สองนักศึกษาไอเดียเจ๋ง แท็กทีมคว้าแชมป์ประกวดแบบบ้านลักชัวรี่

  • วันที่ 27 มิ.ย. 2562 เวลา 11:33 น.

สองนักศึกษาไอเดียเจ๋ง แท็กทีมคว้าแชมป์ประกวดแบบบ้านลักชัวรี่

 

(18 มิถุนายน 2562 : กรุงเทพ) ตัดสินกันไปเป็นที่เรียบร้อย สำหรับแคมเปญ Luxury House Design Contest : THE PHENOMENON 2 “เราไม่ได้สร้างบ้าน เราสร้างสิ่งมหัศจรรย์สำหรับคนรุ่นใหม่” ในคอนเซปต์ “ URBAN | NATURE | LUXURY ” นับเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้น้องนักศึกษา และนักออกแบบรุ่นใหม่ได้ร่วมโชว์ไอเดียสร้างสรรค์แข่งขันประกวดออกแบบบ้าน ชิงเงินรางวัลกว่า 300,000 บาท ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดย อะคาร่า (ACARA) รับสร้างบ้านโมเดิร์น ลักชัวรี่ ภายใต้ บริษัท ดิ เอ็มเพอเร่อร์ เฮ้าส์ จำกัด โดยปีนี้ น้องพลอย-นางสาวธันยพร ไพบูลย์กิจเจริญ นักศึกษาปริญญาโทปี 2 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และน้องแค้มป์-นายปริญญ์ พรามนิล นักศึกษาปี 5 จากมหาวิทยาลัยรังสิต แท็กทีมกันส่งผลงาน “Trophy of Life” จนโดนใจกรรมการคว้ารางวัลที่ 1 ไปครองสำเร็จ ท่ามกลางเสียงเฮของครอบครัวเพื่อนพ้องที่มาแสดงความยินดีอย่างภาคภูมิใจ

ภายในงาน ยังได้รับเกียรติจาก นายสุรัตน์ชัย กึงฮะกิจ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดิ เอ็มเพอเร่อร์ เฮ้าส์ จำกัด ร่วมเป็นกรรมการตัดสิน พร้อมด้วยกรรมการกิตติมศักดิ์ อาทิ ผศ.เสก สวัสดี หัวหน้าภาควิชาสถาปัตยกรรมภายใน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ผศ.ดร.อันธิกา สวัสดิ์ศรี คณบดี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, ผศ.ชัยณรงค์ อริยะประเสริฐ อาจารย์ประจำภาควิชาออกแบบตกแต่งภายใน มหาวิทยาลัยศิลปากร, อ.มนต์ชัย บุณยะวิภากุล รองคณบดี ฝ่ายวิชาการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต, นายอดุลย์ แก้วดี สถาปนิกและกรรมการผู้จัดการ บริษัท กอปรฝัน จำกัด และ นายชาตรี ตระกูลชวลิต รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิ เอ็มเพอเร่อร์ เฮ้าส์ จำกัด ร่วมตัดสินการประกวดฯ ห้องอเนกประสงค์ ชั้น 1 หอศิลป์ กรุงเทพฯ พร้อมเผยผลผู้ชนะเลิศ ดังนี้

- ผู้ชนะเลิศ อันดับที่ 1 เงินรางวัล 120,000 บาท ได้แก่ นางสาวธันยพร ไพบูลย์กิจเจริญ อายุ 24 ปี นักศึกษาปริญญาโท ปี 2 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ นายปริญญ์ พรามนิล อายุ 24 ปี นักศึกษาชั้นปีที่่ 5 มหาวิทยาลัยรังสิต

- รองชนะเลิศ อันดับที่ 1 เงินรางวัล 60,000 บาท ได้แก่ นายธรณ์นนท์ พีระญาณ์โกเศส อายุ 21 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

- รองชนะเลิศ อันดับที่ 2 เงินรางวัล 30,000 บาท ได้แก่ นายฆนากร นวลประพันธ์ อายุ 27 ปี และ นางสาวนฤมล เจริญจรัสกุล อายุ 26 ปี จากบริษัทเอกชน

- รางวัลชมเชย 2 รางวัล เงินรางวัลๆ ละ 15,000 บาท ได้แก่ นายบุญฤทธิ์ แก้วเกษม อายุ 25 ปี และ นายศุภชัย ทิพย์ลมัย อายุ 25 ปี จากบริษัทเอกชน

