OKMD จัดค่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พาเยาวชนใน จ.อีอีซี 600 คน เรียนรู้ฝึกทำ “หุ่นยนต์และAR” ฟรี

  • วันที่ 20 มิ.ย. 2562 เวลา 14:06 น.

OKMD จัดค่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พาเยาวชนใน จ.อีอีซี 600 คน เรียนรู้ฝึกทำ “หุ่นยนต์และAR” ฟรี

สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้  จัดค่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พาเยาวชนใน จ.อีอีซี 600 คน เรียนรู้ฝึกทำ “หุ่นยนต์และAR” ฟรี

สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (OKMD) จัดค่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหุ่นยนต์ (Robotics) และเทคโนโลยีความจริงเสริม (AR) หรือ OKMD Innovation Youth Camp เพิ่มศักยภาพให้เด็กระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและสายวิชาชีพในพื้นที่อีอีซี 3 จังหวัด เรียนรู้ตามหลักการพัฒนาสมอง ทั้งสนุก เข้าใจ และฝึกทำให้จำแม่น จำนวน 600 คน ฟรี! เริ่ม 15 มิ.ย. 62 เป็นต้นไป หวังจุดแรงบันดาลใจเลือกเรียนเป็นอาชีพตรงความชอบและความถนัด สร้างคนรุ่นใหม่คนเก่งและเชี่ยวชาญเฉพาะสาขา เพื่อขับเคลื่อนไทยก้าวสู่สมรภูมิเศรษฐกิจยุคดิจิทัล  ดร. อภิชาติ ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักโครงการและจัดการความรู้  สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) สำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า OKMD ได้จัดทำโครงการศึกษาและพัฒนาแนวทางการเพิ่มศักยภาพคนรองรับการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยใช้การจัดการเรียนรู้ตามหลักการพัฒนาสมอง เพื่อเตรียมความพร้อมเยาวชนและคนวัยทำงานให้มีทักษะความรู้สอดคล้องกับความต้องการตลาดแรงงานในเขตพื้นที่อีอีซี ตามนโยบายของรัฐบาลไทย เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยสู่ระดับโลกในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และระยอง โดยได้จัดค่ายเพิ่มความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้แก่เยาวชนในพื้นที่อีอีซี ที่กำลังศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ จำนวน 600 คน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เน้น 2 หลักสูตร เพื่อพัฒนาความรู้ที่กำลังเป็นทีต้องการของอุตสาหกรรมในปัจจุบันและอนาคต คือ หลักสูตรเทคโนโลยีหุ่นยนต์ (Robotics) จำนวน 300 คน และหลักสูตรเทคโนโลยีความจริงเสริม เทคโนโลยีความจริงเสริม (Augmented Reality: AR) ซึ่งเกี่ยวข้องการกราฟิกคอมพิวเตอร์ จำนวน 300 คน ซึ่งนอกจากทักษะความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแล้ว ยังรวมถึงทักษะชีวิตที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 โดยจะจัดเป็นสามรุ่น โดยรุ่นแรกจัดไปแล้วคือวันที่ 15-16 มิ.ย. 62 ที่ ม.ราชภัฎราชนครินทร์ จ.ฉะเชิงเทรา จำนวน 200  คน วันที่ 22-23 มิ.ย. 62 ม.บูรพา จ.ชลบุรี จำนวน 200  คน และวันที่ 29-30 มิ.ย. 62 ณ โรงแรมโกลเด้น ซิตี้ จ.ระยอง จำนวน 200  คน

 ดร. อภิชาติ กล่าวว่า เรานำองค์ความรู้ที่เรียกว่า Brain-based Learning: BBL หรือ การจัดการเรียนรู้ตามหลักพัฒนาสมอง มาใช้ในการจัด OKMD Innovation Youth Camp สำหรับนักเรียนในพื้นที่เขตอีอีซี โดยในช่วงแรกนี้เราจะเริ่มในกลุ่มวัยรุ่น กลุ่มนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย/ประกาศนียบัตรวิชาชีพ ที่จะมีความพร้อมในการเรียน ต้องการแสวงหาความรู้ใหม่ๆ โดยจะได้เรียนรู้อย่างมีความสุข ได้เข้าใจ และได้ทดลองทำในสิ่งที่ชอบและถนัดด้วย ซึ่งจะเป็นไปตามหลักการทำงานของสมอง นั่นคือสมองเรียนรู้ตรงจากประสาทการรับรู้ทั้งทางหู ตา จมูก ลิ้น กายสัมผัส และใจ สมองเรียนรู้ด้วยความเข้าใจมากกว่าการท่องจำ และสมองจะเรียนรู้และจดจำได้ดีเมื่อสมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์ (Limbic) เปิด และในส่วนของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโดยนั้น เด็กจะได้รู้จักวิทยาการของหุ่นยนต์และ AR ที่มีอยู่ในยุคปัจจุบัน ได้เรียนรู้กลไกการทำงาน ได้รวมกลุ่มระดมสมองทำหุ่นยนต์กัน โดยการนำของคณะอาจารย์และวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ทั้งนี้ บรรยากาศภายในค่ายทั้ง 2 วัน จะเต็มไปด้วยความสนุกสนาน และเน้นกระตุ้นให้เด็กเกิดความตระหนักถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รู้จักความถนัดตัวเอง ได้เรียนรู้ในสิ่งที่ชอบ และสิ่งที่สำคัญ คือ ได้เรียนรู้ในสิ่งที่เป็นความต้องการที่แท้จริงของตลาดแรงงาน”  

“ปัญหาของเด็กที่จบระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษานั้น บางส่วนอาจเลือกเรียนในสาขาที่ตัวเองไม่ได้ชอบหรือถนัด เมื่อเรียนจบก็อาจไม่อยากประกอบอาชีพในสาขาที่เรียนมา หรือไม่สามารถแข่งขันกับเด็กที่รู้จักตัวเอง และเลือกเรียนในสาขาที่ตนเองถนัดโดยตรง จึงเป็นสาเหตุสำคัญของการตกงาน หรือทำงานไม่ตรงกับสาขา ซึ่งถือว่าเป็นการเสียโอกาสของเด็กที่ต้องทุ่มเทเวลาเรียนถึง 3-4 ปี และแน่นอนที่ประเทศก็เสียโอกาสในการที่ไม่สามารถใช้ศักยภาพทุนมนุษย์ให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง” ดร.อภิชาติ กล่าว  ดร. อภิชาติ กล่าวทิ้งท้ายว่า การจัดค่ายครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 2 โดยในปีที่ผ่านมา OKMD ได้จัดค่ายเตรียมความพร้อมเยาวชนในพื้นที่อีอีซี ไป 4 หลักสูตร ได้แก่ Drone, Internet of Things, Games&Animation และ Robotics ในพื้นที่อีอีซี โดยมีเยาวชนสนใจเข้าร่วมกว่า 4,800 คน และจากการประเมินผลพบว่าเด็กมีทัศนคติดีขึ้น มีความรู้ดีขึ้น และสามารถสร้างแรงบันดาลให้เด็กชอบวิชาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้นด้วย

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