สสวท.ชูวิสัยทัศน์ใช้ความรู้นำไทยก้าวสู่ยุค 4.0 ปั้นนักคิด

วันที่ 21 ส.ค. 2561 เวลา 14:25 น.
สสวท.ชูวิสัยทัศน์ใช้ความรู้นำไทยก้าวสู่ยุค 4.0 ปั้นนักคิด
สสวท.ชูวิสัยทัศน์ใช้ความรู้นำไทยก้าวสู่ยุค 4.0 ปั้นนักคิด ใช้วิทย์สร้างภูมิคุ้มกัน

​สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ ได้นำกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยีร่วมจัดแสดงในงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2561 ณ บริเวณบูธกิจกรรม สสวท. ที่จัดแสดง ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมีหัวข้อกิจกรรม คือ “สสวท.ปั้นนักคิดวิทย์สร้างภูมิ (คุ้มกัน)” เพื่อเป็นเวทีความคิดสร้างความตระหนักในความสำคัญของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีซึ่งมีบทบาทเด่นชัดต่อการขับเคลื่อนชีวิต เศรษฐกิจและความเปลี่ยนแปลงอนาคตโลก

ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผอ.สสวท. เปิดเผยว่า จากการที่รัฐบาลมีนโยบายไทยแลนด์ 4.0 วิสัยทัศน์เชิงนโยบายเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจแบบเดิมไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมนำพาประเทศด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สสวท.จึงเป็นหน่วยงานสำคัญที่สุด มีหน้าที่หลักในการแก้ไขปัญหาเรื่องการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ของคนไทย

ผอ.สสวท กล่าวถึงวิสัยทัศน์การดำเนินงานว่า สสวท.เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ทำหน้าที่ชี้ทิศทาง ประสานและส่งเสริมเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีทั้งในและนอกสถานศึกษาให้นักเรียนพัฒนาตามศักยภาพขึ้นเป็นประชากรที่มีความรู้ นักวิชาชีพฐานดี และนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำต่อไป

​เป้าหมายเด่นชัดจึงมุ่งตรงไปที่คุณภาพของ“ผลผลิต”นั่นคือนักเรียนไทยได้รับการพัฒนาความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี มีความสามารถ มีทักษะในการนำความรู้ไปใช้ในการดำรงชีวิต สร้างอาชีพ พัฒนาผลผลิต และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน มีทักษะในการใช้ชีวิตโดยไม่ติดกับดักของผลกระทบจากการพัฒนาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี

การเรียนรู้วันนี้จึงต้องสร้างเด็กไทยให้เป็น”นักคิด”ที่มีทักษะในการวิเคราะห์ข้อมูล วางแผน แก้ปัญหา มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถสร้างนวัตกรรมที่แข่งขันได้ โดยยังคงคุณภาพชีวิตที่ดี คุณภาพสังคมและสิ่งแวดล้อมไว้ได้ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับไวของโลกยุคดิจิทัล หรือ สร้างภูมิคุ้มกันในการใช้ชีวิตนั่นเอง                                   

​พื้นฐานการเรียนรู้ของเด็กไทยจึงต้องมีทักษะของวิทยาการคำนวณ (Computing science) อันมิใช่เรียนรู้แค่การใช้คอมพิวเตอร์แค่ขั้นพื้นฐาน(USER) เท่านั้น  แต่จะได้กระบวนการคิดเชิงวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ สามารถรับมือกับปัญหาที่มีความซับซ้อนได้ ประกอบด้วยการคิดเชิงคำนวณ ความรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล พื้นฐานการรู้เท่าทันสื่อและข่าวสารซึ่งเป็นทักษะเกี่ยวกับการรู้เท่าทันสื่อและเทคโนโลยีดิจิทัล แยกแยะได้ว่าข้อมูลใดเป็นความจริงหรือความคิดเห็น ข้อมูลบนสื่อสังคมออนไลน์ ความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ 

ขณะเดียวกันชั้นเรียนของเด็กยุคใหม่ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบเพื่อให้เข้าถึงใจผู้เรียน สสวท.จึงได้พัฒนาลูกเล่นของหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์สร้างความเข้าใจและเข้าถึงผู้เรียนได้ง่ายขึ้น โดยนำ AR ( Augmented Reality) มาใช้อธิบายเนื้อหาที่เป็นนามธรรมซึ่งต้องใช้จินตนาการช่วยสร้างความเข้าใจ แต่ก็สามารถอธิบายให้เห็นภาพได้ชัดเจน เช่น ภาพเสมือน 3 มิติ อันเป็นจุดเด่นของเทคโนโลยีที่นำมาปรับใช้ในหนังสือเรียนซึ่งนอกจากจะดึงดูดความสนใจแล้ว เด็ก ๆ ยังได้ฝึกใช้เทคโนโลยีศตวรรษที่ 21 อีกด้วย 

​​พร้อมกันนี้ สสวท.ได้เร่งสร้างนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยรุ่นใหม่ขับเคลื่อนไทยด้วยนวัตกรรมผ่านโครงการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พสวท.) โดยบัณฑิตที่เป็นผลผลิตจากโครงการนี้จะเข้ามาเป็นพลังของประเทศเพื่อสร้างนวัตกรรมที่ต่อยอดการพัฒนาเชิงพาณิชย์ ยกระดับคุณภาพและ    เพิ่มรายได้ทั้งภาคการผลิตและการบริการ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยแข่งขันได้ในโลกอนาคต

การเรียนรู้ของเด็กไทยในวันนี้จึงต้องปรับเปลี่ยนเพื่อสร้างนักคิด ที่มีทักษะ ความรู้ เท่าทันสังคมโลกที่เปลี่ยนไป สามารถใช้ความรู้เป็นประโยชน์ในการยกระดับคุณภาพชีวิต การทำงาน รู้เท่าทันผลกระทบจากการพัฒนา สร้างนวัตกรรมและอาชีพที่แข่งขันได้โดยสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน เป็นภูมิคุ้มกันการใช้ชีวิตในโลกดิจิทัล

บทความแนะนำ