- รางวัล Popular Vote เงินรางวัล 20,000 บาท เป็นของทีมของนักศึกษาชั้นปีที่ 5 จากมหาวิทยาลัยรังสิต ได้แก่ นางสาวปาริชาติ เปรมานุพันธ์ อายุ 23 ปี, นายอุกฤษฏ์ ศิริพันธ์ อายุ 22 ปี, นายธนัชศักดิ์ ฉัตรทิน อายุ 22 ปี และ นายชยานันต์ เชษฐโชติรส อายุ 22 ปี

นอกจากนี้ยังมีรางวัลให้ผู้เข้ารอบที่เหลืออีก 5 รางวัลๆ ละ 10,000 บาท

นายสุรัตน์ชัย กึงฮะกิจ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดิ เอ็มเพอเร่อร์ เฮ้าส์ จำกัด เผยว่า “ต้องยอมรับว่ากระแสอะไรใหม่ๆ ที่เข้ามา ล้วนแต่มาไวไปไว ถ้าตั้งรับได้ไม่ดีนอกจากเราจะตามไม่ทันแล้ว เราอาจจะไม่สามารถยืนหยัดเป็นที่ 1 ได้อย่างทุกวันนี้ ดังนั้นในแง่ของคุณภาพเรามั่นใจเต็มร้อยว่ายังก้าวนำอยู่หลายก้าว ที่เหลือก็เป็นเรื่องของการรับมือกับความเปลี่ยนแปลง การเปิดรับสิ่งใหม่ๆ กลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ซึ่งปัจจุบันคนมีกำลังซื้อบ้านอายุน้อยลงทุกที และความต้องการบ้านลักชัวรี่สำหรับคนยุคนี้อาจไม่ใช่บ้านหลังใหญ่อีกต่อไป เราต้องพัฒนาหาสิ่งใหม่ๆ ให้ตอบโจทย์ มีความโดดเด่น และสร้างสรรค์ ฉะนั้นเวทีการประกวดในวันนี้ จะเป็นเวทีที่ให้น้องๆ ทุกคน ได้โชว์ความสามารถ โชว์ไอเดีย โชว์ความเป็นตัวตนของทุกคนได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเมื่อเรานำไอเดียคนรุ่นใหม่ ผสานความเก๋าประสบการณ์ของคนรุ่นเก่า ผมเชื่อว่ามันจะเข้ากันได้สวยงาม และเป็นความลักชัวรี่ที่ลงตัวอย่างแท้จริง”

“สำหรับโจทย์ในปีนี้ เราเน้นความเป็น อะคาร่า คือ Luxury House บ้านที่สร้างปรากฏการณ์ใหม่ๆ ของคนรุ่นใหม่ โดยแบ่งเป็น 2 แบบให้เลือกออกแบบคือ Urban Luxury – บ้านสำหรับคนรุ่นใหม่ในเมือง และ Nature Luxury – บ้านตากอากาศชิดธรรมชาติชานเมือง ซึ่งผลงานของทั้ง 11 ทีม ที่เข้ารอบล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยไอเดียที่สร้างสรรค์แตกต่างกันไป ซึ่งคะแนนค่อนข้างใกล้เคียงกันมาก ก็ต้องขอแสดงความยินดีกับทุกทีมทั้งผู้ชนะ ผู้ที่ได้รางวัลหรือแม้แต่ผู้ที่ไม่ได้รางวัลแต่เข้ารอบมาขนาดนี้ ก็นับว่าไอเดียและฝีมือไม่ธรรมดา ปีหน้าเราก็จะยังมีโจทย์ใหม่ๆ มาให้น้องๆ ได้โชว์ไอเดียกันอย่างแน่นอน เชื่อว่ายุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 เดี๋ยวก็ล้าสมัยไปแล้ว เพราะทุกอย่างเปลี่ยนแปลงเร็ว แต่ข้อดีของการเปลี่ยนแปลงนั้น มันอาจกลายเป็นเครื่องมือให้เราได้ใช้งาน ได้พัฒนาโปรดักส์ดีๆ ได้ต่อไปในอนาคต”

