เวทีสัมมนาโลกชื่นชมผลงานกสศ.ชี้นำไปใช้ขยายผลได้

  • วันที่ 17 ก.ค. 2562 เวลา 20:41 น.

เวทีสัมมนาโลกชื่นชมผลงานกสศ.ชี้นำไปใช้ขยายผลได้

"ยูเนสโก" เชิญกสศ. ร่วมเวทีสัมมนา "มากกว่าคำมั่นสัญญา" สรุปผลงานเด่นของโลกในรอบ 5 ปีแรกของวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา (SDG4) ชื่นชมการจัดตั้ง กสศ. คือผลงานเด่นของรัฐบาลไทย ที่ทั่วโลกนำไปใช้ขยายผลได้

เมื่อวันที่ 17 ก.ค. ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดเผยว่า ได้รับเชิญจากคณะทำงานรายงานการติดตามผลการศึกษาทั่วโลก องค์การยูเนสโก (UNESCO Global Education Monitoring Report: GEM) เข้าร่วมการประชุมสัมมนาวิชาการเปิดตัว รายงานพิเศษ “มากกว่าคำมั่นสัญญา” (Beyond Commitments) สรุปผลงานเด่นของโลกในรอบ 5 ปีแรกของวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา (SDG4) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมเวทีระดับสูงทางการเมืองว่าด้วยการพัฒนาอย่างยั่งยืน ภายใต้คณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ ประจำปี 62 (High-Level Political Forum on Sustainable Development - HLPF 2019) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-18 ก.ค. 62 ที่สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ นครนิวยอร์ค

ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจากอดีตนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ และผู้บริหารสูงสุดของโครงการพัฒนาแห่ง สหประชาชาติ (UNDP) นางเฮเลน คลาร์ก ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานคณะทำงานรายงานการติดตามผลการศึกษาทั่วโลก ให้แก่องค์การยูเนสโก และ รมว.ศึกษาธิการประเทศไอร์แลนด์ และประเทศกาน่า รวมทั้ง เอกอัคราชฑูตแอนติกาและบาร์บูดา ประจำ UN และ Dr.Robert Jenkins รองผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ร่วมอภิปรายผลด้วย

Dr.Manos Antoninis ผู้อำนวยการคณะทำงานรายงานการติดตามผลการศึกษาทั่วโลก (Global Education Monitoring Report: GEM) ซึ่งเป็นคณะทำงานวิชาการอิสระภายใต้การสนับสนุนของ องค์การยูเนสโก ได้สรุปที่มาและสาระสำคัญของรายงานฉบับพิเศษ ที่จัดทำขึ้นเนื่องในโอกาสการประชุม HLPF 2019 ครั้งนี้ ว่า ปี 2019 ประเทศต่างๆทั่วโลกได้เดินทางมาถึง 1 ใน 3 ของวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา (SDG4) แล้ว คณะทำงานจึงได้จัดทำรายงานพิเศษฉบับนี้ขึ้นเพื่อทบทวนสถานการณ์การศึกษาทั่วโลกตามเป้าหมายตัวชี้วัดของ SDG4 รวมทั้ง ความสำเร็จ ความพยายาม และความท้าทายที่แต่ละประเทศได้แสดงให้องค์การสหประชาชาติและประชาคมโลกได้เรียนรู้ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา เพื่อเป็นต้นทุนในการต่อยอด และขยายผลการดำเนินงานให้ประเทศต่างๆ สามารถบรรลุเป้าหมาย SDG4 ได้ครบถ้วนภายในปี 2030 ซึ่งเหลือเวลาอีกเพียง 10 ปีเท่านั้น

ทั้งนี้ สาระสำคัญของรายงานพิเศษ “มากกว่าคำมั่นสัญญา” ฉบับนี้ได้สรุปและจัดกลุ่มความก้าวหน้า และนวัตกรรมการทำงานที่แสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดถึงความพยายามในการทำงานมากกว่าคำมั่นสัญญาของพันธสัญญาตามวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา (SDG4) ของ 72 ประเทศทั่วโลกที่เข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลให้แก่คณะทำงาน รวมทั้งจุดเน้นของการทำงานในอีก 10 ปีข้างหน้าเพื่อบรรลุเป้าหมาย SDG4 ออกเป็น 6 กลุ่ม ได้แก่ 1.มากกว่าค่าเฉลี่ย 2.มากกว่าโอกาสทางการศึกษา 3.มากกว่าการเรียนรู้ทั่วไป 4.มากกว่าการศึกษาในโรงเรียน 5.มากกว่าระบบการศึกษา และ6.มากกว่าระดับประเทศ

ดร.ไกรยส กล่าวอีกว่า ได้ร่วมอภิปรายแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานตามวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา (SDG4) ของ กสศ. ในฐานะกรณีศึกษาในรายงานพิเศษฉบับนี้ใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1.ความสำคัญของการมีเครื่องมือเทคโนโลยีสารสนเทศ (EdTech) ในการบริหารจัดการข้อมูลกลุ่มเป้าหมายเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาเป็นรายบุคคลทั้งเพื่อการสนับสนุนงบประมาณจาก กสศ. และการสนับสนุนนวัตกรรมการระดมทุน (Innovative Financing) จากภาคเอกชนมาช่วยเหลื่อมกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน 2.การลงทุนในการวิจัยพัฒนานวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการทำงานข้ามหน่วยงานและข้ามระบบ เช่น การบูรณาการทำงานด้านข้อมูลและงบประมาณร่วมกับ 6 กระทรวงที่เกี่ยวข้อง และการทำงานร่วมกับภาคเอกชน ของ กสศ. เป็นต้น และ 3.ความสำคัญของการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการทั้งในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ ซึ่งทางกสศ. ยินดีร่วมงานกับทุกหน่วยงานที่มีภารกิจเพื่อความเสมอภาคในทุกระดับ

ขณะที่ Dr.Manos Antoninis ผู้อำนวยการ Global Education Monitoring Report: GEM กล่าวว่า คณะทำงานมีความชื่นชมการสนับสนุนวาระความเสมอภาคทางการศึกษาของประเทศไทยที่มีต่อประชาคมโลกมาอย่างต่อเนื่องตลอด 3 ทศวรรษที่ผ่านมาตั้งแต่ปฏิญญาการศึกษาเพื่อปวงชน (ปฏิญญาจอมเทียน) เมื่อปี 1990 จนถึงการจัดตั้งกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาของประเทศไทยในปี 61 ที่ผ่านมานี้ ซึ่งทางคณะทำงานมีความยินดีที่ได้นำเสนอกรณีศึกษา กสศ. ในรายงานพิเศษฉบับนี้ให้เป็นหนึ่งในความก้าวหน้าด้านการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาของโลกในรอบ 5 ปีที่มากกว่าคำมั่นสัญญาของรัฐบาลไทยที่มีต่อวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา (SDG4) และหวังว่าประเทศต่างๆ จะได้นำความสำเร็จของรัฐบาลไทยนี้ไปขยายผลการดำเนินงานในประเทศของตนต่อไปในอนาคต

ข่าวอื่นๆ