกรรมบนผืนผ้าใบจากพิพิธภัณฑ์ทั่วโลกถูกปลุกให้มีชีวิตขึ้นอย่างง่ายดายด้วยเทคโนโลยีดิจิตอล การฉายโปรเจ็คเตอร์จะเปลี่บนไปเรื่อยๆ ซึ่งเป็นการปลุกชีวิตขึ้นมาให้เคลื่อนไหวไปพร้อมกับท่วงทำนองของดนตรีและสะกดให้ผู้ชมเข้าสู่ท้องทะเลแห่งสีสันและเสียงดนตรี

การให้ความบันเทิงพร้อมความรู้

นิทรรศการ ITALIAN RENAISSANCE เป็นสื่อด้านการศึกษาอย่างจริงจัง ก่อนที่จะเข้าสู่ห้องมัลติมีเดีย ผู้ชมจะพบกับ Anteroom หรือ Introduction Room ซึ่งพวกเขาจะซึมซับบริบทแห่งยุคสมัย พร้อมกับได้สังเกตและเข้าใจความคิดที่สำคัญ รวมถึงข้อเท็จจริงที่น่าสนใจเกี่ยวกับจิตรกรและผลงาน ทุกองค์ประกอบนำเสนอในรูปแบบอินเตอร์แอ็คทีฟและเข้าถึงได้ง่าย ดังนั้น ผู้ชมจึงได้ดื่มด่ำไปกับศิลปะในอดีตอันเต็มไปด้วยสัญลักษณ์และข้อมูลที่ซ่อนเร้นไว้

การออกแบบและโปรดักชั่น

นิทรรศการ ITALIAN RENAISSANCE ได้รับการพัฒนาและออกแบบโดย VISION MULTIMEDIA PROJECTS บริษัทระดับอินเตอร์ที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านดีไซน์ โปรดักชั่น และการทำนิทรรศการที่นำไปจัดแสดงในที่ต่างๆ ในรูปแบบมัลติมีเดียอันทันสมัย เทคโนโลยีที่ใช้ในการเนรมิตนิทรรศการต่างๆ ของพวกเขาคืองานกราฟิคอะนิเมชั่น วิดีโอโปรเจ็คเตอร์ที่ทันสมัยและให้ภาพคมชัดนับสิบเครื่อง จอขนาดใหญ่และระบบเซอร์ราวนด์ซาวนด์ นิทรรศการที่สร้างสรรค์ขึ้นมาแล้วและประสบความสำเร็จคือ From Monet to Kandinsky. Visions Alive และ Van Gogh. Live in Art ที่จัดแสดงไปทั่วโลกตั้งแต่ปี 2014 ถึง 2019