นางสาวธันยพร ไพบูลย์กิจเจริญ และ นายปริญญ์ พรามนิล ทีมผู้ชนะเลิศการประกวดฯ เผยถึงมุมมองความลักชัวรี่เฮ้าส์ในแบบของทั้งคู่ว่า “ส่วนตัวมองความลักชัวรี่เป็นสุนทรียภาพการใช้ชีวิต เป็นพื้นที่ที่พิเศษแห่งการพักผ่อน พื้นที่ที่จะสะท้อนรสนิยมสิ่งที่ชอบของผู้อยู่ และสร้างความประทับใจให้คนที่เห็นผ่านตัวบ้าน โดยหัวใจสำคัญของการออกแบบ อยู่ที่บริบทผู้อยู่อาศัย และที่ตั้ง เป็นหลัก โดยเราเริ่มวิเคราะห์จากไลฟ์สไตล์ผู้อยู่อาศัยของคนยุคนี้ สังเกตว่าคนที่ประสบความสำเร็จมีอายุที่ค่อนข้างลดลงเรื่อยๆ อย่างบางคนอายุ 27 ซื้อรถโรลส์-รอยซ์กันแล้ว เราก็เลยมุ่งเน้นประเด็นนี้ อย่างไอเดียการสร้างโชว์รูมในตัวบ้าน โดยสามารถปรับเปลี่ยนรถที่ขับเข้ามาจอดไว้ได้ในแต่ละวัน เหมาะสำหรับผู้ที่มีไลฟ์สไตล์การชื่นชอบรถ ในขณะเดียวกัน ก็สามารถปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่สตูดิโอ หรืออื่นๆ ตามความต้องการของเจ้าของบ้านได้ อยากจะขอบคุณ อะคาร่า ที่เล็งเห็นความสำคัญของคนรุ่นใหม่ ความสำคัญของนักออกแบบ และจัดแคมเปญ The Phenomenon 2 นี้ขึ้นมา ขอบคุณสำหรับรางวัลนี้ หายเหนื่อยเลยครับ”

นายธรณ์นนท์ พีระญาณ์โกเศส รองชนะเลิศอันดับ 1 ด้วยผลงาน “Enclose The Nature” เผยว่า “ส่วนตัวเป็นคนชื่นชอบธรรมชาติเลยเลือกโจทย์นี้ แล้วก็มาวิเคราะห์ว่าจะทำยังไงดีที่ให้บ้านเราใกล้ชิดธรรมชาติมากที่สุด อย่างบ้านปกติเค้าจะปิดล้อมตัวบ้านด้วยผนังกั้นภายในกับภายนอกตัดขาดออกจากกัน เลยคิดว่าถ้าเอาผนังผลักออกไป แล้วแทนที่ด้วยกระจกใสๆ ที่สามารถมองเห็นโปร่งๆ หรือว่าเปิดเพื่อรับลม รับแสงธรรมชาติได้ ขณะเดียวกันเราก็แทรกธรรมชาติเข้ามาอยู่ภายในหลังจากเอาผนังออกไป ให้เหมือนเป็นผนังโอบล้อมธรรมชาติเหล่านั้นเข้ามาสู่ในบ้าน ซึ่งหัวใจของการออกแบบสำหรับผม มันคือทุกอย่าง ทั้ง User การก่อสร้าง Space ทุกอย่างต้องผสานรวมกันถึงจะออกมาเป็นงานที่ดีได้ ก็รู้สึกดีใจที่คณะกรรมการชื่นชอบผลงานของเราและมอบรางวัลนี้ให้ จริงๆ ประทับใจแคมเปญฯ นี้ เพราะเป็นโจทย์ที่ไม่เหมือนทั่วๆ ไป แล้วก็มีให้เลือก 2 แบบ ซึ่งน่าสนใจทั้ง 2 โจทย์ ขอบคุณที่เปิดโอกาสได้มาโชว์ไอเดียผ่านผลงานชิ้นนี้ครับ”

ขณะที่ นางสาวปาริชาติ เปรมานุพันธ์ ตัวแทนจากทีมที่ได้รางวัล Popular Vote กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราคิดเรื่องรางวัลเป็นสิ่งสุดท้าย สิ่งแรกคืออยากทำทุกอย่างเต็มที่ หาประสบการณ์จริงนอกห้องเรียน และเก็บเกี่ยวทุกประสบการณ์เพื่อนำไปปรับพัฒนาต่อไปในอนาคต ซึ่งสิ่งที่ได้จากการประกวดออกแบบบ้านลักชัวรี่ ที่มากกว่ารางวัล คือ การทำงานเป็นทีมเวิร์ค เป็นสิ่งสำคัญมากๆ ในอนาคตต่อไปของพวกเราทุกคน เพราะผลงาน “The Eminence of Phenomenon” ชิ้นนี้ เราทำกัน 4 คน กว่าจะคุยงานกันลงตัวได้ ก็ตีกันไปหลายยก ต้องมีการแบ่งงานอย่างชัดเจน ประชุมปรึกษาหารือกันให้มากที่สุด สุดท้ายก็กลายมาเป็นรางวัลที่ทำให้พวกเราทุกคนภูมิใจ ขอบคุณทุกๆ คนที่ช่วยกันแชร์ จนทำให้พวกเราได้รางวัลนี้นะคะ”

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต

ข่าวอื่นๆ